ออกอากาศ : วันที่ 30 มิถุนายน 2556  เวลา 13.50 น. (โดยประมาณ) ณ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เรื่อง: ไข้เลือดออกจากเชื้อเดงกี่
บทคัดย่อ:

           ไข้เลือดออกเดงกี่ เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรคมาสู่คน รศ.นพ.วินัย รัตนสุวรรณ  ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม  กล่าวว่า เชื้อไวรัสเดงกี่จะอาศัยอยู่บริเวณผนังกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง  เมื่อยุงไปกัดคนจะแพร่เชื้อเข้าสู่ร่างกายคน  โดยเชื้อไวรัสเดงกี่มีอยู่  4  สายพันธุ์ หากผู้ป่วยได้รับเชื้อสายพันธุ์ใด ก็จะมีภูมิคุ้มกันเฉพาะสายพันธุ์นั้นๆ ซึ่งอาจมีโอกาสเป็นไข้เลือดออกจากเชื้อไวรัสเดงกี่สายพันธุ์อื่นได้อีก 

              โดยทั่วไปผู้ป่วยไข้เลือดออกส่วนใหญ่   จะมีอาการไม่มาก การดูแลตนเองในระยะแรก   จะเป็นการติดตามอาการ  ผู้ป่วยควรดื่มน้ำหรือน้ำเกลือแร่ให้พอ  โดยสังเกตสีของปัสสาวะจะต้องเป็นสีเหลืองอ่อน หากเป็นสีเหลืองเข้ม แสดงว่าร่างกายยังขาดน้ำ  และรับประทานยาลดไข้  โดยใช้ยาพาราเซตามอลตามขนาดที่แพทย์สั่ง ห้ามรับประทานเกินขนาด เพราะอาจเป็นสาเหตุของตับอักเสบจากยาได้  รวมทั้งห้ามใช้ยาแอสไพริน เพราะอาจทำให้เลือดออกได้ง่ายขึ้นและมากขึ้นด้วย 

              ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการไข้เฉียบพลัน  ซึ่งอาจสูงถึง 39 - 40 องศาเซลเซียส ภายใน  2-7วัน หลังจากได้รับเชื้อเข้าไป   แม้จะรับประทานยาลดไข้แล้ว ไข้ก็อาจไม่ลดได้  และมักมีอาการเบื่ออาหาร ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว หน้าแดง ในรายที่มีเกล็ดเลือดต่ำ อาจเห็นจุดเลือดออกสีแดงเล็กๆ ตามผิวหนัง เนื่องจากมีเลือดออกที่ผิวหนัง บางคนมีเลือดกำเดาไหล ซึ่งมักเกิดขึ้นภายหลัง 2 - 3 วันหลังจากอาการไข้ขึ้นสูง  และอาจมีอาการปวดท้อง เนื่องจากตับในช่องท้องโตขึ้น   นอกจากนี้บางรายอาจมีเลือดออกจากกระเพาะอาหาร อาเจียนมีเลือดปน หรือถ่ายดำ มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเบาและเร็ว เนื่องจากความดันเลือดต่ำ อาการนี้จะเป็นอยู่ประมาณ 24 - 48 ชั่วโมง ซึ่งต้องได้รับการรักษาทันท่วงที  หากตรวจพบว่า เลือดข้นขึ้น เกล็ดเลือดลดต่ำลง จะต้องให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดและเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด  

              ปัจจุบันสามารถนำการตรวจทางห้องปฏิบัติการมาช่วยในการวินิจฉัยโรคได้ในบางกรณี เช่น การตรวจนับเม็ดเลือด และจำนวนเกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งเป็นขั้นตอนของการรักษา  แต่สิ่งที่ทุกคนทำได้คือ การป้องกันโรคไข้เลือดออกโดยไม่ให้ยุงลายมากัด  ด้วยการนอนในมุ้ง  และถ้าต้องทำงานอยู่ในที่ที่มียุง ให้ใช้ยาทากันยุงรวมถึงการดูแลบริเวณบ้าน เช่น ปิดฝาตุ่มน้ำ ใส่ทรายอเบทที่น้ำหล่อขาตู้กับข้าว เลี้ยงปลาสำหรับกินลูกน้ำยุงลาย เช่น ปลาหางนกยูง และคว่ำภาชนะที่อาจมีน้ำขัง  เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายไม่ให้วางไข่ 

กลับสู่หน้ารายการโทรทัศน์พบหมอศิริราช