เดินดีไปด้วยกัน จังหวัดสุพรรณบุรี (พัฒนาศักยภาพ)

7 สิงหาคม 2568  ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดสุพรรณบุรี ทีมวิจัยหน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ (Siriraj Health Policy) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นำโดย รศ.พญ.วราลักษณ์ ศรีนนท์ประเสริฐ หัวหน้าหน่วยฯ และ ดร. ภญ.พัทธรา ลีฬหวรงค์ รองหัวหน้าหน่วย พร้อมภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี จัดอบรมพัฒนาศักยภาพในการดำเนินมาตรการป้องกันการพลัดตกหกล้มในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง ภายใต้โครงการต้นแบบเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและป้องกันกระดูกหักและหักซ้ำบริเวณรอบข้อสะโพกในผู้สูงอายุไทยและการประเมินผลกระทบด้านเศรษฐศาสตร์

 

ปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหาการพลัดตกหกล้ม ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลและภาระทางสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

โครงการต้นแบบฯ นี้ มุ่งบูรณาการความร่วมมือระหว่างสหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การคัดกรองความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มในชุมชน การส่งต่อเพื่อรับการดูแลในโรงพยาบาลตามระดับความเสี่ยง จนถึงการฟื้นฟู ลดภาวะแทรกซ้อน และป้องกันการหักซ้ำ ภายใต้เป้าหมาย “เดินดีไปด้วยกัน”

โดยการจัดประชุมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.ธีรภัทร โพธิ์พิมลวัฒนะ นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ร่วมเป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) โรงพยาบาล  โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) จาก 40 แห่ง รวมกว่า 164 คน เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้

เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นการบรรยายและฝึกปฏิบัติให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และ อสม. ใน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่

  1. การคัดกรองและประเมินความเสี่ยงการพลัดตกหกล้ม เช่น การประเมินการเคลื่อนไหวและการทรงตัว (TUG Test), การวัดแรงบีบมือ (Grip Strength Test), แบบประเมิน ความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม Thai-FRAT, การคัดกรองภาวะเปราะบาง Frail Scale และ คุณภาพชีวิต EQ-5D-5L
  2. มาตรการส่งเสริมสุขภาพ เช่น ท่าออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อขา การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีอย่างเหมาะสม เพื่อเสริมความแข็งแรงของกระดูกและลดความเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ
  3. การบันทึกข้อมูลและติดตามผลลัพธ์ ผ่านแบบบันทึกหรือแอปพลิเคชัน พร้อมแนะนำช่องทางการติดต่อเพื่อสอบถามหรือแก้ไขปัญหาในการดำเนินงาน

นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานและประเด็นความท้าทายในแต่ละพื้นที่ โดยองค์ความรู้ที่ได้รับจะถูกถ่ายทอดสู่ชุมชน เพื่อนำไปใช้จริงในการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างเป็นรูปธรรม 

ตลอดการอบรมในครั้งนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับผู้กำหนดนโยบาย โรงพยาบาล ภาควิชาการ ท้องถิ่น และชุมชน สะท้อนพลังของการบูรณาการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของผู้สูงอายุไทยในยุคสังคมสูงวัย

 

 

————————————

หากเรากำลังดี ไม่กังวล เราจะเดินดีไปด้วยกัน
กินดี อยู่ดี กำลังดี เดินดีไปด้วยกัน 

ข้อมูลโครงการเพิ่มเติม  www.เดินดีดี.com

โครงการต้นแบบฯ นี้จะเริ่มในพื้นที่นำร่อง 12 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ ลำพูน ชัยภูมิ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา ระนอง นครศรีธรรมราช สมุทรสาคร สุพรรณบุรี และ 2 เขตในกรุงเทพฯ ได้แก่ บางกอกน้อย และบางพลัด

โดยความร่วมมือจาก 7 องค์กรภาคีเครือข่าย หน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, สมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน)