ออกอากาศ : วันที่ 16 กรกฎาคม 2560  เวลา 13.50 น. (โดยประมาณ) ณ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เรื่อง: ภัยเงียบ...โรคไวรัสตับอักเสบ
บทคัดย่อ:

         โรคไวรัสตับอักเสบ เป็นโรคติดต่อโรคหนึ่งที่เราได้ยินชื่ออยู่บ่อยๆ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าแท้ที่จริงโรคไวรัสตับอักเสบติดต่อกันอย่างไร มีกี่ชนิด มีวิธีการตรวจและรักษาอย่างไร อ.นพ. สุพจน์ นิ่มอนงค์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ จะมาอธิบายให้เราฟังค่ะ

         โรคไวรัสตับอักเสบจัดเป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในประเทศไทย เช่น จากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ (A) ไวรัสตับอักเสบอี (E) การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (B) หรือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี (C) โดยไวรัสตับอักเสบเอ และ อี จะติดต่อทางอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค (fecal-oral route) ส่วนไวรัสตับอักเสบบีจะติดต่อจากแม่สู่ลูกผ่านทางเลือดและสารคัดหลั่งและสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้เช่นกัน เช่นเดียวกับไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งติดต่อทางเลือดและเพศสัมพันธ์ 

ถ้าแบ่งตามระยะเวลาการเกิดโรค โรคไวรัสตับอักเสบจะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ 

1. โรคไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการ 2 - 3 สัปดาห์แต่ไม่เกิน 2 เดือน อาการที่พบบ่อยคือมีไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยตัวและอ่อนเพลียง่ายกว่าปกติ อาจจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เจ็บบริเวณใต้โครงขวาซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ ตาเหลือง ตัวเหลือง และการดำเนินโรคส่วนใหญ่มักจะหายเป็นปกติและมีภูมิป้องกัน ยกเว้นในผู้ป่วยบางรายที่กำจัดเชื้อได้ไม่หมดซึ่งเป็นส่วนน้อยและทำให้เป็นตับอักเสบเรื้อรังตามมา หรือในบางกรณีเกิดการอักเสบรุนแรงจนเกิดภาวะตับวายเฉียบพลันและเสียชีวิตได้ถ้าไม่ได้รับการปลูกถ่ายตับ

2. โรคไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง คือการมีเชื้อไวรัสในร่างกายนานกว่า 6 เดือน มักไม่แสดงอาการ ผู้ป่วยจะมีการอักเสบของตับแบบค่อยเป็นค่อยไปและไม่รุนแรง แต่ก็สามารถที่จะทำให้ตับมีการอักเสบมากและเกิดตับแข็งได้ และกลายเป็นมะเร็งในที่สุด 

          ส่วนการรักษา ยาที่ใช้ได้แก่ยา 2 กลุ่มนี้ คือ 1.ยาฉีดกลุ่มแพ็กอินเตอร์เฟอรอน ทำหน้าที่กระตุ้นภูมิต้านทานและควบคุมปริมาณไวรัส 2.ยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน ทำหน้าที่กดการสร้างไวรัส ทำให้การอักเสบของตับลดลง โดยแพทย์จะเลือกยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เมื่อได้รับการรักษาสมรรถภาพของตับจะดีขึ้นลดความเสี่ยงในการเกิดตับวายและมะเร็งตับค่ะ

          สำหรับโรคนี้ การตรวจพบเร็ว รักษาเร็ว โอกาสการรักษาก็จะดีกว่าค่ะ เพราะฉะนั้นหากท่านเริ่มมีอาการดังกล่าวข้างต้น หรือสงสัยว่าอาจจะเป็นโรคนี้เนื่องจากอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคไวรัสตับอักเสบควรไปพบแพทย์และรับการเจาะเลือดเพื่อตรวจว่ามีการติดเชื้อหรือไม่หรือตรวจดูโครงสร้างของตับ เช่น การตรวจคลื่นเสียงเพื่อดูว่ามีตับแข็งหรือมะเร็งตับหรือไม่ หรือการตรวจชิ้นเนื้อตับเพื่อวินิจฉัยความรุนแรงของโรคในการรักษาต่อไปค่ะ

กลับสู่หน้ารายการโทรทัศน์พบหมอศิริราช