เดินดีไปด้วยกัน จังหวัดน่าน (พัฒนาศักยภาพ)

9 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์การแพทย์รัตนนันทเวช โรงพยาบาลน่าน ทีมวิจัยหน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ (Siriraj Health Policy) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นำโดย ดร. ภญ.พัทธรา ลีฬหวรงค์ รองหัวหน้าหน่วยฯ พร้อมภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดน่าน  จัดอบรมพัฒนาศักยภาพในการดำเนินมาตรการป้องกันการพลัดตกหกล้มในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง ภายใต้โครงการต้นแบบเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและป้องกันกระดูกหักและหักซ้ำบริเวณรอบข้อสะโพกในผู้สูงอายุไทยและการประเมินผลกระทบด้านเศรษฐศาสตร์

ปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหาการพลัดตกหกล้ม ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลและภาระทางสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 

โครงการต้นแบบฯ นี้ มุ่งบูรณาการความร่วมมือระหว่างสหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การคัดกรองความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มในชุมชน การส่งต่อเพื่อรับการดูแลในโรงพยาบาลตามระดับความเสี่ยง จนถึงการฟื้นฟู ลดภาวะแทรกซ้อน และป้องกันการหักซ้ำ ภายใต้เป้าหมาย “เดินดีไปด้วยกัน”

โดยการอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.วรพงษ์ สุจริตพงษ์พันธ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ กลุ่มงานออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลน่าน  ร่วมเป็นประธานการประชุม   พร้อมด้วยผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) โรงพยาบาล  โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) จาก 8 แห่ง รวมกว่า 129 คน เข้าร่วมในการอบรมครั้งนี้

เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นการบรรยายและฝึกปฏิบัติให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และ อสม. ใน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่

  1. การคัดกรองและประเมินความเสี่ยงการพลัดตกหกล้ม เช่น การประเมินการเคลื่อนไหวและการทรงตัว (TUG Test), การวัดแรงบีบมือ (Grip Strength Test), แบบประเมิน ความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม Thai-FRAT, การคัดกรองภาวะเปราะบาง Frail Scale และ คุณภาพชีวิต EQ-5D-5L
  2. มาตรการส่งเสริมสุขภาพ เช่น ท่าออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อขา การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีอย่างเหมาะสม เพื่อเสริมความแข็งแรงของกระดูกและลดความเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุ
  3. การบันทึกข้อมูลและติดตามผลลัพธ์ ผ่านแบบบันทึกหรือแอปพลิเคชัน พร้อมแนะนำช่องทางการติดต่อเพื่อสอบถามหรือแก้ไขปัญหาในการดำเนินงาน

นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานและประเด็นความท้าทายในแต่ละพื้นที่ โดยองค์ความรู้ที่ได้รับจะถูกถ่ายทอดสู่ชุมชน เพื่อนำไปใช้จริงในการดูแลผู้สูงอายุได้อย่างเป็นรูปธรรม 

ตลอดการอบรมในครั้งนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับผู้กำหนดนโยบาย โรงพยาบาล ภาควิชาการ ท้องถิ่น และชุมชน สะท้อนพลังของการบูรณาการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของผู้สูงอายุไทยในยุคสังคมสูงวัย

 

——————————-

หากเรากำลังดี ไม่กังวล เราจะเดินดีไปด้วยกัน
กินดี อยู่ดี กำลังดี เดินดีไปด้วยกัน 

ข้อมูลโครงการเพิ่มเติม www.เดินดีดี.com

โครงการต้นแบบฯ นี้จะเริ่มในพื้นที่นำร่อง 12 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ ลำพูน ชัยภูมิ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา ระนอง นครศรีธรรมราช สมุทรสาคร สุพรรณบุรี และ 2 เขตในกรุงเทพฯ ได้แก่ บางกอกน้อย และบางพลัด

โดยความร่วมมือจาก 7 องค์กรภาคีเครือข่าย หน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, สมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน)