ศิริราชปลูกถ่ายกระจกตาด้วยเลเซอร์สำเร็จ เป็นครั้งแรกของไทย

                 วันนี้ (18 มี.ค. 53)   เวลา 10.30 น. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล จัดแถลงข่าว         “ศิริราชปลูกถ่ายกระจกตาด้วยเลเซอร์สำเร็จ เป็นครั้งแรกของไทย”   โดยมี ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์       กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นประธาน ร่วมด้วย  รศ.พญ.ภิญนิตา ตันธุวนิตย์   แพทย์ประจำสาขาวิชาโรคกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติ รศ.นพ.สบง ศรีวรรณบูรณ์   ผู้อำนวยการศูนย์รักษาสายตาSiLASIK (เอส ไอ เลสิก) อ.พญ.สุขศรี   โชติกวณิชย์   แพทย์ผู้ปลูกถ่ายกระจกตาด้วยเลเซอร์ และรศ.นพ.ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร รองคณบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจการพิเศษ   ณ     ห้องประชุมคณะฯ  ตึกอำนวยการ ชั้น2 รพ.ศิริราช
            เพื่อให้เข้าใจง่ายในเรื่องภาวะกระจกตาเสื่อม ก่อนที่จะทำการปลูกถ่ายด้วยเลเซอร์  รศ.พญ.ภิญนิตา ตันธุวนิตย์ แพทย์ประจำสาขาวิชาโรคกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติ    อธิบายว่า กระจกตา หรือ ตาดำ  คือส่วนหน้าของดวงตา   ซึ่งดวงตานั้นแบ่งออกเป็น  3  ส่วน  ส่วนหน้าสุดคือกระจกตา ส่วนกลางคือเลนส์แก้วตา และด้านในสุดเป็นจอตา เรามักคุ้นหูแต่คำว่าเลนส์ขุ่นมัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุทำให้มองไม่ค่อยเห็น  หรือที่เรียกว่า ภาวะต้อกระจก ซึ่งการทำผ่าตัดลอกต้อกระจกร่วมกับการเปลี่ยนเลนส์แก้วตเทียมก็สามารถทำให้มีการมองเห็นที่ดีขึ้น ส่วนภาวะกระจกตาเสื่อมจะต่างจากภาวะต้อกระจก เนื่องจากพยาธิสภาพจะอยู่ที่กระจกตาทาง ด้านหน้าที่มีการขุ่นมัว   ไม่ใช่ที่เลนส์ตา  ทำให้ความสามารถในการมองเห็นน้อยลงหรือไม่ชัดนั่นเอง และสำหรับอุบัติการณ์นั้น  ภาวะกระจกตาเสื่อมนั้นพบได้บ่อยในทุกเพศ ทุกวัย             
               รศ.พญ.ภิญนิตากล่าวต่อว่า สาเหตุที่ทำให้กระจกตาขุ่นมัว ได้แก่ การติดเชื้อ  ความเสื่อม อุบัติเหตุ สารเคมี การอักเสบ และโรคทางพันธุกรรม การรักษา เริ่มตั้งแต่การรักษาทางยา เช่น การหยอดตา และถ้าไม่ดีขึ้น      ก็ต้องรักษาโดยการผ่าตัด โดยเฉพาะผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา โดยใช้กระจกตาจากผู้บริจาคมาปลูกถ่ายให้คนไข้ แทนกระจกตาเดิมที่ขุ่นมัวของคนไข้ สามารถแก้ไขภาวะกระจกตาขุ่นมัวดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
               สำหรับวิธีการใช้กระจกตาจากผู้บริจาคมาปลูกถ่ายนั้น   ปัจจุบันได้มีการนำเลเซอร์มาช่วยในการผ่าตัด ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น  หลักการรักษานั้น รศ.นพ.สบง ศรีวรรณบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์รักษาสายตา SiLASIK (เอส ไอ เลสิก)  กล่าวว่า “สำหรับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตารายแรกนี้   เราใช้ Femtosecond laser   ซึ่งเป็นแสงเลเซอร์ชนิดเดียวกับที่ศูนย์เลสิกศิริราชมีใช้แห่งแรก  และในขณะนี้ยังเป็นเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยในการรักษาผู้ที่มีภาวะสายตาผิดปกติ สั้น ยาว เอียง    เหตุที่เราเลือก Femtosecond laser มาช่วยในการตัดหรือกรีดแทนใบมีด  เนื่องจากจะได้แผลที่มีความเรียบและมีการสมานตัวของแผลที่ดีกว่า  นอกจากนี้แล้วเทคโนโลยีนี้ได้รับการยอมรับและใช้กันแพร่หลายในประเทศแถบยุโรปและอเมริกาเพื่อใช้ในการรักษาสายตาสั้น   ยาว   เอียง  ที่สำคัญ ยังเป็นเทคโนโลยีเดียวในปัจจุบันที่ได้รับการรับรองจากองค์การ NASA  ใช้รักษาภาวะสายตาผิดปกติแก่นักบินอวกาศ  เนื่องจากมีความแม่นยำและปลอดภัยสูง สามารถทำในผู้ที่มีกระจกตาบางหรือ    มีความโค้งผิดปกติของกระจกตาไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม
                 ส่วนขั้นตอนการทำผ่าตัด อ.พญ.สุขศรี  โชติกวณิชย์ แพทย์ผู้ปลูกถ่ายกระจกตาด้วยเลเซอร์ ให้รายละเอียดว่า หลังจากที่แพทย์ได้รับการบริจาคดวงตามาแล้ว  เราจะใช้   Femtosecond Laser มาแยกส่วนของกระจกตาตรงกลาง   ซึ่งสามารถกำหนดขนาดและรูปแบบที่ต้องการได้อย่างแม่นยำกว่าการใช้ใบมีดแบบเดิม  แล้วนำกระจกตามาแช่ในน้ำยาพิเศษชั่วคราว จากนั้นนำคนไข้มาแยกส่วนกระจกตาที่ขุ่นขาวออกด้วย Femtosecond laser เช่นกัน   เมื่อแยกชิ้นกระจกตาทั้งของผู้บริจาคและคนไข้เรียบร้อยแล้ว   เราจะนำกระจกตาที่ใสของผู้บริจาคไปวางบนลูกตาของคนไข้แทน แล้วเย็บปิดแผลโดยรอบ ซึ่งรอยต่อของกระจกตาทั้งสองจะมีความเท่ากันทั้งขนาดและรูปแบบ ทำให้มีการหายตัวของแผลที่ดีกว่าวิธีการใช้ใบมีดแบบเดิม ทั้งนี้การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง โดยที่เซลล์ของกระจกตาที่ได้รับบริจาคมา จะต้องมีคุณภาพที่ดี มีเซลล์เพียงพอสำหรับการปลูกถ่ายให้คนไข้ ส่วนคนไข้จะต้องมีจอตาที่ดี  จึงจะสามารถเข้ารับการผ่าตัดและได้ผลการผ่าตัดเป็นที่น่าพอใจ  ซึ่งหลังการผ่าตัด คนไข้จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ดังนี้ ห้ามน้ำหรือสิ่งสกปรกทุกชนิดเข้าตา   ห้ามขยี้ตา และใช้ฝาครอบตาเวลานอน ไม่ควรใช้สายตาในการจ้องมองมากเกินไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ่านหนังสือหรือใช้คอมพิวเตอร์   หยอดยาตามแพทย์สั่ง และนัดตรวจติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา      6 เดือน ถึง  1 ปี”
                  สำหรับนางประเทือง  พึ่งพา  คนไข้รายแรกที่ได้รับการปลูกถ่ายกระจกตาด้วย Femtosecond laser นี้  มีอายุ  73  ปี ป่วยเป็นโรคกระจกตาเสื่อมร่วมกับแผลเป็นที่กระจกตา ทำให้กระจกตาขุ่นมัว และมีการมองเห็นค่อย ๆ มัวลง แต่เมื่อทำการปลูกถ่ายกระจกตาใหม่แล้ว การมองเห็นดีขึ้นมาก จากเดิมที่เห็นเพียงเงาลางๆ เป็นเริ่มอ่านตัวเลขได้มากขึ้น ดำรงชีวิตได้ดีขึ้น ไม่มีสภาวะต่อต้านกระจกตา โดยทั่วไปจะมีการมองเห็นที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 6 เดือนหลังการผ่าตัด ซึ่งนางประเทืองเล่าว่า “มาโรงพยาบาล เนื่องจากคนงานโยนกิ่งไม้มาโดนที่ตาขวา รู้สึกเจ็บตา ปวด บวม เคืองตา มีน้ำตาไหล มองเห็นไม่ชัด มัวลงมากขึ้นๆ หลังผ่าตัดการมองเห็นดีขึ้นมาก สังเกตตัวเองดีขึ้นเรื่อยๆ จากใหม่ๆ ที่มองไม่ค่อยเห็น สบายใจขึ้นเยอะ รู้สึกดีใจมาก ขอขอบคุณคุณหมอทุกๆ คนที่ดูแลเอาใจใส่อย่างดีมาตลอดค่ะ”                    
                  ความสำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดของการรักษาโรคกระจกตาเสื่อม โดยนำเทคนิคใหม่ Femtosecond laser (เฟมโตเซคเคิลเลเซอร์) มาช่วยในการรักษา นับเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยและประชาชนเป็นอย่างมาก หากท่านผู้ใดสนใจ   สามารถขอรับคำแนะนำได้ที่ ศูนย์รักษาสายตา SiLASIK (เอส ไอ เลสิก) ตึก  84 ปี  ชั้น 2   โรงพยาบาลศิริราช  โทร. 0 2419 9275 – 6