ออกอากาศ : วันที่ 26 เมษายน 2558  เวลา 13.50 น. (โดยประมาณ) ณ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เรื่อง: ไข้อีดำอีแดง
บทคัดย่อ:

          ไข้อีดำอีแดง จัดว่าเป็นโรคโบราณที่อุบัติซ้ำกลับมาใหม่  หลายคนอาจไม่รู้จักและเข้าใจผิดๆ กันอยู่  จนทำให้เกิดโรคลุกลามและแทรกซ้อนได้  จะเป็นอย่างไรนั้น   รศ.พญ.วนัทปรียา  พงษ์สามารถ  ภาควิชากุมารเวชศาสตร์  มีรายละเอียดที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

         โรคไข้อีดำอีแดง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย กรุ๊ปเอ สเตรปโตคอคคัส (Group A Streptococus) ซึ่งเป็นเชื้อที่อยู่ในลำคอ   มีคนเป็นพาหะ  พบได้ประมาณร้อยละ 10 – 20  เพียงหายใจรดกัน หรือสัมผัสกับสารคัดหลั่ง  เช่น น้ำลาย ก็สามารถติดต่อกันได้ มักเป็นในเด็กเล็กๆ วัยเรียนอายุ 5-12   ปี

         คนไข้จะมีอาการนำมาด้วยไข้สูงและเจ็บคอ  หรือติดเชื้อที่ผิวหนัง  จากนั้นประมาณ 1-2 วัน  จะเริ่มมีผื่นขึ้นหนา  สากเหมือนกระดาษทราย  ซึ่งเป็นลักษณะจำเพาะของโรค และลิ้นจะบวมแดงคล้ายลูกสตอเบอรี่  หากวินิจฉัยและให้การรักษาอย่างเหมาะสม  โดยรับประทานยาปฏิชีวนะ  คนไข้จะดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง อย่างเห็นได้ชัด   ไข้จะลดลง ผื่นจะยุบ ลอก   หายเรียบเป็นปกติในเวลาต่อมา  แต่ต้องรับประทานยาให้ครบ 10 วัน เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

         อย่างไรก็ดี สิ่งที่น่ากลัวคือ  คนไข้ไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องหรือรับประทานยาไม่ครบ   โรคจะลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญหลังติดเชื้อแล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์  อาจเป็นไข้รูห์มาติก เกิดหัวใจอักเสบ จนถึงลิ้นหัวใจรั่ว และโรคไตอักเสบจริงๆ แล้ว โรคไข้อีดำอีแดง เป็นโรคที่ไม่น่ากลัว  หายได้  ถ้าคุณพ่อคุณแม่สังเกตว่า ลูกน้อยมีไข้สูงร่วมกับผื่น และลิ้นบวมแดง แนะนำให้พามาพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม 

            แม้ว่าในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนในการป้องกันโรคอีดำอีแดงก็ตาม  แต่ถ้าท่านสังเกตและใส่ใจบุตรหลานเพิ่มขึ้น  โดยกินร้อน  ช้อนกลาง  ล้างมือ  และห่างไกลจากคนไข้  ก็จะปลอดภัยจากโรคนี้ได้

 

กลับสู่หน้ารายการโทรทัศน์พบหมอศิริราช