นวัตกรรมไทยเท้าเทียมไดนามิก sPace ได้รับการบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์บัตรทอง (30 บาท)
นวัตกรรมไทยเท้าเทียมไดนามิก sPace ได้รับการบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์บัตรทอง (30 บาท)
ทุกการเดินทางเริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ ของคนที่มุ่งมั่นและกล้าหาญเสมอ
2 เมษายน 2567 ผู้บริหารและคณะกรรมการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีมติเห็นชอบเพิ่ม “อุปกรณ์เท้าเทียมไดนามิก sPace ในบัญชีนวัตกรรมไทย” เป็นสิทธิประโยชน์บัตรทอง (30 บาท) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการขาขาดในประเทศไทย
ประเทศไทยมีผู้พิการกว่า 2.8 ล้านคน โดยร้อยละ 41 อยู่ในวัยทำงานและเป็นผู้พิการขาขาดมากกว่า 47,000 คน อย่างไรก็ตามผู้พิการกลุ่มนี้ มีเพียง 5 ใน 100 คนที่มีโอกาสเข้าถึงเท้าเทียมคุณภาพสูงซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีราคาสูง โดยที่ผ่านมาสิทธิการรักษาพื้นฐานของภาครัฐสนับสนุนเท้าเทียมประเภท SACH Foot (Solid ankle cushion heel) ซึ่งมีโครงสร้างเป็นไม้หุ้มยางแบบไม่มีข้อเท้า ทำให้การเดินอาจไม่ตอบสนองตามกิจวัตรที่หลากหลายในคนพิการที่ใช้ขาเทียม และส่งผลต่อคุณภาพชีวิต
เส้นทางของ “นวัตกรรมไทยเท้าเทียมไดนามิก sPace” นี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2559 จากหัวข้อโครงงานของนิสิตชั้นปีที่ 4 และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากทีมนวตกรภายใต้การนำของ รศ.ดร.ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมุ่งเน้นที่การพัฒนาเท้าเทียมคุณภาพสูง (ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถส่งพลัง หรือ Energy storing and returning foot) ในราคาที่คนไทยเข้าถึงได้
เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์มีความเหมาะสม และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง จึงเกิดเป็นความร่วมมือในการวิจัยผ่านการทดสอบทางคลินิกร่วมกับโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และความพยายามผลักดันเข้าสู่กระบวนการศึกษาเพื่อพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบบัตรทอง 30 บาท หรือ ยูซีบีพี (UCBP) ตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) TCELS
โดยทีมวิจัยจากหน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนโยบายสุขภาพ (Siriraj Health Policy ) ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการประเมินต้นทุนประสิทธิผลและผลกระทบด้านงบประมาณของเท้าเทียมไดนามิกรุ่น sPace และจัดทำข้อมูลเสนอต่อ คณะทำงานด้านเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขเพื่อกำหนดประเภทและขอบเขตบริการด้านสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 และ คณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุข (สปสช.) เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อพิจารณาเข้าสู่สิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ทุกๆ ก้าว ในผลลัพธ์ความสำเร็จของ “นวัตกรรมไทยเท้าเทียมไดนามิก sPace” ที่ได้รับการเพิ่มสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไม่อาจขับเคลื่อนได้จากเพียงการทำงานของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจ ความมุ่งมั่น และความไว้วางใจที่มาจากทั้ง ทีมนวัตกร ทีมแพทย์ ทีมนักกายอุปกรณ์ ทีมนักวิจัย รวมทั้งการสนับสนุนที่สำคัญจากภาครัฐ เพื่อผลสัมฤทธิ์ในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตในผู้พิการขาขาดในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
#เท้าเทียมไดนามิก #คุณภาพชีวิต #HTA #SSPO #MUTHA #SirirajHealthPolicy
