หน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ พร้อมคณะผู้บริหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

อาจเป็นรูปภาพของ 3 คน

         เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2566 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระวโรกาสให้ คณะผู้บริหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และคณะผู้แทนจากหน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ และงานคุณธรรมและจริยธรรม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เข้าเฝ้าเพื่อกราบทูลรายงานผลการดำเนินโครงการพัฒนาระบบการสร้างเสริมสุขภาพสำหรับพระสงฆ์ผ่านเทคโนโลยี ในพระสังฆราชูปถัมภ์ และแนวทางการพัฒนาแผนงานต่อไป ณ พระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร


        รองศาสตราจารย์ ดร. แพทย์หญิงอรุโณทัย ศิริอัศวกุล หัวหน้าโครงการวิจัย ได้กราบทูลถวายรายงานผลการสำรวจสุขภาพพระสงฆ์ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 464 รูป พบว่าพระสงฆ์มีภาวะไขมันในหลอดเลือดสูง ภาวะความดันโลหิตสูง และภาวะอ้วนสูงกว่าประชากรทั่วไป หน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ จึงได้จัดโครงการอบรมถวายความรู้เรื่อง การดูแลสุขภาพเพื่อให้พระสงฆ์ได้เข้าใจสุขภาพของตนเอง สามารถอ่านผลตรวจสุขภาพ และยังได้ความรู้เกี่ยวกับการฉันภัตตาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับโรค และเหมาะสมกับพระสงฆ์

      สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ตรัสเรื่องการฉันภัตตาหารของพระสงฆ์ ซึ่งต้องยึดหลัก “โภชเนมัตตัญญุตา” คือความเป็นผู้รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร พระสงฆ์ต้องพิจารณาถึงโทษของการฉันภัตตาหารที่ญาติโยมถวาย นั้นคือการเลี่ยงภัตตาหารรสเค็มจัด มันจัด หวานจัด ซึ่งจะช่วยให้พระสงฆ์สามารถรักษาสุขภาพทางกายไว้ได้เป็นอย่างดี สำหรับการออกกำลังกายของพระสงฆ์ มักเป็นกิจกรรมจำพวกการกวาดลานวัด เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับสมณสารูป อีกทั้งพระสงฆ์มิควรตัดต้นไม้ เนื่องจากขัดต่อวินัยสงฆ์ข้อ ภูตคามวรรค คือห้ามพระสงฆ์ตัดต้นไม้ เพราะถือว่าต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตและมีเทวดาอาศัยอยู่ในนั้น หากล่วงสิกขาบาทข้อนี้จะเป็นอาบัติปาจิตตีย์

 

    ติดตามข้อมูลหรือข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่    Facebook : Siriraj Health Policy