เดินดีไปด้วยกัน ก้าวปีที่ 1
16 กันยายน 2568 ณ ศูนย์วิจัยการแพทย์ศิริราช (SIMR) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และผ่านระบบ Zoom Online ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้า “โครงการต้นแบบเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและป้องกันการหักและหักซ้ำบริเวณรอบข้อสะโพกในผู้สูงอายุไทย”
การประชุมครั้งนี้ ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ รศ. พญ.วราลักษณ์ ศรีนนท์ประเสริฐ หัวหน้าหน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ (Siriraj Health Policy) ดร. ภญ.พัทธรา ลีฬหวรงค์ รองหัวหน้าหน่วยฯ และทีมวิจัย นำเสนอความคืบหน้าของโครงการที่ริเริ่มจากการลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 7 องค์กรภาคีเครือข่าย* ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 จนถึงกรกฎาคม 2568 ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
สาระสำคัญของการดำเนินงานโครงการฯ ที่ผ่านมา ทีมวิจัยได้มีการออกแบบพร้อมพัฒนา แนวทางการป้องกันและดูแลผู้สูงอายุเพื่อลดความเสี่ยงจากการพลัดตกหกล้ม พร้อมจัดทำสื่อเผยแพร่ความรู้ผ่านวิดีโอ สิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยการพัฒนานั้นมีการปรับเนื้อหาและกระบวนการโดยตลอดเพื่อให้เหมาะสมกับบริบทในแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ ด้วยความร่วมมือกับ สมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย และราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ ทีมวิจัยได้จัดการอบรมพัฒนาบุคลากรและอาสาสมัครต้นแบบในพื้นที่นำร่อง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,900 คน จากหน่วยบริการ 382 แห่ง ครอบคลุม 10 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ระนอง นครศรีธรรมราช สมุทรสาคร นครราชสีมา สุพรรณบุรี และลำพูน ส่วนจังหวัดศรีสะเกษ และพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2 เขตในกรุงเทพฯ คือ บางกอกน้อย และบางพลัด จะมีการดำเนินการต่อไปในลำดับถัดไป ทั้งนี้ในเขตกรุงเทพมหานคร ทางทีมวิจัยมีแผนที่จะขยายการดำเนินงานให้ครอบคลุมครบทั้ง 50 เขต
โอกาสเดียวกัน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) นำเสนอความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังและติดตามผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม ระบบดังกล่าวสามารถบันทึกข้อมูล ประเมินความเสี่ยง ให้คำแนะนำเบื้องต้น และช่วยให้ทีมดูแลติดตามผลได้ทั้งจากการเยี่ยมบ้านและการประเมินต่อเนื่อง โดยออกแบบให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลข้อมูล ครอบคลุมสิทธิ์การเข้าถึง ความปลอดภัย และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้สูงอายุ อสม. อสส. หน่วยบริการสาธารณสุข และทีมวิจัย และที่สำคัญ ระบบนี้จะเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน “กระเป๋าตังค์” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวกและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในระยะเริ่มต้นนี้ได้รับเสียงชื่นชมจากทุกองค์กรภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายร่วมกันในระยะยาวถึงการขยายผลครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและสร้างความมั่นคงทางสุขภาพแก่สังคมไทยอย่างยั่งยืน
