ออกอากาศ : วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556  เวลา 13.50 น. (โดยประมาณ) ณ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เรื่อง: EVAR : รักษาหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้อง
บทคัดย่อ:

         ปัจจุบันนวัตกรรมการรักษาโรค มีส่วนช่วยทำให้อัตราการเสียชีวิตของผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพองลดลงได้ ฟังรายละเอียดจาก ผศ.นพ.คามิน ชินศักดิ์ชัย ภาควิชาศัลยศาสตร์

         หลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องโป่งพอง เกิดจากผนังหลอดเลือดอ่อนแอและจะขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ มักเกิดกับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น   ผู้ชายอายุมากกว่า 65 ปี  สูบบุหรี่จัด  มีภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะโรคถุงลมโป่งพอง  หรือคนในครอบครัวมีประวัติการป่วยด้วยโรคนี้ 

         อาการที่เกิดขึ้นจะสังเกตได้ จากการคลำพบก้อนเต้นในช่องท้อง  แพทย์สามารถให้การวินิจฉัยภาวะนี้ได้จากการตรวจอัลตราซาวนด์  และถ้าก้อนมีการขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนถึง  5 ซม.  หรือมากกว่า จนทำให้เกิดการแตกของหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้อง  ผู้ป่วยจะเกิดอาการปวดท้องเฉียบพลันอย่างรุนแรงและปวดร้าวมาถึงด้านหลัง  และ อาจเป็นเหตุให้เสียชีวิต การรักษา แพทย์จะใช้การผ่าตัดช่วย โดยจะทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์  เพื่อทราบตำแหน่งและรอยโรคที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนก่อนลงมือ  

         ซึ่งการผ่าตัดนี้มีทั้งแบบมาตรฐาน  คือ ผ่าตัดผ่านทางช่องท้อง ทั้งนี้ขึ้นกับตำแหน่งของหลอดเลือด แล้วใส่หลอดเลือดเทียมทดแทน  แต่ในช่วง 10  ปีนี้ นิยมใช้การผ่าตัดรักษาแนวใหม่  เรียกว่า “Endovascular Aortic Aneurysm Repair:EVAR  โดยการสอดใส่หลอดเลือดเทียมชนิดหุ้มด้วยขดลวด ผ่านทางหลอดเลือดแดงที่ขาหนีบทั้ง 2 ข้าง  เข้าไปจนถึงหลอดเลือดแดงใหญ่ที่โป่งพองและปล่อยขดลวดให้ถ่างขยายในช่องท้อง  ข้อดีคือ  บาดแผลเล็ก เจ็บตัวน้อย ฟื้นตัวเร็ว ที่สำคัญมีความปลอดภัยสูง ลดอัตราการเสียชีวิตและภาวะแทรกซ้อนก็น้อยลง   

         อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดโป่งพองในช่องท้องที่มีก้อนขนาดเล็ก ซึ่งยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าต้องผ่าตัด  แต่ก็ควรรับการตรวจอัลตราซาวนด์อย่างต่อเนื่อง ทุกๆ  3 - 6 เดือนครับ

กลับสู่หน้ารายการโทรทัศน์พบหมอศิริราช