ออกอากาศ : วันที่ 13 มกราคม 2556  เวลา 13.50 น. (โดยประมาณ) ณ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
เรื่อง: ทำอย่างไร เมื่อเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ
บทคัดย่อ:

 

         โรคติดเชื้อรักษาได้ด้วยการใช้ยา แต่เมื่อเกิดภาวะเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ  ทำให้ยาที่เคยใช้ฆ่าเชื้อได้ แต่กลับใช้ไม่ได้    เมื่อเป็นเช่นนี้จะส่งผลอย่างไรต่อการรักษาผู้ป่วย  ศ.คลินิก นพ.อุดม  คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล  ม.มหิดล มีคำตอบค่ะ

          การดื้อยา เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมของเชื้อโรคและเมื่อเชื้อโรคดื้อต่อยาปฏิชีวนะตัวใดตัวหนึ่ง ก็มักจะดื้อยาปฏิชีวนะชนิดอื่นในประเภทเดียวกัน ทำให้การรักษายากขึ้น  ต้องเลือกใช้ยาปฏิชีวนะประเภทที่สามารถยับยั้งเชื้อโรคแรงขึ้น ทำให้ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลนานขึ้น  ซึ่งเชื้อที่เป็นสาเหตุของการดื้อยามากขึ้น เช่น สเตรปโตคอคคัสนิวโมเนีย (Streptococcus pneumonia) ที่เป็นสาเหตุของโรคปอดบวมในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ดื้อต่อยา Penicillin ที่ใช้รักษาอาการของโรคปอดบวม   และเมื่อเกิดการดื้อยา   สิ่งที่แพทย์สามารถปฏิบัติคือ   การป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาจากผู้ป่วยคนหนึ่ง ไปยังผู้ป่วยรายอื่น หรือการแพร่เชื้อที่เกิดจากการตรวจรักษาโดยแพทย์  

         วิธีปฏิบัติโดยทั่วไปคือ      ทุกครั้งที่มีการตรวจเยี่ยมอาการผู้ป่วยที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล    ทั้งแพทย์ พยาบาล รวมทั้งนักศึกษาแพทย์  มีวิธีป้องกันโดยการใช้ alcohol hand gel ทำความสะอาดมือทั้งก่อนและหลังการตรวจผู้ป่วย นอกจากนี้ การให้การรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง และต้องให้การรักษาที่รวดเร็ว  เพราะถ้ามีการใช้ยาต้านจุลชีพที่ยาวนาน ก็จะมีส่วนกระตุ้นให้เชื้อนั้นดื้อยาได้อีกเช่นกัน  

         ดังนั้นการใช้ยาต้านจุลชีพ หรือยาปฏิชีวนะควรใช้ให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชนิดของยา ขนาดของยา  และระยะการให้ยาระหว่างมื้อยา โดยแพทย์และผู้ป่วยต้องร่วมมือกันก็จะช่วยลดโอกาสที่เชื้อจะพัฒนาเพื่อต่อต้านยาที่ใช้รักษา  และลดโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อโรคไปยังผู้ป่วยอื่นด้วย

กลับสู่หน้ารายการโทรทัศน์พบหมอศิริราช