ศิริราชจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในหลวง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงพระกรุณาเสด็จทรงเปิดนิทรรศการและทรงปลูกต้นไม้ ในโครงการ ศิริราชเขียวขจี ปลูกต้นไม้ฉลอง 120 ปี ทำดีเพื่อพ่อ
วันนี้ (12 ธ.ค. 2551) เวลา 10.30 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงเปิดนิทรรศการและทรงปลูกต้นไม้ในโครงการ ศิริราชเขียวขจี ปลูกต้นไม้ฉลอง 120 ปี ทำดีเพื่อพ่อ ณ โรงพยาบาลศิริราช
เมื่อเสด็จฯ ถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก จากนั้นเสด็จไปยังศาลาศิริราช 100 ปี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการนี้ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถวายรายงานและกล่าวนำผู้ร่วมปฏิญาณแสดงเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการปลูกต้นไม้ และช่วยกันดูแลรักษา จากนั้นพระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีอุปการคุณ จำนวน 20 ราย แล้วจึงเสด็จเปิดนิทรรศการศิริราชเขียวขจี ปลูกต้นไม้ฉลอง 120 ปี ทำดีเพื่อพ่อ ได้เวลาอันสมควร จึงเสด็จไปยังสนามหญ้าบริเวณพระราชานุสาวรีย์ฯ ทรงปลูกต้นราชพฤกษ์ หรือคูน ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีคุณค่าสูงและยังเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไทยด้วย โดยในวันเดียวกันนี้บุคลากรศิริราชจะร่วมปลูกต้นไม้ 120 ต้น รอบบริเวณโรงพยาบาลศิริราช ได้แก่ ต้นราชพฤกษ์ แก้วเจ้าจอม กัลปพฤกษ์ กันเกรา กระทิง ตีนเป็ดน้ำ ไทรอินโด ประยงค์ ปีบ ประดู่อังสนา พิกุล และลีลาวดี ซึ่งล้วนเป็นไม้มงคล ที่คนไทยโบราณเชื่อว่า จะทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข เงินทองไหลมาเทมา และประสบความสำเร็จในชีวิต
โครงการ ศิริราชเขียวขจี ปลูกต้นไม้ฉลอง 120 ปี ทำดีเพื่อพ่อ จัดขึ้นในโอกาส ครบ 120 ปี โรงพยาบาลศิริราช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเพื่อเฉลิมพระเกียรติเจริญรอยตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามแนวคิดการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกให้แก่บุคลากรศิริราชในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ปรับสภาพภูมิทัศน์โดยรอบโรงพยาบาลให้ร่มรื่น สภาพอากาศที่ดี ช่วยประหยัดพลังงาน และลดความเครียด ส่งผลให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีให้ทั้งผู้ป่วย นักศึกษา และบุคลากรภายในคณะฯ ทั้งนี้เพื่อนำไปสู่การเป็นโรงพยาบาลต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต






