KM05/2568 การจัดการและบำรุงรักษาครุภัณฑ์ทางการแพทย์

KM05/2568 การจัดการและบำรุงรักษาครุภัณฑ์ทางการแพทย์

► ประเภทของครุภัณฑ์ทางการแพทย์

สามารถแบ่งตามลักษณะการใช้งานหรือความซับซ้อนได้ เช่น

  1. เครื่องมือแพทย์ทั่วไป (General Medical Devices)
    เช่น เตียงผู้ป่วย, รถเข็น, ปรอทวัดไข้, เครื่องวัดความดัน
  2. เครื่องมือวินิจฉัย (Diagnostic Devices)
    เช่น เครื่อง ECG, เครื่อง X-ray, เครื่อง MRI, อัลตราซาวด์, เครื่องตรวจเลือด
  3. เครื่องมือช่วยชีวิต/ดูแลผู้ป่วยวิกฤต (Life Support Equipment)
    เช่น เครื่องช่วยหายใจ (Ventilator), เครื่องกระตุกหัวใจ (Defibrillator), เครื่องติดตามสัญญาณชีพ (Monitor)
  4. เครื่องมือผ่าตัด/ห้องผ่าตัด (Surgical Equipment)
    เช่น มีดผ่าตัด, เครื่องจี้ไฟฟ้า, กล้องส่องภายใน
  5. เครื่องมือด้านกายภาพบำบัดและเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Rehabilitation Devices)
    เช่น เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อ, เตียงปรับองศา

► การบำรุงรักษาและตรวจอบมาตรฐาน

เครื่องมือแพทย์จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาและตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยและความแม่นยำ โดยปกติจะมี 2 กิจกรรมหลัก ดังนี้

  1. PM (Preventive Maintenance) – การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
  • ตรวจสอบความพร้อมใช้งาน เช่น เช็กฟังก์ชันต่าง ๆ ของเครื่อง
  • ทำความสะอาดและปรับเทียบตามคู่มือ
  • เปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพก่อนจะเสีย

      2. การสอบเทียบ (Calibration)

  • ตรวจสอบความแม่นยำของค่าที่เครื่องวัดเทียบกับมาตรฐาน
  • เครื่องที่เกี่ยวข้องกับการวัด เช่น เครื่องวัดความดัน, เครื่องชั่ง, เครื่องวัดอุณหภูมิ จำเป็นต้องสอบเทียบเป็นระยะ

► หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจมาตรฐาน

  1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดูแลการขึ้นทะเบียนและความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย โดยมีหน่วยงานที่รรับผิดชอบ คือ กองควบคุมเครื่องมือแพทย์
  2. สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมบางประเภทของเครื่องมือแพทย์
  3. สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (กรณีเครื่องมือที่มีรังสี เช่น X-ray, CT) ตรวจสอบความปลอดภัยจากรังสี
  4. ศูนย์สอบเทียบเครื่องมือวัด (ของรัฐหรือเอกชน) เช่น ศูนย์สอบเทียบของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (NIMT) สำหรับการสอบเทียบเครื่องมือวัดต่าง ๆ
  5. ฝ่ายวิศวกรรมชีวการแพทย์ในโรงพยาบาล เป็นหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ดูแล ซ่อมบำรุง ตรวจสอบเครื่องมือแพทย์เป็นประจำ

หมายเหตุเพิ่มเติม

  • เครื่องมือทุกชิ้นที่ใช้ในการวินิจฉัยหรือรักษาที่มีผลต่อความแม่นยำ/ความปลอดภัยของผู้ป่วย ควรมีแผนการสอบเทียบประจำปี
  • เอกสาร PM และ Calibration Certificate ควรเก็บไว้ตรวจสอบย้อนหลังได้ และใช้เป็นหลักฐานในการตรวจประเมิน และ/หรือ ตรวจนับพัสดุประจำปี​                                                                                        

​►สรุปความสำคัญของการ PM และสอบเทียบเครื่องมือครุภัณฑ์ทางการแพทย์

  1. ความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากร เครื่องมือแพทย์ที่ได้รับการบำรุงรักษาและสอบเทียบอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการวินิจฉัยหรือการรักษา
  2. ความแม่นยำของผลตรวจและการวินิจฉัย การสอบเทียบทำให้มั่นใจได้ว่าเครื่องมือให้ค่าที่ถูกต้อง สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
  3. ยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือ การบำรุงรักษาเชิงป้องกันช่วยลดความเสียหายก่อนถึงจุดวิกฤต ประหยัดค่าซ่อมแซมหรือทดแทนเครื่อง
  4. สนับสนุนคุณภาพระบบบริการสุขภาพ ช่วยให้ระบบบริการทางการแพทย์มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และเป็นมืออาชีพ