เดินดีไปด้วยกัน ป้องกันการหกล้ม สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้สูงอายุ
ประเทศไทยเผชิญความท้าทายของสังคมสูงวัย ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์" โดยทุกๆ 5 คน จะมี 1 คนเป็นผู้สูงอายุ หนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมากคือ การไม่สามารถนำพาตัวเองเคลื่อนที่และเคลื่อนไหวได้เหมือนเดิม ซึ่งนำไปสู่ "การพลัดตกหกล้ม" ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะกระดูกสะโพกหัก และอาจนำไปสู่อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 30-50% ภายใน 1 ปีแรกหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
จาก "น่านโมเดล" สู่การขยายผลทั่วประเทศ การสร้างระบบเฝ้าระวังและป้องกันการหกล้ม ด้วยเทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบจากการการพลัดตกหกล้ม โครงการต้นแบบเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและป้องกันกระดูกหักและหักซ้ำบริเวณรอบข้อสะโพกในผู้สูงอายุไทย ได้ถูกพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการแพทย์ โดยบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ากับการดูแลสุขภาพ และข้อมูลทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดี และเหมาะสมให้แก่ผู้สูงอายุไทย
โดยมีเป้าหมายและแนวทางการดำเนินโครงการ
- พัฒนาบุคลากรและอาสาสมัครให้เป็นต้นแบบในการป้องกันการหกล้ม
- ออกแบบแนวทางป้องกันที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ครอบคลุมทั้งในกลุ่มที่ยังไม่เคยกระดูกหัก (Primary Prevention) รวมถึงกลุ่มที่เคยกระดูกหักแล้ว เพื่อป้องกันการหักซ้ำ (Secondary Prevention)
- จัดทำระบบติดตามและดูแลผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการหกล้ม
- ศึกษาผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อวางแผนนโยบายสุขภาพที่ยั่งยืน
"กระเป๋าสุขภาพ" บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และ “Line @NHSO” เทคโนโลยีสำคัญเพื่อการติดตามสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยเทคโนโลยีของระบบเก็บข้อมูลโครงการต้นแบบเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบในการเฝ้าระวังและป้องกันกระดูกหักบริเวณรอบข้อสะโพกในผู้สูงอายุไทยและการประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ที่ถูกจัดทำโดยธนาคารกรุงไทย และยังได้รับความร่วมมือจากทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ใช้ Line @NHSO เข้ามาเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่มีเข้ามามีบทบาท พัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพของโครงการฯนี้ ให้สะดวกและดียิ่งขึ้น ในทุกกลุ่มผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น ผู้สูงอายุ ผู้ดูแล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) และสถานบริการสาธารณสุข เป็นต้น
โดยส่วนแรก "กระเป๋าสุขภาพ" บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” จะเป็นส่วนที่ซึ่งช่วยให้ผู้สูงอายุ ผู้ดูแล สามารถเข้าถึงประวัติสุขภาพของตนเองที่ได้ให้ข้อมูลไว้กับโครงการฯ ได้ย้อนหลัง
ส่วนที่สอง ผู้ดูแล, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.), อาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) และสถานบริการสาธารณสุข สามารถมีช่องทางการเข้าถึงข่าวสาร และเอกสารให้ความรู้เรื่องสำคัญต่างๆ และหน้าบันทึกข้อมูลคัดกรองและแบบประเมินต่างๆ โดยใช้ผ่านช่องทาง Line @NHSO ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ซึ่งระบบได้ถูกพัฒนาโดยธนาคารกรุงไทยดังที่กล่าวด้านบน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้สามารถติดตาม ประมวลผล และให้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการเฝ้าระวังและป้องกันการหกล้ม โดยระบบเก็บข้อมูล นี้จะช่วยให้เกิดการดูแลอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การคัดกรองความเสี่ยง การออกแบบมาตรการป้องกันเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่องอย่างครบวงจร
พันธมิตรหลักในโครงการ
- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
- สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
- สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
- ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน)
- ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย
- สมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย
- ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
18 มีนาคม 2568 โรงแรมอัศวิน แกรนด์คอนเวนชั่น ที่ผ่านมา ได้จัดให้มีการประชุมเพื่อเปิดตัวโครงการและนำเสนอแนวทางการดำเนินงาน จะมีการจัดประชุมในหัวข้อ "โครงการต้นแบบเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและป้องกันกระดูกหักและหักซ้ำบริเวณรอบข้อสะโพกในผู้สูงอายุไทย" โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารพันธมิตรหลักในโครงการ และเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศที่ร่วมผลักดันโครงการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วม Kick-off และแสดงสัญลักษณ์ความร่วมมือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลจาก 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดน่าน, จังหวัดแพร่, จังหวัดชัยภูมิ, จังหวัดศรีสะเกษ, จังหวัดร้อยเอ็ด, จังหวัดสมุทรสาคร, จังหวัดระนอง, จังหวัดนครศรีธรรมราช, จังหวัดลำพูน, จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดนครราชสีมา รวมถึง 2 เขตในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตบางกอกน้อย และเขตบางพลัด ได้เข้าร่วมเป็นกลุ่มนำร่องเพื่อทดลองใช้มาตรการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ
นับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระดับประเทศที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดอัตราการพลัดตกหกล้ม และช่วยให้สังคมไทยเดินสู่สังคมสูงวัยอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ข้อมูลโครงการเพิ่มเติม www.เดินดีดี.com
