ออกอากาศ : วันที่ 19 มกราคม 2557  เวลา 13.50 น. (โดยประมาณ) ณ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เรื่อง: หยุดยาต้านเอดส์ เสี่ยงเชื้อดื้อยา
บทคัดย่อ:

         การรับประทานยาต้านไวรัส HIV แบบไม่ต่อเนื่อง จะทำให้เกิดเชื้อดื้อยา และกลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุขเพิ่มขึ้น   รศ.นพ.วินัย  รัตนสุวรรณ  ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม กล่าวว่า การให้ยาต้านไวรัส HIV สูตรพื้นฐานกับผู้ป่วยในระยะแรก  และได้ติดตามผลเลือด ปรากฏว่าแทบจะไม่พบเชื้อหลงเหลืออยู่ในร่างกาย ภายหลังกินยาเพียง 6 เดือน ถึง 1 ปี และจะดีเช่นนั้นตลอดไปหากผู้ป่วยยังกินยาอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านไวรัสแบบไม่ต่อเนื่อง  เมื่อตรวจติดตามผลพบว่า เชื้อ  HIV ในเลือดมีปริมาณเพิ่มขึ้น  และมีผลทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้

         สำหรับเกณฑ์การพิจารณาให้ยาต้านไวรัส HIV ในระยะแรก  เริ่มให้ยาในผู้ป่วยที่มีระดับเซลล์ CD4 ในเลือดน้อยกว่า 350 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร   เพราะหากทิ้งไว้จนเซลล์ CD4 ในเลือดน้อยกว่า 200 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร  จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสที่จะตามมา เช่น วัณโรค เชื้อราที่เยื่อหุ้มสมอง เป็นต้น จึงต้องให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้ติดเชื้อตั้งแต่ระยะแรก  เพราะจะรักษาได้ง่ายกว่าปล่อยทิ้งไว้นานๆ จนภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ

         ดังนั้นผู้ติดเชื้อที่ถึงจุดที่ต้องกินยาต้านไวรัส HIV จะต้องกินยาอย่างน้อย 3 ขนาน และกินอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่อง  จึงจะได้ผลดีตลอดไป หากกินยาไม่สม่ำเสมอ จะนำไปสู่การเกิดเชื้อดื้อยาในที่สุด และเมื่อเชื้อ HIV ดื้อยาขนานใดแล้ว ก็จะดื้อต่อยาขนานนั้นตลอดไป ทำให้ผู้ที่มีเชื้อดื้อยา จะต้องเปลี่ยนสูตรยา เป็นยาขนานที่เชื้อยังไม่ดื้อยา  ซึ่งมักเป็นยารุ่นใหม่ที่มีลิขสิทธ์และมีราคาแพง ซึ่งรัฐบาลยังไม่สามารถจัดหายาเหล่านั้นมาให้ประชาชนใช้ได้ฟรี  ทำให้ผู้ป่วยที่มีเชื้อดื้อยาหลายขนานมาก  อาจไม่สามารถรักษาให้ได้ผลอีกเลย  

          แต่หากกินยาต้านไวรัส 3 ตัวพร้อมกัน จะสามารถทำลายเชื้อ HIVได้อย่างรวดเร็ว จากจำนวนเป็นล้านตัวในเลือด  1 ซีซี ลดลงจนตรวจไม่พบในน้ำเลือดภายในเวลา 6 เดือน  เมื่อเชื้อ HIV ลดลง จำนวนเม็ดเลือดขาวก็จะสูงขึ้นตามลำดับ ทำให้ภูมิต้านทานของผู้ป่วยดีขึ้น  อย่างไรก็ตาม การตรวจไม่พบไวรัสในน้ำเลือด  ไม่ได้หมายความว่าไวรัสหมดไปจากตัว  เนื่องจากยังมีไวรัสอาศัยอยู่ในเซลล์    

       ดังนั้นสิ่งที่ผู้ป่วยต้องตระหนักคือ ยาต้านไวรัส HIV ไม่สามารถทำให้หายขาดจากโรคเอดส์ หากกินยาต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ก็จะแข็งแรงอยู่จนแก่ได้ แต่หากกินยาไม่ต่อเนื่อง กินๆ หยุดๆ จะทำให้เกิดเชื้อ             ดื้อยา  แพทย์ก็จะต้องปรับเปลี่ยนสูตรยา จากสูตรยาพื้นฐานที่มีราคาเดือนละพันกว่าบาท ไปเป็นสูตรใหม่ที่ตกเดือนละหลายหมื่นบาท  ทำให้ผู้ป่วยที่มีเชื้อดื้อยาจะลำบากไปตลอดชีวิต ไม่เพียงเท่านี้ผู้ป่วยที่มีเชื้อ HIVดื้อยา สามารถแพร่           เชื้อที่ดื้อยานี้ให้แก่ผู้อื่นต่อไปได้อีกด้วย 

         ดังนั้นผู้ที่ติดเชื้อ HIV จำเป็นต้องกินยาให้ครบตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด   โดยกินยาตามที่กำหนดไว้แต่ละชนิด เช่น  บางชนิดต้องกินพร้อมอาหาร  บางชนิดต้องกินเวลาท้องว่าง ซึ่งหมายถึง อาจกินก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง  หรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง  ยาจึงจะถูกดูดซึมได้ดีและเมื่อมีอาการข้างเคียงของยา  หรือแพ้ยา ให้ปรึกษาแพทย์  ห้ามหยุดยาเอง

กลับสู่หน้ารายการโทรทัศน์พบหมอศิริราช