ศิริราชต่อหมันสืบทายาทแก่ผู้ประสบภัยสึนามิ

ศิริราชต่อหมันสืบทายาทแก่ผู้ประสบภัยสึนามิ

         วันนี้ ( 24 ม.ค. 2551) เวลา10.00 น. ณ ห้องประชุมคณะฯ ตึกอำนวยการ ชั้น 2 รพ.ศิริราช ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะ แพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธานแถลงข่าวเรื่อง “ศิริราชต่อหมันสืบทายาทแก่ผู้ประสบภัยสึนามิ” ร่วมกับ รศ.นพ.ชาญชัย วันทนาศิริ หัวหน้าภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา รศ.นพ.เรืองศิลป์ เชาวรัตน์ หัวหน้าหน่วยผู้มีบุตรยาก ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา รศ.นพ.ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร รองคณบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจการพิเศษ และ 3 ครอบครัว ที่สูญเสียบุตรจากภัยสึนามิ  คุณยุพิน โชติประภัสร์ คุณเกศรา ชนะศึก และคุณลำไย วงศ์เชียงยืน
         
ศ. คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงที่มาของการ ช่วยต่อหมันฟรีแก่ผู้ประสบภัยสึนามิว่า “เนื่องจากทางคณะฯ ได้ทราบข่าวว่ามี ชาวบ้านหลายคนที่ทำหมันถาวรได้สูญเสียบุตรจากภัยสึนามิ ต้องการมีบุตร แต่ ขัดสนเงินทอง ซึ่งผมฟังดูแล้วก็รู้สึกเสียใจในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกัน ที่สำคัญการทำงานที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลของพวกเรายังเกี่ยวโยงกับสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตของคนไทย ซึ่งเราคำนึงถึงและให้ความช่วยเหลือเสมอมา ครั้งนี้ก็เช่นกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจะให้การรักษาต่อหมันฟรีแก่ผู้ประสบภัย โดยมีชาวบ้านจากหมู่บ้านน้ำเค็ม จ.พังงา เป็นผู้นำร่องแล้วจึงขยายครอบคลุมไปอีก 5 จังหวัดภาคใต้ อันได้แก่ กระบี่ ระนอง ตรัง ภูเก็ต และสตูล ถือเป็นของขวัญจากพวกเราที่มอบให้ปีใหม่นี้”
          ซึ่งในทางการแพทย์ ถือว่าการทำหมัน เป็นการคุมกำเนิดถาวรที่ได้รับความนิยมที่สุด  โดยการคีบท่อมดลูกหรือท่อนำไข่ทั้ง 2 ข้างมาผูกแล้วตัด ซึ่งร้อยละ 23 ของผู้หญิงที่อายุระหว่าง 15 – 44 ปี มักคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ และพบว่าร้อยละ 5-10 ของผู้หญิงที่ทำหมันมักเกิดความเสียใจและไม่พอใจ อยากแก้หมันในภายหลัง   
         
รศ.นพ.เรืองศิลป์ เชาวรัตน์ หัวหน้าหน่วยผู้มีบุตรยาก ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา กล่าวว่า “ก่อนที่จะทำการต่อหมันถาวรนั้นจะต้องมีการตรวจร่างกายทั้งของสามีและภรรยาเพื่อดูความพร้อมของร่างกายว่าสมบูรณ์แข็งแรงหรือไม่  โดยเฉพาะภรรยาจะใช้การส่องกล้องทางช่องท้อง เจาะเพียง 2 รูเข้าไปดูสภาพของท่อนำไข่  จากนั้นอาจทำการต่อหมันทันทีหรือนัดหมายใหม่อีกครั้ง และเนื่องจากท่อนำไข่มีขนาดเล็กมาก จึงใช้วิธีต่อหมันด้วยกล้องจุลทรรศน์ และทดสอบด้วยการฉีดสีที่มดลูก เพื่อดูว่าสีสามารถเดินทางไปยังท่อนำไข่ที่ต่อแล้วได้โดยไม่ตัน จึงต่ออีกข้างหนึ่งแล้วทดสอบเช่นกัน โดยพบว่าการต่อหมันด้วยกล้องจุลทรรศน์ มีความแม่นยำสูงและอัตราการตั้งครรภ์ก็สูงกว่าวิธีอื่น”
อย่างไรก็ตาม อาจใช้การส่องกล้องทางช่องท้องช่วยในการต่อหมันอีกวิธี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย แต่ก็เป็น วิธีที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับการต่อหมันด้วยกล้องจุลทรรศน์ สำหรับค่าใช้จ่ายทั้ง 2 วิธี เป็นจำนวนเงินประมาณ 30,000 -  50,000 บาทต่อราย”
          ด้าน รศ.นพ.ชาญชัย วันทนาศิริ หัวหน้าภาควิชาสูติศาสตร์ -นรีเวชวิทยา
เปิดเผยว่า “โดยธรรมชาติ นั้นสิ่งที่ตัดไปแล้วทำให้กลับคืนมาอีกครั้ง ต้องยอมรับว่าอาจจะไม่เหมือนเดิมก็ได้ เพราะโอกาสตั้งครรภ์ ของผู้หญิงที่ต่อหมันมีตั้งแต่ร้อยละ 15 – 90 จะเห็นว่าตัวเลขห่างกันมาก แต่สำหรับโรงพยาบาลศิริราช พบว่าโดยเฉลี่ยหญิงที่ได้รับการต่อหมันแล้ว จะมีอัตราการตั้งครรภ์สูงถึงร้อยละ 70 แต่ทั้งนี้จะตั้งครรภ์หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกันเช่น อายุของผู้หญิงที่ต่อหมัน หากอายุเกิน 40 ปี โอกาสตั้งครรภ์จะน้อย , การเจริญพันธุ์ของฝ่ายหญิง หากรังไข่ไม่ทำงาน มดลูกไม่ปกติ มีเนื้องอกมดลูก ฯลฯ มีโอกาสตั้งครรภ์น้อยกว่า , การเจริญพันธุ์ของฝ่ายชาย หากฝ่ายชายน้ำเชื้ออ่อน โอกาสตั้งครรภ์ก็น้อยกว่า จึงมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจฝ่ายสามีด้วย , ระยะเวลาการแก้หมัน ยิ่งทำหมันมานานเท่าไหร่ โอกาสท้องก็น้อยลง , ทำหมัน ด้วยวิธีไหน , ความชำนาญของสูตินรีแพทย์และเครื่องมือแพทย์ , ความสมบูรณ์ของท่อหลังการต่อหมัน , สุขภาพทั่วไปของผู้ต่อหมัน หากสุขภาพไม่ดี มีโรคเรื้อรัง โอกาสตั้งครรภ์หลังต่อหมันจะต่ำ”

“ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ สำนักงานภาควิชาสูติศาสตร์ฯ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
โทร. 0 2419 4888,  0  2419 4999   ได้ทุกวันในเวลาราชการ”