โครงการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์จากรกเพื่อใช้ในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
ศ.นพ. สุรพล อิสรไกรศีล อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า ได้ร่วมกับนักวิจัยที่สนใจสเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิดกำลังดำเนินการจัดตั้ง ”สมาคมวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดแห่งประเทศไทย” รวมทั้งมีแนวคิดที่จะเก็บเซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์ เพื่อนำไปใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
ศ.นพ. สุรพล อิสรไกรศีล เมธีวิจัยอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และหัวหน้ากลุ่มวิจัย คณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โลหิตแพทย์ผู้ริเริ่มรักษาผู้ป่วยโรคโลหิตวิทยา เช่น ลิวคีเมีย ด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด กล่าวว่า ปัญหาสำคัญในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด คือปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยเฉพาะในรายที่ผู้ให้เซลล์ต้นกำเนิดมี HLA ต่างจากผู้ป่วย โดยปฏิกิริยาดังกล่าวมี 2 แบบคือ ผู้ป่วยซึ่งเป็นผู้รับไม่ยอมรับเซลล์ของผู้ให้ (graft rejection) และเซลล์ของผู้ให้ไม่ยอมรับผู้รับ (graft-versus-host disease, GvHD) มีรายงานว่า ในผู้ป่วยที่มี GvHD รุนแรง ซึ่งใช้ยาอื่นแล้วไม่ได้ผล ถ้าให้เซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์ จะสามารถลดอาการของ GvHD ได้ดี
เซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์ สามารถเพาะเลี้ยงได้จากไขกระดูก เซลล์ชนิดนี้สามารถเจริญเป็นกระดูก กระดูกอ่อน เซลล์ไขมัน และเซลล์กล้ามเนื้อ โดยทั่วไปเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์ได้จากเซลล์ไขกระดูกแล้วนำมาเพาะเลี้ยง ซึ่งใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ ข้อดีของการใช้เซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์ในการรักษาผู้ป่วย คือสามารถนำไปให้กับผู้ป่วยคนใดก็ได้ โดยไม่ต้องตรวจเช็คลักษณะทางพันธุกรรมที่เรียก HLA
คณะผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษารกและสายสะดือซึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์ว่ามีเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์อยู่หรือไม่ และมีคุณสมบัติเป็นอย่างไร จะเหมือนกับเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์ที่พบในไขกระดูกหรือไม่ ผลการวิจัยพบเซลล์ต้นกำเนิดเป้าหมายในรกและสายสะดือ โดยพบในปริมาณที่พอๆกับไขกระดูก และมีประสิทธิภาพในการยับยั้งปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกันในการทดลอง mixed lymphocyte culture ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกันอีกด้วย
คณะผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่จะเก็บเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์จากรกและสายสะดือ โดยจัดตั้งเป็นธนาคารสเต็มเซลล์ ซึ่งธนาคารประเภทนี้ ไม่จำเป็นต้องเก็บจำนวนมาก เนื่องจากสามารถใช้ในผู้ป่วยรายใดก็ได้ ไม่ต้องคัดเลือก ทำให้ไม่ต้องลงทุนมาก
นอกจากนั้นขณะนี้คณะผู้วิจัยกำลังเริ่มต้นศึกษาเซลล์ต้นกำเนิดที่มีคุณสมบัติเหมือนกับเซลล์ต้นกำเนิดตัวอ่อน (embryonic stem cell - ES cell) ซึ่งพัฒนามาจากเซลล์ไฟโบรบลาสต์ของผิวหนัง เซลล์นี้เรียก induced pluripotent stem cell หรือ iPS cell การที่สามารถผลิต iPS cell ได้ ทำให้สามารถนำ iPS cell มาศึกษาวิจัยต่อและมีแนวโน้มว่าจะสามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคต่างๆได้ในอนาคตอันใกล้
ศ.นพ. สุรพล ได้กล่าวอีกว่า ได้ร่วมมือกับแพทย์และนักวิจัยที่สนใจงานวิจัยทางสเต็มเซลล์ จัดตั้งสมาคมวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดแห่งประเทศไทย (Thai Society for Stem Cell Research) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านสเต็มเซลล์ และแสวงหาความร่วมมือทางวิชาการทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
”งานวิจัยสเต็มเซลล์มีการแข่งขันสูง ทั้งยังใช้งบประมาณและบุคลากรจำนวนมาก การทำวิจัยจึงต้องเลือกหัวข้อและคำถามวิจัยที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ซึ่งงานวิจัยดังกล่าว จะมีประโยชน์กับคนไทยและมนุษยชาติ” ศ.นพ. สุรพล กล่าวทิ้งท้าย




