ออกอากาศ : วันที่ 26 พฤศจิกายน 2549  เวลา 13.50 น. (โดยประมาณ) ณ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เรื่อง: พังผืดในช่องท้อง
บทคัดย่อ:

     พังผืดในช่องท้อง เป็นความผิดปกติอย่างหนึ่งซึ่งพบได้ในผู้ป่วยที่เคยผ่านการผ่าตัดช่องท้อง แต่สำหรับคนทั่วไปนั้น มีโอกาสเกิดพังผืดในช่องท้องได้หรือไม่นั้น รศ.นพ.ดรินทร์  โล่ห์สิริวัฒน์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ อธิบายว่า พังผืดในช่องท้อง เกิดจากเนื้อเยื่อไฟบรินที่เกิดขึ้นมาอย่างผิดปกติในช่องท้อง ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ ถูกขึงยึดหรือดึงรั้งให้ติดกัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งลำไส้กับลำไส้หรือลำไส้กับแผลที่ผนังหน้าท้องด้านใน เกิดขึ้นกับ คนที่มีการผ่าตัดช่องท้อง โดยระหว่างการผ่าตัด อวัยวะต่างๆ จะถูกจับต้องเคลื่อนย้ายไปจากตำแหน่งปกติ คนทั่วไปก็มีโอกาสเป็นได้แต่มีได้น้อย โรคบางชนิด เช่น โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ ผู้หญิงที่เป็นโรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่

     สำหรับอาการของผู้ป่วยโรคพังผืดในช่องท้อง ส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการผิดปกติ แต่ถ้าพังผืดไปดึงรั้งลำไส้เล็กหรือรัดลำไส้ อาจทำให้เกิดอาการเจ็บปวด ท้องอืด กินอาหารแล้วอาเจียน ไม่ถ่ายอุจจาระ ไม่ผายลม นอกจากนี้ พังผืดทำให้เกิดการอุดตันในลำไส้ ในรายที่ถูกรัดเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงลำไส้และอาจทำให้ลำไส้ส่วนนั้นเน่าตายได้

     เมื่อสงสัยว่า เป็นโรคพังผืดในช่องท้อง แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหน้าท้อง พิจารณาตรวจทางทวารหนักตรวจภายในสำหรับผู้หญิงและบางรายอาจตรวจเลือดเพิ่มเติม การที่จะสงสัยว่ามีการตายของลำไส้ อาจตรวจได้ก่อนผ่าตัดหรือตรวจพบได้ขณะผ่าตัดเท่านั้น ทั้งนี้ การรักษาพังผืดในช่องท้อง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงที่เกิดจากการดึงรั้ง รวมทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นว่ารุนแรงหรือไม่

     ในกรณีที่อาการปวดไม่รุนแรงและไม่ถี่มาก อาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่ในรายที่ปวดรุนแรง และถี่มากแพทย์จะทำการรักษาโดยการผ่าตัด ซึ่งในรายที่รัดแต่ลำไส้ยังไม่ตาย การสลายพังผืดเป็นการเพียงพอ ส่วนใหญ่จะผ่าตัดโดยเปิดหน้าท้องแบบปกติ ในรายที่มีอาการอุดตันเป็นแบบเรื้อรัง อาจผ่าตัดโดยการส่องกล้อง

     ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะลำไส้ตาย จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดลำไส้ออกไปและมีการต่อลำไส้

     เนื่องจากผู้ที่ได้รับการผ่าตัดช่องท้องหลายครั้ง มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดพังผืดในช่องท้อง ต้องหมั่นสังเกตอาการปวดท้องถ้ามีการปวดท้องรุนแรง ท้องอืด กินแล้วอาเจียนต้องรีบพบแพทย์ ห้ามฉีดยาหรือกินยาแก้ปวด ควรงดน้ำและอาหารไว้ก่อน

กลับสู่หน้ารายการโทรทัศน์พบหมอศิริราช