3D Printing เฉพาะบุคคล พลิกเกมการรักษา ด้วยพลังของ Medical (Reverse) Engineering
3D Printing เฉพาะบุคคล พลิกเกมการรักษา ด้วยพลังของ Medical (Reverse) Engineering
เมื่อเทคโนโลยี 3D Printing ไม่ได้อยู่แค่ในห้องทดลอง... แต่ถูกนำมาใช้รักษาผู้ป่วยจริงในโรงพยาบาลของรัฐ
24 เมษายน 2568 ณ โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หน่วยวิจัยเพื่อขับเคลื่อนโยบายสุขภาพ (Siriraj Health Policy) ได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิระดับ 10 สาขาศัลยกรรมประสาท โรงพยาบาลราชวิถี และผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา ร่วมถ่ายทำวิดีโอสัมภาษณ์ “การถอดบทเรียนนวัตกรรมไทย: กระดูกเทียมนวัตกรรมไทยเพื่อการผ่าตัดกะโหลกศีรษะและกระดูกใบหน้าเฉพาะบุคคลผลิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ” โดยได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ องค์การมหาชน (TCELS)
จากแนวคิดสู่นวัตกรรมที่ใช้จริง
รศ.นพ.เมธี ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการนำเทคโนโลยี 3D Printing ของกลุ่มงานนวัตกรรมทางการแพทย์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลราชวิถี เข้ามาประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ ทั้งในมิติของ การเรียนการสอน, การวางแผนการผ่าตัด, การสร้าง Surgical Guide ที่แม่นยำ และที่สำคัญคือ การต่อยอดไปสู่ การผลิตอวัยวะเทียมเฉพาะบุคคล เช่น กระโหลกศีรษะและกระดูกใบหน้าเทียม ซึ่งนำไปใช้จริงกับผู้ป่วย
นวัตกรรมนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในสาขาศัลยกรรมประสาทเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปสู่สาขาอื่นๆ เช่น ศัลยกรรมหัวใจและหลอดเลือด, โสต ศอ นาสิก, ออร์โธปิดิกส์ และอื่นๆ โดยอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์ วิศวกร และนักออกแบบ ผ่านกระบวนการที่เป็นระบบและมีเป้าหมายชัดเจน
In-direct ที่สะท้อนถึงทักษะ Reverse Engineering
ในการผ่าตัดสมองและกระโหลกแบบดั้งเดิมนั้น การสร้างกระโหลกเทียมในประเทศไทยใช้วิธี “ปั้นมือ” ด้วยวัสดุ PMMA ซึ่งต้องอาศัยฝีมือและประสบการณ์ของศัลยแพทย์ประสาทเป็นอย่างมาก โดยกระบวนการนี้อาจมีความไม่แน่นอนเรื่องขนาด ความหนา และความพอดีของชิ้นงาน ส่งผล ระยะเวลาในการผ่าตัด โอกาสต้องผ่าตัดซ้ำ รวมถึงเกิดภาวะแทรกซ้อนในบางราย
เทคโนโลยี 3D Printing จึงเข้ามาช่วยยกระดับมาตรฐานของการรักษา ด้วยกระบวนการที่เริ่มจาก การสแกนภาพ CT หรือ MRI ของผู้ป่วย → ถอดแบบโครงสร้างผ่าน Reverse Engineering → สร้างไฟล์ต้นแบบ → พิมพ์ต้นแบบหรือแม่พิมพ์ขึ้นมา (In-direct) → แล้วจึงใช้แม่พิมพ์นั้นผลิตชิ้นส่วนสุดท้ายโดยวัสดุ PMMA ที่ใช้กับผู้ป่วยจริง จุดเด่นคือ ทำให้ได้ชิ้นงานที่ แม่นยำ พอดี และปลอดภัย สอดคล้องกับโครงสร้างร่างกายที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายอย่างแท้จริง
ความพิเศษคือ กระบวนการทั้งหมดนี้ทำภายในโรงพยาบาลราชวิถี โดยทีมงานแพทย์และวิศวกรของโรงพยาบาลเอง ซึ่งถือเป็นต้นแบบของระบบนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สามารถทำได้ในโรงพยาบาลของรัฐ
ประโยชน์ของเทคโนโลยี 3D Printing ต่อระบบสุขภาพไทย
เทคโนโลยี 3D Printing นี้มีประโยชน์อย่างมากทั้งในมิติของการรักษาผู้ป่วยและการพัฒนาในระบบสุขภาพไทย เช่น ลดระยะเวลาในการผ่าตัด, ลดภาวะแทรกซ้อน, ลดโอกาสการผ่าตัดซ้ำ, เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ช่วยลดภาระของทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในระยะยาว
แม้ปัจจุบันจะมีการใช้เทคโนโลยีแบบ Direct เช่น การพิมพ์กระดูกเทียมไททาเนียม แต่ยังคงมีต้นทุนที่สูงอยู่ รศ.นพ.เมธี เน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญคือการพัฒนาและการประยุกต์เทคโนโลยีให้ เหมาะสมกับบริบทไทย ทั้งด้านต้นทุนที่เข้าถึงได้ กระบวนการผลิตที่สามารถควบคุมมาตรฐานได้ และการรองรับภายใต้สิทธิสุขภาพต่างๆโดยไม่เป็นภาระของ คนไข้เอง โรงพยาบาล และประเทศชาติ ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพของคนไทยอย่างยั่งยืน
รศ.นพ.เมธี เชื่อว่าหัวใจสำคัญของการผลักดัน นวัตกรรม 3D Printing นี้คือการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถเข้าใจและใช้เทคโนโลยีได้จริงในคลินิก โดยมุ่งหวังในการขยายต้นแบบ “ศูนย์ 3D Printing ทางการแพทย์” ไปยังโรงพยาบาลศูนย์ทั่วประเทศในอนาคต
เกร็ดน่ารู้
แผ่นปิดกะโหลกศีรษะเฉพาะบุคคลนวัตกรรมไทยที่ผลิตด้วย 3D Printing (PMMA, PMMA Plate, Titanium Plate และ Titanium Printing) สำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ได้รับการรองรับสิทธิประโยชน์ให้สามารถเบิกจ่ายได้ตามสิทธิการรักษา เช่น สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ
