งานพิษวิทยา

ห้องปฏิบัติการพิษวิทยาคลินิก

1.รายการตรวจที่ให้บริการทางห้องปฏิบัติการ

ห้องปฏิบัติการพิษวิทยาคลินิก งานพิษวิทยา

ตึกหอพักพยาบาล 3 ชั้น 6 โทร 02-419-7317-8

 

ให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการโดยแบ่งประเภทของการทดสอบเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

1. ระดับยา (DRUGS ) โดยเรียงตามกลุ่มยาและตัวอักษร

Therapeutic drug monitoring (TDM)

Carbamazepine

Digoxin

Lithium

Methotrexate

Na valproate (Sodium valproate)

Paracetamol

Phenobarbital

Phenytoin (Dilantin)

Salicylate

Theophylline

Vancomycin

Immunosuppressant drugs (ยากดภูมิคุ้มกัน)

Busulfan

Cyclosporine

Everolimus

Mycophenolic acid

Sirolimus

Tacrolimus

Antifungal drugs (ยาต้านเชื้อรา)

HydroxyItraconazole

Itraconazole

Posaconazole

Voriconazole

Antiretroviral drugs (ยาต้านเชื้อเอชไอวี)

Atazanavir

Darunavir

Dolutegravir

Efavirenz

Elvitegravir

Etavirine

Lopinavir

Maraviroc

Nevirapine

Raltegravir

Ritonavir

Sulfunyl urea (ยารักษาโรคเบาหวาน)

Gliclazide

Glimepiride

Glipizide

Antixiolytic drugs (ยาคลายกังวล)

Drug screening (ตรวจคัดกรองเชิงคุณภาพ)

Barbiturates screening (GC/MS)

Benzodiazepines (Enzymatic/Colorimetric)

Benzodiazepine screening (GC/MS)

Anti depressant drugs (ยาแก้ซึมเศร้า)

Screening analysis (ตรวจคัดกรองเชิงคุณภาพ)

Tricyclic antidepressant (Enzymatic/Colorimetric)

 Confirmatory analysis (ตรวจยืนยันเชิงปริมาณ)

Tricyclic antidepressants screening (UPLC)

Tricyclic antidepressants confirm (UPLC)

Amitriptyline (UPLC)

Clomipramine (UPLC)

Desipramine (UPLC)

Doxepin (UPLC)

Imipramine (UPLC)

Nortriptyline (UPLC)

Protriptyline (UPLC)

Trimipramine (UPLC)

Drug quantitative analysis (ยาไม่ระบุชนิด)

Drug quantitative analysis (GC/MS)

Catecholamines (ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต)

Dopamine

Methanephrine and Normetanephrine panel

Miscellaneous (อื่นๆ)

Cholinesterase

Homocysteine

2. สารเสพติด (DRUGS OF ABUSE) โดยเรียงตามตัวอักษร

Screening analysis (Enzymatic/Colorimetric) (ตรวจคัดกรองเชิงคุณภาพ)

Amphetamine  

Cannabinoids  

Opiates

Confirmatory analysis (ตรวจยืนยันเชิงปริมาณ)

Amphetamine (Confirm) (GC/MS)

Hippuric Acid (GC/MS)

Methamphetamine (Confirm) (GC/MS)

3. โลหะหนัก (HEAVY METALS) โดยเรียงตามตัวอักษร

Aluminium

Arsenic

Cadmium

Chromium

Copper

Iron

Lead

Magnesium

Manganese

Mercury

Zinc

4. สารพิษ (TOXIC SUBSTANCES) โดยเรียงตามตัวอักษร

                สารพิษ Cyanide (ไซยาไนท์)

Screening analysis (ตรวจคัดกรองเชิงคุณภาพ)

Cyanide Screening

Confirmatory analysis (ตรวจยืนยันเชิงปริมาณ, GC/MS)

Thiocyanate

Cyanide (GC-MS)

          สารพิษ Steroid (สเตียรอยด์

Screening analysis (ตรวจคัดกรองเชิงคุณภาพ)

Steroids screening

Confirmatory analysis (ตรวจยืนยันเชิงปริมาณ, GC/MS)

Amcinonide

Betamethasone

Clobetasol

Dexamathasone

Fluocinolone

Hydrocortisone

Diflorasone

Prednisolone

Triamcinolone

สารเคมีกำจัดวัชพืช (Paraquat)

ยาฆ่าหญ้า (Paraquat) (Screening)

Paraquat(Confirm)

สารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Pesticides)

1.    สารเคมีที่ใช้ในการกำจัดแมลง (Insecticides)

1.1         สารกำจัดแมลง Abamectin

·         Abamectin

1.2         สารกำจัดแมลงกลุ่ม  Organophosphate

·         Organophosphorous screening

·         Diethylphosphate

·         Diethylthiophosphate

·         Dimethylphosphate

·         Dimethylthiophosphate

1.3         สารกำจัดแมลงกลุ่ม  Organonitrogen

·         Organonitrogen screening

1.4         สารกำจัดแมลงกลุ่ม Organochlorine

·         Organochlorine screening

1.5         สารกำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ (pyrethroid)

·       Pyrethroids screening

2.    สารกำจัดสัตว์ฟันแทะ (Rodenticides)

·         Warfarin

สารเคมีระเหย (Volatile)

Alcohols screening

Polycyclic Aromatic Hydrocarbons screening

Volatile Organic Compounds

2.การขอส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการพิษวิทยาคลินิก งานพิษวิทยา

2.1 กรณีการขอส่งตรวจภายในโรงพยาบาลศิริราช ให้ใช้ใบขอส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ พิษวิทยาคลินิก หรือสั่งตรวจในระบบสารสนเทศทางห้องปฏิบัติการคณะฯ ที่มีข้อมูลผู้ป่วยครบถ้วนตามที่กำหนดไว้

2.2 กรณีการขอส่งตรวจจากภายนอกโรงพยาบาลศิริราช สามารถ download ใบขอส่งตรวจได้ที่ http://www.si.mahidol.ac.th/th/division/shtc/ หรือสามารถใช้ใบขอส่งตรวจของหน่วยงานหรือ ห้องปฏิบัติการ ต้นทางได้ โดยต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับการขอส่งตรวจที่สำคัญ คือ

- ชื่อ - นามสกุล และ หมายเลขประจำตัว (เช่น HN) ของผู้ป่วย

- ระบุชนิดของการตรวจที่ต้องการขอส่งตรวจ

- ระบุวิธีการติดต่อกลับไปยังห้องปฏิบัติการต้นทาง

- ระบุชื่อแพทย์ผู้ขอส่งตรวจ

- ระบุวันที่และเวลาที่เจาะเลือดหรือเก็บสิ่งส่งตรวจ

3.คำแนะนำในการกรอกใบขอตรวจ

3.1 กรอกข้อมูลในใบขอส่งตรวจ หรือข้อมูลในระบบสารสนเทศทางห้องปฏิบัติการคณะฯ ให้ครบถ้วน

3.2 ทำเครื่องหมายเพื่อระบุชนิดการตรวจที่ต้องการขอส่งตรวจในช่องที่กำหนด

3.3 ระบุชื่อแพทย์ผู้ขอส่งตรวจทุกครั้ง

3.4 ระบุวันที่และเวลาที่เจาะเลือดหรือเก็บสิ่งส่งตรวจ

4.ลำดับการให้ความสำคัญในการบริการตรวจวิเคราะห์

ข้อ 1. ตัวอย่างที่ได้รับคำร้องขอผลด่วน

ข้อ 2. ตัวอย่างที่มาจากแพทย์เวรฉุกเฉิน [E.R.]

ข้อ 3. ตัวอย่างที่มาจากอุบัติเหตุ

ข้อ 4. ตัวอย่างที่มาจาก ward ICU

ข้อ 5. ตัวอย่างที่มาจากผู้ป่วยนอก

ข้อ 6. ตัวอย่างที่มาจาก ward ทั่วไป

ข้อ 7. ตัวอย่างที่มาจากโรงพยาบาลเอกชน,ศูนย์แลบฯ

โดยเรียงลำดับความสำคัญการวิเคราะห์ก่อน - หลังตามลำดับหัวข้อหมายเลข 1 ถึงหมายเลข 7

หัวข้อหมายเลข 1 จะทำการวิเคราะห์ก่อน หัวข้อหมายเลข 2

หัวข้อหมายเลข 2 จะทำการวิเคราะห์ก่อน หัวข้อหมายเลข 3

หัวข้อหมายเลข 3 จะทำการวิเคราะห์ก่อน หัวข้อหมายเลข 4

หัวข้อหมายเลข 4 จะทำการวิเคราะห์ก่อน หัวข้อหมายเลข 5

หัวข้อหมายเลข 5 จะทำการวิเคราะห์ก่อน หัวข้อหมายเลข 6 และหมายเลข 7 ตามลำดับ

หมายเหตุ:

1. ผลการทดสอบทุกๆการทดสอบ ที่ไม่ได้ร้องขอผลด่วน จะ ได้รับผลตรวจภายในระยะเวลาที่กำหนด

2. คำร้อง ขอผลด่วน หมายถึง บันทึกในใบขอผลด่วน, บันทึกตรายาง ขอด่วน หรือเขียนด้วยลายมือ ขอด่วน ในใบขอตรวจ

3. ขอความร่วมมือผู้รับบริการ ขอผลด่วน เฉพาะกรณีที่ผู้ป่วยอยู่ในภาวะฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ถ้าไม่ได้ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการในการ ประกอบการรักษาของแพทย์

5.ลักษณะตัวอย่างใบขอตรวจ

(รายการทดสอบและราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งจะมีการแจ้งให้ทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง)

          
คลิกเพื่อดูรายละเอียด
ใบขอตรวจ

คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

6.การเก็บตัวอย่างตรวจวิเคราะห์มีข้อปฏิบัติดังนี้

การเตรียมผู้ป่วยไม่มีการเตรียมผู้ป่วยเป็นพิเศษในการขอส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ พิษวิทยาคลินิก งานพิษวิทยา

6.1 การเก็บตัวอย่างเลือด การเก็บตัวอย่างเลือดแยกตามลักษณะของรายการทดสอบ

6.1.1 การขอตรวจโลหะหนัก (Pb,Cd,Cr,Mn) ใช้สารกันเลือดแข็ง EDTA blood

6.1.2 การตรวจโลหะ (Al, Cu, Mg ,Li, Fe, Zn,) ใช้ Clotted blood (3 – 5 ml)

6.1.3 การตรวจระดับยาในเลือด ใช้ Clotted blood (3 – 5 ml) หรือ ผู้ที่เจาะเลือดยากให้ใช้ hematocrit tube ที่ปั่นแยกแล้วอย่างน้อย 6 tube

6.1.4 การตรวจระดับยา : Cyclosporine, Tacrolimus, Silolimus, Everolimus ในเลือดใช้ EDTA blood

6.1.5 การตรวจระดับยา :Busulfan, Voriconazole, Itraconazole, HytdroxyItraconazole, Posaconazole ในเลือดใช้ lithium heparin blood

6.1.6 กำหนดชนิดของหลอดเลือดและการเลือกใช้ดังนี้

ชนิดของหลอดเลือด สารเคมีในหลอด การเลือกใช้
หลอดจุกสีม่วง

มีขนาดใส่เลือด

2 ml และ 3 ml
K2 EDTA การตรวจระดับยา ได้แก่ Cyclosporine, Tacrolimus, Sirolimus,Everolimus

การตรวจโลหะหนัก ได้แก่ Cadmium, Chromium, Lead, Manganese
หลอดจุกสีเขียว

มีขนาดใส่เลือด

3 ml และ 6 ml
lithium heparin Busulfan, Voriconazole, Itraconazole, HydroxyItraconazole, Posaconazole

การตรวจ Cholinesterase in Whole blood
หลอดจุกสีแดง

มีขนาดใส่เลือด

5 ml และ 6 ml
activator ที่ทำให้เกิด clot การตรวจระดับยาต่างๆ ได้แก่ Carbamazepine, Digoxin, Gentamicin, Lithium, Navalproate, Paracetamol , Phenobarbital, Phenytoin, Salicylate, Theophylline, Vancomycin, Methotrexate

การตรวจโลหะต่างๆ ได้แก่ Copper, Iron, Zinc, Lithium, Aluminium

การตรวจ Cholinesterase in Serum

6.2 การเก็บปัสสาวะ 24 ชม. ตรวจโลหะหนัก

วันที่ ........................ถึงวันที่..........................

6.2.1 อุปกรณ์

- ภาชนะรองรับปัสสาวะ (กระโถน, กระบอกปัสสาวะ, หรืออื่นๆ)

- ขวดเก็บปัสสาวะสะอาดปราศจากโลหะ (รับได้ที่ห้องปฏิบัติการพิษวิทยาคลินิก)

- กรวยกรอง

6.2.2 วิธีปฏิบัติเก็บปัสสาวะ 24 ชม.

- ในวันที่เก็บปัสสาวะ 24 ชม.ให้ถ่ายปัสสาวะทิ้งทั้งหมดในเวลา 06.00 น.เช้าของวันนั้น ไม่ว่าจะปวดปัสสาวะ หรือไม่ก็ตาม เพื่อทำให้กระเพาะปัสสาวะว่าง

- หลังจากนั้นเมื่อมีการปวดปัสสาวะให้ถ่ายลงภาชนะรองรับแล้วเทลงกรวยใส่ขวดเก็บปัสสาวะทุกครั้ง ห้ามทิ้งจนถึง 06.00 น.เช้าของวันรุ่งขึ้น

หมายเหตุ:

- เวลา 06.00 น.ของวันรุ่งขึ้นนั้น จะปวดปัสสาวะหรือไม่ก็ต้องเก็บปัสสาวะครั้งสุดท้ายเทลงขวดเก็บให้หมดแล้วปิดฝาให้สนิท ส่งศูนย์พิษวิทยา ถ้าไม่สามารถส่งได้ในวันนั้นให้เก็บปัสสาวะในตู้เย็น เพื่อป้องกันการเน่าเสีย

- ทุกครั้งที่ถ่ายเก็บปัสสาวะลงในขวดแล้ว ต้องปิดฝาขวดให้แน่นห้ามเปิดฝาทิ้งไว้ เพราะอาจจะทำให้มีการปนเปื้อนโลหะได้

6.3 การเก็บปัสสาวะตรวจสารเสพติด

6.3.1 ต้องเก็บปัสสาวะของผู้ป่วยขณะที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงหรือสงสัยว่าเสพยา (หลังจากเสพ 1 ชั่วโมง จะตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะ และยังคงอยู่ประมาณ 1 – 2 วันที่สามารถตรวจพบได้)

6.3.2 เก็บปัสสาวะ 10 – 15 ml ใส่กระบอกพลาสติกปิดฝาให้แน่น ส่งตรวจศูนย์พิษวิทยา

6.3.3 ถ้าไม่สามารถส่งได้ในวันนั้นให้แช่เย็น 2 – 8 องศา (ตู้เย็นธรรมดา) เพื่อป้องกันปัสสาวะเสีย

6.4 การเก็บสารพิษต่างๆ

6.4.1 จากน้ำล้างท้อง ควรเก็บน้ำแรกของการล้างท้อง (20 - 30 ml ) ใส่ขวดพลาสติกปิดฝาให้แน่น

6.4.2 ตัวอย่างสารพิษต่างๆ (2 - 10 กรัม) ใส่ภาชนะพลาสติกปิดฝาให้แน่นและต้องบอก คุณลักษณ์จำเพาะ เช่น สถานะความเป็นกรด-ด่างของสารเพื่อการตรวจวิเคราะห์และความปลอดภัย

7.การนำส่งสิ่งส่งตรวจ

7.1 ควรนำส่งสิ่งส่งตรวจด้วยความรวดเร็ว โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมงหลังเจาะเลือด เนื่องจากการเก็บสิ่งส่งตรวจไว้นานเกินไปมีผลกระทบต่อความถูกต้องของผลการทดสอบได้ (ดูเวลานำส่งสิ่งส่งตรวจที่รายละเอียดการทดสอบ)

7.2 การขนส่งสิ่งส่งตรวจจากหน่วยงานต้นทางมาสู่ห้องปฏิบัติการ ควรนำส่งในกล่องหรือภาชนะพลาสติกที่มีฝาปิดมิดชิด หรือใส่ในถุงพลาสติกที่มัดปากถุงให้แน่นหนา และวางหลอดเก็บสิ่งส่งตรวจในแนวตั้ง

8.สถานที่รับสิ่งส่วตรวจ

ห้องปฏิบัติการพิษวิทยาคลินิก งานพิษวิทยา มีสถานที่รับส่งสิ่งตรวจที่ตึกหอพยาบาล3ชั้น 6 โทร(02)419-7317-8 ปฏิบัติงานตลอดเวลา 24ชั่วโมง

09.เกณฑ์การปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ

- ส่งผิดห้องปฏิบัติการ

- สิ่งส่งตรวจไม่มีป้ายหรือสติ๊กเกอร์แสดง ชื่อ-นามสกุล และ HN ของผู้ป่วย

- ใบขอส่งตรวจไม่มี ชื่อ-นามสกุล และ HN ของผู้ป่วย

- ชื่อ-นามสกุล และ HN ไม่ใช่ผู้ป่วยคนเดียวกัน

- ชื่อ-นามสกุล และ HN ในใบ ขอส่งตรวจไม่ตรงกับข้อมูลที่ติดอยู่บนสิ่งส่งตรวจ

- ไม่ระบุรายการขอส่งตรวจ (ชื่อการทดสอบ) ที่ต้องการส่งตรวจ

- ปริมาณสิ่งส่งตรวจไม่เพียงพอสำหรับการตรวจ

- สิ่งส่งตรวจผิดประเภท / เก็บสิ่งส่งตรวจในภาชนะผิดประเภท

- ซีรั่มมีสีแดงจากการเกิด hemolysis ในการขอส่งตรวจ Cholinesterase

- มีลิ่มเลือด ( clot) ใน EDTA blood หรือ heparinized blood

- เลือด hematocrit tube ที่ยังไม่ได้ปั่นแยก

- เลือด hematocrit tube ที่น้อยกว่า 6 tube

10.การดำเนินการปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ

ห้องปฏิบัติการพิษวิทยาคลินิกอาจทำการปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ ในกรณีที่เห็นว่าการตรวจทางห้องปฏิบัติการในสิ่งส่งตรวจดังกล่าวอาจให้ค่าที่เชื่อถือไม่ได้ และเกิดผลเสียหายในการแปลผลการทดสอบ โดยเจ้าหน้าที่ผู้รับสิ่งส่งตรวจจะโทรศัพท์แจ้งบุคลากรทางการแพทย์ที่ส่งสิ่งส่งตรวจนั้นมา พร้อมทั้งบันทึกอุบัติการณ์ที่ตรวจพบทางห้องปฏิบัติการ หรือแบบบันทึกสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดและเหตุผลของการปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ ถ้าผู้ส่งตรวจยังยืนยันที่จะให้ทำการทดสอบ ทางห้องปฏิบัติการจะทำการทดสอบและระบุถึงสภาพไม่เหมาะสมของสิ่งส่งตรวจนั้น ๆ ลงในใบรายงานผล

10.1 กรณีที่ไม่สามารถติดต่อหน่วยงานที่ส่งได้จริงๆ ให้เก็บตัวอย่างตรวจและใบขอตรวจไว้เป็นหลักฐานนาน 7 วัน

10.2 รวบรวมตัวอย่างตรวจที่ปฏิเสธ แล้วในแต่ละวัน ส่งทำลายตามวิธีที่กำหนดไว้

10.3 สิ่งรบกวนการทดสอบแต่ไม่มีผลต่อการปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ

Bilirubin (mg/dL) Hemoglobin (g/dl) การเลือกใช้ Triglycerides (mg/dL)การเลือกใช้ Total protein (g/dl) %error
Theophylline 20 1 1000 3.00-10.00 < 10
Vancomycin 20 1 2300 3.00-10.00 < 10
Carbamazepine 15 1 806 3.00-10.00 < 10
Digoxin 20 0.75 2500 3.00-12.00 < 10
Phenytion 15 1 900 10 < 5
Valproic 20 1 1100 2.00-10.00 < 10
Paracetamol 10 0.5 2500 9.60 < 10
Phenobarbital 15 1 2500 3.00-10.00 < 10

11.การขอส่งตรวจเพิ่ม โดยใช้สิ่งส่งตรวจเดิมที่เคยส่งมาแล้ว

การทดสอบที่ขอเพิ่มได้ในกรณีที่สิ่งส่งตรวจเป็นเลือดสามารถขอตรวจเพิ่ม ภายในเวลา 7 วัน และ กรณีที่สิ่งส่งตรวจเป็นปัสสาวะสามารถขอตรวจเพิ่ม ภายใน เวลา 1 วัน

12.วิธีปฏิบัติในการขอส่งตรวจเพิ่ม โดยใช้สิ่งส่งตรวจเดิมที่เคยส่งมาแล้ว

12.1 โทรศัพท์ติดต่อห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบว่ามีสิ่งส่งตรวจที่ถูกต้องตามเกณฑ์ที่ระบุและมีปริมาณเพียงพอหรือไม่

12.2 ในกรณีที่ตรวจสอบแล้วพบว่าสามารถขอส่งตรวจเพิ่มโดยใช้สิ่งส่งตรวจเดิมได้ ให้ดำเนินการกรอกใบขอส่งตรวจฉบับใหม่ ระบุชนิดการทดสอบที่จะขอส่งตรวจเพิ่ม พร้อมทั้งระบุในใบขอส่งตรวจใหม่ให้ชัดเจนด้วยว่า เป็นการขอส่งตรวจเพิ่มโดยใช้สิ่งส่งตรวจเดิมที่เก็บไว้เมื่อใด

12.3 ส่งใบขอส่งตรวจเพิ่ม มาตามกระบวนการขอส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการของคณะฯ ตามปกติ

13.การตรวจวิเคราะห์

เจ้าหน้าที่ ห้องปฏิบัติการปฏิบัติตามวิธีปฏิบัติงานการ ตรวจวิเคราะห์ของแต่ละการทดสอบ

14.การรายงานผลตรวจวิเคราะห์

14.1 การรายงานผลจะใช้ใบรายงานผลซึ่งพิมพ์จากระบบคอมพิวเตอร์ HCLAB

14.2 ผู้รับบริการจะได้รับใบรายงานผล ภายในระยะเวลาที่กำหนด

14.3 แพทย์ผู้ส่งตรวจหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายสามารถเปิดดูผลการตรวจทางระบบคอมพิวเตอร์( ÉCLAIR) ได้และสามารถสั่งพิมพ์สำเนาใบรายงานผลที่หอผู้ป่วยหรือสถานที่ตรวจรักษาได้ พร้อมทั้งสามารถนำผลที่พิมพ์เองที่หอผู้ป่วยใส่ในเวชระเบียนได้

14.4 ในกรณีที่ผลการตรวจอยู่ในเกณฑ์วิกฤตที่กำหนดไว้ให้หัวหน้าห้องปฏิบัติการหรือหัวหน้าเวรหรือ เภสัชสนเทศเพื่อโทรแจ้งแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย และมีการบันทึกการโทรแจ้งในบันทึกการรายงานค่าวิกฤติ

14.5 ห้องปฏิบัติการไม่มีการรายงานผลทางโทรศัพท์ ยกเว้นในกรณีที่มีการร้องขอจากแพทย์/พยาบาลที่ดูแลรักษาผู้ป่วยเนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วนในการรักษาผู้ป่วยนั้น

14.5.1 การรายงานผลทางโทรศัพท์เนื่องจากแพทย์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายไม่สามารถเปิดดูผลการตรวจทางระบบคอมพิวเตอร์ได้

14.5.2 กรณีที่ผลการตรวจอยู่ในเกณฑ์วิกฤตที่กำหนดไว้

14.5.3 เจ้าหน้าที่ปฏิบัติ้งานที่ได้รับมอบหมายให้รายงานการตรวจผลทางโทรศัพท์จะต้องมีการทวนซ้ำผลรายงานพร้อมสอบถามชื่อ-นามสกุลผู้รับแจ้งและมีการบันทึกในแบบบันทึกการติดต่อทางโทรศัพท์ ทุกครั้ง

14.5.4 กรณีหน่วยงานภายนอกโรงพยาบาลศิริราชมีความประสงค์ขอรายงานผลการตรวจทางโทรสาร ห้องปฏิบัติการจะดำเนินการตามคำร้องขอของแพทย์/พยาบาลที่ดูแลรักษาผู้ป่วยในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการดูแลรักษาผู้ป่วยและ/หรือไม่สามารถมารับใบรายงานผลตัวจริงได้

14.6 ในกรณีได้รับการร้องขอจากผู้ป่วย จากโรงพยาบาลอื่นหรือบริษัท ผู้ใช้บริการต้องการมารับผลเองที่ห้องปฏิบัติการพิษวิทยา คลินิก โดยเจ้าหน้าที่จะขอดูบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรแสดงตนต่างๆก่อนให้ใบรายงานผล และต้องมีการลงบันทึกในแบบบันทึกการขอส่งมอบใบรายงานผลทางห้องปฏิบัติการไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

14.7 ใบรายงานผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการที่ออกไปจะต้องมีลายเซ็นผู้รับรองผลการตรวจและถูกนำใส่ซอง หรือแฟ้มเอกสารที่ปิดมิดชิด เพื่อให้ผลการตรวจวิเคราะห์ของผู้มารับบริการได้รับการปกป้อง เป็นความลับ

14.8 ผลการวิเคราะห์ที่ได้ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรในใบรายงานผลจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขโดยเด็ดขาด

14.9 ในกรณีที่มีการแก้ไขผลการวิเคราะห์ ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแจ้งยกเลิกผลโดยเร็วที่สุดและออกรายงานผลใหม่และหากหน่วยตรวจ/หอผู้ป่วยได้พิมพ์สำเนาผลการตรวจแล้วให้ผู้ตรวจวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องไปประทับตราแจ้งยกเลิกใบรายงานนั้นๆ

เมื่อเกิดกรณีเช่นนี้ต้องทำการบันทึกในใบคำร้องแก้ไขสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดทุกครั้งและรีบรายงานหัวหน้าห้องปฏิบัติการซึ่งต้องรายงานให้หัวหน้าห้องปฏิบัติการพิษวิทยาคลินิก ทราบโดยเร็ว

14.10 หากแพทย์ผู้ใช้ผลวิเคราะห์ทักท้วงหรือไม่แน่ใจในความถูกต้องของการรายงานผลตรวจให้หัวหน้าห้องปฏิบัติการหรือหัวหน้าเวรสามารถทำซ้ำใหม่ได้ และออกใบรายงานผลใหม่ตามค่าที่ได้จริง โดยต้องมีการหาสาเหตุหากค่าที่ได้ทั้ง 2 ครั้ง มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ให้ทำการหาสาเหตุ การแก้ไขและการป้องกันพร้อมบันทึกในใบคำร้องแก้ไขสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดรายงานให้หัวหน้าห้องปฏิบัติการพิษวิทยาคลินิก และผู้จัดการด้านวิชาการทราบ ทราบทุกครั้ง

14.11 มีการจัดเก็บข้อมูลเอกสารของผู้มารับบริการ เป็นระยะเวลานาน 3 ปี

14.12 การให้บริการคำแนะนำ

14.12.1 อาจารย์แพทย์ ,เภสัชกร, นักวิชาการ ให้คำแนะนำในการเลือกวิธีตรวจวิเคราะห์ การเลือกใช้การทดสอบ การให้ทำซ้ำการให้ทำการทดสอบเพิ่มเติม การเลือกชนิดตัวอย่าง การแปลผลการทดสอบตามความเหมาะสม

14.12.2 นักวิชาการเข้าร่วมประชุมทางวิชาการต่าง ๆ เช่น Grand round, case conference,CPC, interesting case เพื่อให้คำปรึกษาให้ความเห็น รวมทั้งรับทราบความต้องการของผู้ใช้บริการ

14.13 มีการแจ้งระยะเวลาในการรายงานผลให้ผู้รับบริการทราบ และมีการทบทวนระยะเวลาการรายงานผล ( Turn around time ) ทุก 1 เดือน รายงานในการประชุมห้องปฏิบัติการพิษวิทยาคลินิก โดยผู้ที่ได้รับมอบหมาย

14.14 ผลการตรวจวิเคราะห์นี้ได้จากตัวอย่างที่ส่งตรวจและใช้เพื่อการรักษาเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับกรณีที่นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น

15.ค่าอ้างอิง

ลำดับ รายการทดสอบ ตัวอย่าง ระดับที่ใช้ในการรักษาในคน/ค่าปกติ ค่าวิกฤต หน่วย
1 Carbamazepine Clotted Blood 4.00 – 12.00 >10 mg/mL
2 Cholinesterase Clotted Blood 1,500 – 4,000 <1000 Unit/L (U/L)
3 Phenytoin Clotted Blood 10.00 – 20.00 <2.5 , >20 mg/mL
4 Digoxin Clotted Blood 0.80 – 2.00 >2.0 ng/mL
5 Paracetamol Clotted Blood 10.00 – 30.00 >150 at 4 hr. mg/mL
> 37.5 at 12 hr.
6 Phenobarbital Clotted Blood 10.00 – 40.00 <5 , >45 mg/mL
7 Salicylate Clotted Blood 150.00 – 300.00 >300 mg/L
8 Theophylline Clotted Blood 10.00 – 20.00 (Adults) >20 mg/mL
5.00 - 15.00 (neonatal apnea) >13
9 Tricyclic Antidepressants Clotted Blood 50.00 – 100.00 >750 mg/mL
10 Na valproate Clotted Blood 50.00 – 100.00 <10 , >120 mg/mL
11 Vancomycin Clotted Blood Therap : Peak : = 20.00 – 40.00 >80 mg/mL
Therap: Trough := 10.00 – 20.00 >20
12 Lithium Clotted Blood 0.60-1.50 >1.80 mEq/L
13 Copper Clotted Blood Birth – 60 mo = 0.02 – 0.07 mg/dL
6 y = 0.09 -0.19
12 y = 0.08 – 0.16
Adult : Male = 0.07 – 0.14
:Female = 0.08 – 0.155
Pregnancy at term = 0.118 -0.302
Urine spot 0 – 50.00 mg/g Creatinine
14 Magnesium Clotted Blood 1.80 – 2.50 mg/dL
15 Manganese Blood 0.30 – 1.00 mg/dL
16 Methotrexate Clotted Blood > 10.00 at 24 hr. mmol/L
> 1.00 at 48 hr.
> 0.10 at 72 hr.
17 Cadmium Blood 0.50 – 1.00 mg/dL
18 Chromium Blood 0.07 - 2.80 mg/dL
19 Lead Blood WH : เด็ก = 0 – 10.00 mg/dL
ผู้ใหญ่ – ไม่สัมผัสสาร = 0 – 25.00 mg/dL
สัมผัสสาร = 0 – 40.00 mg/dL
Urine 24 hr. Urine = 0 – 50.00 mg/g Creatinine
20 Zinc Clotted Blood 0.05 – 0.17 mg/dL
21 Iron Clotted Blood 0.08-0.16 mg/dL
22 Arsenic Urine 0 - 2.5 mg/dL
23 Mercury Urine 0 – 2.0 mg/L
24 Cyclosporine EDTA Blood 75-2,000 mg/L
25 Everolimus EDTA Blood 3-8 mg/L
26 Sirolimus EDTA Blood 5-15 mg/L
27 Tacrolimus EDTA Blood 5-20 mg/L

16.การรักษาตัวอย่าง

ห้องปฏิบัติการมีนโยบายกำหนดระยะเวลาเก็บรักษาสิ่งส่งตรวจ ดังนี้

16.1 สำหรับเลือดหลังตรวจเสร็จจะเก็บตัวอย่างเลือดไว้ในตู้เย็น 2-8 °C เป็นเวลา 7 วัน (นับจากวันแรกที่ได้รับตัวอย่างตรวจเป็นต้นไป) ก่อนส่งทำลายตามขั้นตอนที่กำหนด

16.2 สำหรับปัสสาวะหลัง ตรวจตัวอย่างเสร็จจะเก็บที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 1 วัน (นับจากวันที่ได้รับตัวอย่างตรวจ) ก่อนถูกทิ้งและทำลายตาม ขั้นตอนที่กำหนดโดยไม่มีการเก็บรักษาตัวอย่าง

16.3 กรณีสิ่งส่งตรวจของผู้ป่วยที่เป็นคดีความต้องเก็บส่งภาควิชานิติเวช ศาสตร์ เพื่อตรวจยืนยัน และการรับรองผลตรวจ