ออกอากาศ : วันที่ 8 ตุลาคม 2549  เวลา 13.50 น. (โดยประมาณ) ณ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เรื่อง: การดูแลช่องปากในผู้สูงอายุ
บทคัดย่อ:

          ร่างกายของคนเราเมื่อมีอายุมากขึ้นก็จะมีการสึกหรอและเสื่อมสภาพไปเมื่อใช้งานนานเข้า เหงือกและฟันก็เช่นเดียวกัน เมื่อมีอายุมากขึ้นจะมี การเปลี่ยนแปลงตามวัย การดูแลรักษาช่องปากที่ดีก็จะทำให้เราสามารถมีฟันใช้งานไปได้ตลอดชีวิต ทพญ.ณัฐินี  พรหมพิทักษ์  งานทันตกรรม อธิบายว่า  มีการเข้าใจผิดว่า เมื่ออายุมากขึ้น ฟันจะหลุดไปเองตามธรรมชาติแต่ก็มีไม่น้อยที่เราเคยพบเห็นท่านผู้สูงอายุหลายๆ คนยังมีฟันอยู่เต็มปาก แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ตาม  ผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปี ควรจะมีฟันที่ใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ มีฟันกรามสบกันดีทั้งซ้ายขวา อย่างน้อยข้างละ 2 คู่ นอกจากนี้ยังต้องมีเหงือกแข็งแรง ไม่เป็นโรคเหงือกอักเสบจึงจะถือว่าเป็นผู้มีสุขภาพช่องปากดี

          ฟันที่ใช้งานมานาน หรือฟันที่มีอายุมากขึ้นจะเปลี่ยนสีจากขาวนวลเป็นสีคล้ำขุ่นขึ้น เพราะมีการสึกของผิวเคลือบฟัน ทำให้สีของชั้นเนื้อฟันสะท้อนออกมามากขึ้น ซึ่งปกติแล้ว เนื้อฟันจะมีสีเหลืองกว่าผิวเคลือบฟัน  เหงือกจะร่นบริเวณคอฟัน ทำให้มองเห็นฟันซี่ยาวขึ้น เหงือกบริเวณซอกฟันจะหดตัวลง ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างซอกฟันเศษอาหารติดง่ายถ้าทำความสะอาด ไม่ดี ก็จะทำให้ฟันผุ หรือเกิดเป็นโรคเหงือกอักเสบ จะเห็นได้ว่าเมื่ออายุมากขึ้นโอกาสเกิดฟันผุบริเวณโคนฟันจะมีมากขึ้น นอกจากนี้ผู้สูงอายุ จะเสียวฟันเมื่อดื่มน้ำเย็น อาหารหวาน หรืออาหารและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว รับประทานอาหาร ที่มีรสจัดไม่ค่อยได้ จะมีอาการแสบร้อนในช่องปาก บางคนจะมีอาการปากแห้ง น้ำลายน้อยลง โดยเฉพาะเวลารับประทานอาหารต้องจิบน้ำบ่อยๆ การดูแลช่องปากเมื่ออายุมากขึ้น สามารถทำได้ดังนี้
  1. หมั่นตรวจฟันด้วยตนเอง ว่ามีการเหงือกอักเสบ บวมหรือมีฟันผุหรือไม่
  2. รักษาสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ แปรงฟันเช้า-เย็นอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
  3. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ จำพวกผัก และผลไม้ซึ่งมีวิตามินที่ช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
  4. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
  5.พบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนหรืออย่างน้อยปีละครั้ง
การมีสุขภาพฟันแข็งแรงแม้จะอายุมากแล้วนอกจากจะมีบุคลิกที่ดีแล้วยังทำให้สุขภาพกายแข็งแรงด้วยนะ

กลับสู่หน้ารายการโทรทัศน์พบหมอศิริราช