หน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงานและเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงาน “โครงการนําร่องการใช้ผลิตภัณฑ์รากฟันเทียมในบัญชีนวัตกรรมไทยเพื่อการผ่าตัดใส่รากฟันเทียมสำหรับผู้ที่ไม่มีฟันทั้งปาก ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” ณ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช

          วันที่ 14  มีนาคม พ.ศ. 2566 คณะนักวิจัยจากหน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ผู้แทนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผู้แทนจากกรมอามัย และผู้แทนจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงานและเยี่ยมเสริมพลังการดำเนินงาน โครงการนําร่องการใช้ผลิตภัณฑ์รากฟันเทียมในบัญชีนวัตกรรมไทยเพื่อการผ่าตัดใส่รากฟันเทียมสำหรับผู้ที่ไม่มีฟันทั้งปาก ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ณ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาระบบการให้บริการฟันเทียมและการผ่าตัดใส่รากฟันเทียม ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับการดำเนินงานต่อไปในอนาคต


         โครงการ ฟันเทียม รากฟันเทียม เฉลิมพระเกียรติในหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย กรมการแพทย์ มูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ หน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำนักงานประกันสังคม และกรมบัญชีกลาง มีเป้าหมายเพื่อดูแลคนไทยทุกคนที่ไม่มีฟันบดเคี้ยวอาหาร เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี โดยให้บริการใส่ฟันเทียมถอดได้แบบทั้งปากหรือเกือบทั้งปากสำหรับทุกสิทธิการรักษา (สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ) โดยโครงการฯ กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี คือ ปี 2566-2567 นอกจากบริการใส่ฟันเทียมที่กำหนดเป้าหมาย 72,000 ราย ให้กับคนไทยทุกสิทธิการรักษาแล้ว ยังมีการให้บริการรากฟันเทียมกับผู้ที่มีปัญหาใส่ฟันเทียมถอดได้แล้วหลวมหลุดเพิ่มเติม ซึ่งเบื้องต้นให้บริการเฉพาะผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทองก่อน เพื่อจัดระบบบริการทั้งด้านบุคลากรและเครื่องมือให้มีความพร้อม นอกจากนี้โครงการนี้ได้ส่งเสริมการใช้งานนวัตกรรมรากฟันเทียมของไทย ที่พัฒนาขึ้นโดยมูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผลิตโดยบริษัท มหาสวัสดิ์เทคโนโลยี จำกัด ชื่อรุ่น PRK (พระราม 9) โดยกำหนดเป้าหมายผู้รับบริการสิทธิบัตรทอง จำนวน 7,200 ราย หรือ 14,000 ราก โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2567 ซึ่งปี 2566 มีเป้าหมายการให้บริการ 3,500 ราย และปี 2567 จำนวน 3,700 ราย

" โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชอยู่ระหว่างดำเนินงานตามเป้าหมายของโครงการดังกล่าว  โดยเริ่มให้บริการผู้ป่วยรายแรกวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 "

          ทั้งนี้จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่ามีโอกาสในการพัฒนาหลายประการ เช่น ความครอบคลุมของสิทธิผู้ป่วยรับบริการผ่าตัดใส่รากฟันเทียมที่ยังไม่ครอบคลุมสิทธิข้าราชการและสิทธิประกันสังคม นอกจากนี้ยังไม่มีระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อติดตามผลการรักษาในผู้ป่วยที่ได้รับบริการผ่าตัดใส่รากฟันเทียม และข้อจำกัดที่เกิดจากตัวผู้ป่วยเองที่ยังมีความกลัว ไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการผ่าตัดใส่รากฟันเทียม รวมถึงข้อจำกัดในการเดินทางเพื่อเข้ารับบริการ โอกาสนี้ ผู้ให้บริการจากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชและคณะศึกษาดูงาน ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนและซักถามประเด็นที่เป็นข้อห่วงกังวลในการให้บริการและการเบิกจ่าย อาทิประเด็นเรื่องอุปกรณ์ที่ต้องเปลี่ยนในช่วง 5 ปีแรกกรณีที่มีการชำรุด หรือการดูแลและติดตามการใช้งานรากฟันเทียมหลังพ้น 5 ปี ซึ่งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ชี้แจงว่าในหลักการผู้ป่วยไม่ต้องชำระค่าใช้จ่ายใดใด

          ในการนี้ นักวิจัยจากหน่วยหน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ ดร.ภกญ. พัทธรา ลีฬหวรงค์ ได้ร่วมนำเสนอผลการศึกษาจาก “โครงการการติดตามและประเมินผลการให้บริการผ่าตัดรากฟันเทียมสำหรับผู้สูงอายุ” โดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ได้แก่ 1. ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์หรือหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยควรจัดให้มีการศึกษาและติดตามผลลัพธ์ทางคลินิกของการใช้รากฟันเทียม PRK สำหรับจัดทำเป็นหลักฐานเชิงวิชาการเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทย 2. สปสช. สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย และสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันพัฒนาระบบและติดตามผลสำเร็จรวมทั้งโอกาสพัฒนาของการดำเนินโครงการอย่างสม่ำเสมอ 3. สปสช. สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย และสถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และบริษัทมหาสวัสดิ์ ควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์รวมทั้งสนับสนุนการผลิตสื่อ เช่น โมเดลฟันเทียมและรากฟันให้กับพื้นที่เพื่อสื่อสารกับผู้สูงอายุและผู้ดูแลให้เข้าใจถึงประโยชน์และความจำเป็นของการใส่รากฟันเทียม 4. สถาบันทันตกรรม กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สมาคมทันตกรรมรากเทียมแห่งประเทศไทย สภาวิชาชีพ ควรร่วมมือกับเครือข่ายในพื้นที่ดำเนินการเพิ่มศักยภาพผู้ให้บริการให้ครอบคลุมถึงระดับโรงพยาบาลชุมชน

 

 


 โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
       https://www.mnst.go.th/mnst/