ศิริราชปลูกถ่าย 3 อวัยวะ หัวใจ-ตับ-ไต สำเร็จในผู้ป่วยรายเดียว…ครั้งแรกในเอเชีย

        วันนี้ (2 พ.ค. 2561) เวลา 10.00 น.  ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์  วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานการแถลงข่าว “ศิริราชปลูกถ่าย 3 อวัยวะ หัวใจ-ตับ-ไต สำเร็จในผู้ป่วยรายเดียว...  ครั้งแรกในเอเชีย” โดยมี รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช  รศ.ดร.นพ. ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ศัลยแพทย์ปลูกถ่ายตับและหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ปลูกถ่ายอวัยวะ  รศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์  ศัลยแพทย์ปลูกถ่ายหัวใจ  รศ.นพ.ธวัชชัย  ทวีมั่นคงทรัพย์  ศัลยแพทย์ปลูกถ่ายไต และ อ.พญ.ศรีสกุล จิรกาญจนากร อายรุแพทย์โรคหัวใจและปลูกถ่ายหัวใจ พร้อมด้วย นายรชานนท์ รุ่งสว่าง  ผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ และนางโสภา รุ่งสว่าง มารดา ณ ห้องประชุมสิรินธร  อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น G คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล 

        ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์  วัฒนาภา กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ดำเนินการปลูกถ่ายอวัยวะตั้งแต่ พ.ศ. 2516  ปัจจุบันได้ดำเนินการผ่าตัดปลูกถ่ายไต 1,298 ราย ผ่าตัดปลูกถ่ายตับ 321 ราย และผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจ 67 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 20 เม.ย. 2561) ซึ่งนับเป็นโรงพยาบาลที่มีการปลูกถ่ายอวัยวะมากที่สุดในประเทศไทย การปลูกถ่ายอวัยวะนั้นถือเป็นการรักษามาตรฐาน  สำหรับผู้ป่วยที่มีการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ล้มเหลว ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติและมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น  ส่วนใหญ่การผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ มักทำเพียง 1 อวัยวะ ให้แก่ผู้รับบริจาค 1 ราย อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยบางรายมีจำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะมากกว่า  1 อวัยวะ อาทิ  ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว  หรือภาวะตับวาย  อาจมีภาวะไตวายร่วมด้วย  เป็นต้น การผ่าตัดปลูกถ่ายมากกว่า  1 อวัยวะ สำหรับผู้ป่วยรายนั้นจึงจำเป็นในการที่จะช่วยชีวิตของผู้ป่วยได้

        การผ่าตัดปลูกถ่ายมากกว่า 1 อวัยวะให้แก่ผู้ป่วยรายเดียวกันนั้น มีการทำมานานแล้วในต่างประเทศ  แต่ยังมีจำนวนไม่มากนัก  เกือบทั้งหมดเป็นการผ่าตัดปลูกถ่าย 2 อวัยวะ เช่น การปลูกถ่ายหัวใจร่วมกับตับ  หัวใจร่วมกับไต ตับร่วมกับไต และไตร่วมกับตับอ่อน เป็นต้น  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเริ่มมีการผ่าตัดปลูกถ่ายมากกว่า  1 อวัยวะให้แก่ผู้ป่วยรายเดียว โดยเริ่มครั้งแรกใน พ.ศ. 2548 เป็นการผ่าตัดปลูกถ่ายตับ-ไต ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จนถึงปัจจุบันได้ทำการปลูกถ่าย ไต-ตับอ่อน 10 ราย  ตับ-ไต 8 ราย  หัวใจ-ปอด  5 ราย  และหัวใจ-ไต 2 ราย ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย 

        ด้าน อ.พญ.ศรีสกุล จิรกาญจนากร กล่าวถึงผู้ป่วยรายนี้ว่า  อายุ 26 ปี เป็นบุตรคนแรกจาก  2 คน จบการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้เนื่องจากความเจ็บป่วย  ผู้ป่วยเริ่มเป็นโรคไตตั้งแต่อายุ  8 ขวบ ในระยะแรกสามารถรักษาด้วยยาและควบคุมอาการได้ ต่อมาการทำงานของไตแย่ลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็นโรคไตวายระยะสุดท้ายในช่วงระดับอุดมศึกษา และได้รับการรักษาด้วยการฟอกเลือดมาตลอด  ระยะหลังผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยง่ายแม้ออกแรงเพียงเล็กน้อย  และแน่นท้อง ท้องโต จากการมีน้ำคั่งในช่องท้อง ซึ่งไม่ดีขึ้นหลังฟอกเลือดและการรักษาด้วยยา  จำเป็นต้องได้รับการเจาะระบายน้ำในช่องท้องเป็นระยะๆ  ต่อมาตรวจพบว่า ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจล้มเหลวจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง  และภาวะตับแข็งจากภาวะหัวใจล้มเหลว  จึงได้รับการส่งตัวมารักษาต่อที่คลินิกหัวใจล้มเหลว โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2560  เพื่อพิจารณาการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะหัวใจ-ตับ-ไต  โดยผู้ป่วยได้รับการตรวจประเมินอย่างละเอียดตามมาตรฐานจากทีมแพทย์สหสาขาผู้เชี่ยวชาญการปลูกถ่ายอวัยวะ เพื่อพิจารณาความพร้อมและข้อห้ามในการผ่าตัด  จากนั้นทีมแพทย์ได้ประชุมวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมในการรักษาอย่างละเอียดก่อนลงมือปลูกถ่ายอวัยวะ

        รศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร กล่าวว่า ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดปลูกถ่าย หัวใจ ตับ และไตจากผู้บริจาครายเดียวเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2560 การผ่าตัดดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือ การประสานงาน และความพร้อมของทีมผู้รักษาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในขณะผ่าตัด และการดูแลหลังผ่าตัด เนื่องจากเป็นการผ่าตัดใหญ่ จึงต้องมีการวางแผนขั้นตอนการผ่าตัดล่วงหน้าอย่างรอบคอบ และการประสานงานระหว่างทีมที่ดี 

        การผ่าตัดใช้เวลานานถึง 12 ชั่วโมง 5 นาที โดยเริ่มจากการปลูกถ่ายหัวใจ ตับ และไตเป็นอวัยวะสุดท้าย โดยในระหว่างผ่าตัด ความดันโลหิตและสภาพร่างกายทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของทีมวิสัญญีแพทย์อย่างใกล้ชิด  หลังเสร็จสิ้นการผ่าตัด  ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาต่อในหอผู้ป่วยวิกฤต เพื่อพักฟื้น  พบว่าหลังผ่าตัดวันแรก อวัยวะที่ปลูกถ่ายเริ่มทำงานได้ในระดับที่ดี  ไม่พบการต่อต้านของหัวใจใหม่จากการตรวจชิ้นเนื้อหัวใจ การตรวจด้วยอัลตราซาวด์ตับ พบว่าตับมีเลือดมาเลี้ยงได้ดี  ตับเริ่มมีการทำงานและขจัดของเสียของร่างกายได้ดี จากผลเลือดที่ตรวจเป็นระยะ ๆ อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกพบว่าไตใหม่ที่ปลูกถ่าย  ยังทำงานได้ไม่ดีนัก แต่ในที่สุดก็เริ่มทำงานได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ปัสสาวะออกได้เป็นปกติ และผลการตรวจเลือด  ค่าการทำงานของไตเป็นปกติ ผู้ป่วยได้รับการรักษาในโรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. 2560 จนถึงวันที่  23 ก.พ. 2561 รวมทั้งสิ้นเป็นเวลา 83 วัน พบว่าผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ  ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านโดยปลอดภัย  และอวัยวะที่ได้รับการปลูกถ่ายทั้งหมด มีการทำงานเป็นปกติดี

        การผ่าตัดปลูกถ่าย 3 อวัยวะ (หัวใจ-ตับ-ไต) ให้แก่ผู้ป่วยรายเดียว มีรายงานการผ่าตัดจากทั่วโลกน้อยมาก พบว่าตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 (พ.ศ. 2532) มีรายงานจำนวนการผ่าตัดเพียง 14 รายเท่านั้นในประเทศสหรัฐอเมริกา* และสำหรับในทวีปเอเชีย รวมถึงในประเทศไทย ยังไม่เคยมีรายงานการผ่าตัดปลูกถ่าย หัวใจ-ตับ-ไต มาก่อน ดังนั้นการผ่าตัดครั้งนี้ จึงถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและทวีปเอเชีย

        รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์  กล่าวถึงความสำเร็จในการปลูกถ่าย หัวใจ-ตับ-ไต ในผู้ป่วยรายเดียวกันเป็นรายแรกของเอเชียของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในครั้งนี้  เกิดจากการทำงานร่วมมือกันเป็นทีมอย่างชัดเจน ตั้งแต่ศัลยแพทย์ อายุรแพทย์ วิสัญญีแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกสาขาวิชา พยาบาลทุกหน่วยงาน เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับ 

        ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์  วัฒนาภา กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า  ความสำเร็จครั้งนี้เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของโรงพยาบาลศิริราช  ในการก้าวสู่ความเป็นเลิศ เทียบเท่าระดับนานาชาติ ซึ่งทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจะยังคงพัฒนาการดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น  เพื่อให้สมกับเป็น “โรงพยาบาลของแผ่นดิน” และที่สำคัญ ความสำเร็จในครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดซึ่งผู้บริจาคอวัยวะที่ร่วมทำบุญช่วยต่อชีวิตของผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากในประเทศไทย รวมถึงผู้บริจาคเงินเข้ากองทุนของโรงพยาบาลศิริราชทุกท่าน ที่ช่วยให้ผู้ป่วยทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงได้อย่างเท่าเทียมกัน  โดยท่านสามารถติดต่อบริจาคได้ทุกวันที่ ศิริราชมูลนิธิ ตึกมหิดลบำเพ็ญ ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช โทร. 0 2419 7658-60