highlight
Untitled Document
ประวัติโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร

            ในปี พ.ศ. 2545 ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ได้ดำเนินการจัดทำหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขากายอุปกรณ์ โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธินิปปอน เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษา และงานบริการกายอุปกรณ์ของประเทศไทยให้ได้มาตรฐานสากล

            ซึ่งในปี พ.ศ. 2549 ทางหลักสูตรได้รับการจัดตั้งเป็นโรงเรียนและได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ให้ใช้พระนามเป็นชื่อของโรงเรียน ดังนั้นในปี 2549 โรงเรียนกายอุปกรณ์ จึงมีชื่อเป็น "โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร"

หลักการและเหตุผล

            ซึ่งในปี พ.ศ. เนื่องจากประเทศไทยมีจำนวนประชากรมากขึ้นและมีความเจริญก้าวหน้าทางด้านต่างๆ เช่น การคมนาคมที่สะดวกรวดเร็ว การเปลี่ยนวิถีชีวิตจากสังคมเกษตรกรรมดั้งเดิมมาเป็นสังคมเกษตรกรรมสมัยใหม่ และอุตสาหกรรมที่มีการใช้เครื่องจักรกลเพิ่มขึ้น ทำให้มีการบาดเจ็บมากขึ้น และผู้ที่บาดเจ็บนี้ส่วนหนึ่งจะมีความพิการเหลืออยู่  ประกอบกับวิทยาการทางการแพทย์ที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคต่างๆ มีช่วงชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แต่มักมีปัญหาความบกพร่องหรือความพิการต่างๆร่วมด้วย ทำให้จำนวนผู้พิการในประเทศมีเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งคาดว่าในปัจจุบัน มีจำนวนมากกว่า 3 ล้านคน ดังนั้น การฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation) เพื่อให้ผู้พิการสามารถช่วยเหลือตนเอง และประกอบอาชีพได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญมากทั้งต่อตัวผู้พิการ ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ

            การฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้พิการ จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทีมงานฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักอรรถบำบัด นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ผู้ให้คำปรึกษาแนะนำด้านอาชีพ และนักกายอุปกรณ์ ดังนั้นการผลิตบุคลากรด้านกายอุปกรณ์ในระดับปริญญาตรี จึงมีความสำคัญต่อการให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพแก่ประชาชน และเป็นการทำให้มาตรฐานของงานบริการสาธารณสุข และฟื้นฟูสมรรถภาพอยู่ในระดับทัดเทียมนานาชาติ

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

            เพื่อผลิตนักกายอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. มีความรู้ความสามารถในด้านการประดิษฐ์ ดัดแปลงกายอุปกรณ์ และพัฒนารูปแบบใหม่ๆ ที่มีความเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ ลักษณะอาชีพของประชากรและเศรษ ฐานะของประเทศ
  2. มีความรู้ ความสามารถในการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ใฝ่หาความรู้และสามารถติดตามความก้าวหน้าของวิชาชีพ
  3. มีความรู้ความเขาใจเกี่ยวกับปัญหาสาธารณสุขของชาติในสาขาวิชากายอุปกรณ์ และสามารถเสนอแนวทางการป้องกัน และแก้ไขที่เหมาะสมกับสภาวะของประเทศ
  4. เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมอันดีงาม รักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอย่างเคร่งครัด รวมทั้งเคารพและปกป้องสิทธิของผู้รับบริการ
  5. มีมนุษยสัมพันธ์กับผู้ป่วย ผู้ร่วมงานตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้องโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธรนั้น สามารถรองรับนักศึกษาเฉลี่ย 15 คน ต่อปี

ด้านการศึกษา

            ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรขึ้นเป็นหลักสูตรกายอุปกรณศาสตรบัณฑิตโดยเริ่มใช้กับ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2555 โดยหลักสูตรจะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก

  1. วิชาพื้นฐานทางความรู้วิทยาศาสตร์ทั่วไป เช่น สถิติ ฟิสิกส์ ชีววิทยา และเคมี
  2. วิชาทางการแพทย์ เช่น กายวิภาค พยาธิวิทยา และ ชีวกลศาสตร์
  3. วิชาทางกายอุปกรณ์ กายอุปกรณ์เสริม กายอุปกรณ์เทียม

            นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ศึกษาที่วิทยาเขตศาลายา ร่วมกับนักศึกษาคณะอื่นของมหาวิทยาลัย โดยศึกษาวิชาพื้นฐานและวิชาศึกษาทั่วไป และเริ่มศึกษารายวิชาด้านกาย อุปกรณ์ในภาคเรียนที่ 2 ซึ่งได้แก่ บทนำกายอุปกรณ์ 1 เพื่อให้ทราบถึงลักษณะงานของวิชาชีพ และเป็นการปูพื้นฐานทักษะการปฏิบัติงานต่างๆที่ใช้ ในวิชาชีพกายอุปกรณ์รวม ตลอดถึงเครื่องมือ อุปกรณ์ และวัสดุต่างๆที่ใช้ในงานกายอุปกรณ์

           นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ศึกษาวิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้แก่ รายวิชา กายวิภาคศาสตร ์ สรีรวิทยา พยาธิวิทยา ชีวกลศาสตร์ 1 ชีวกลศาสตร์ 2 และเวชศาสตร์ฟื้นฟู ศึกษาวิชาทางด้านกายอุปกรณ์เพิ่มมากขึ้น โดยศึกษาเพิ่มเติมในรายวิชาบทนำกายอุปกรณ์ 2 และเริ่มศึกษาวิชากายอุปกรณ์เทียมและกายอุปกรณ์เสริมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติควบคู่กันไป โดยในการฝึกนั้น นักศึกษาจะได้ทดลองทำจริงกับเพื่อนนักศึกษาที่เรียนด้วยกัน และ/หรือ กับคนไข้จริงในบางกรณี และเมื่อมีความรู้และทักษะในการปฏิบัติแล้ว นักศึกษาจะได้ศึกษาหาความรู้และประสบการณ์เพิ่มเติมในรายวิชากายอุปกรณ์คลินิก เพื่อให้ได้ประสบการณ์จริง ทั้งนี้ในการศึกษาด้านวิชาชีพกายอุปกรณ์นั้นนักศึกษาจะได้ความรู้ทางทฤษฎี และปฏิบัติทางคลินิก ทั้งในด้านการทำงานของกายอุปกรณ์ชนิดต่างๆ การใช้ประโยชน์ การพิจารณาเลือกชนิดกายอุปกรณ์ที่เหมาะสม การออกแบบ การประดิษฐ ์ จัดทำ และ การลองสวมใส่ให้กับผู้ป่วยตลอดจนการมอบชิ้นงานให้ผู้ป่วย

           นักศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่ 2, 3 และ 4 จะได้ฝึกปฏิบัติทางคลินิก เมื่อจบการเรียนภาคทฤษฎีและปฏิบัติในแต่ละวิชา ทั้งนี้ นักศึกษาจะได้กับคนไข้จริง ตั้งแต่การตรวจ ประเมินจนกระทั่งผลิตกายอุปกรณ์ให้กับคนไข้ โดยมีแพทย ์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางกายอุปกรณ์ชาวต่างชาติ นักกายอุปกรณ์ และผู้ช่วยสอน เป็นที่ปรึกษา

           ในชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 4 นักศึกษาจะได้ศึกษารายวิชาทางกายอุปกรณ์ส่ว นอื่นๆของร่างกายเพิ่มเติม ฝึกปฏิบัติงานในคลินิกและเรียนรู้เพิ่มเติมในรายวิชา ประสบการณ์คลินิกซึ่งนักศึกษาจะได้ออกปฏิบัติงานในคลินิกจริงที่งานกายอุปกรณ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้น ฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ แห่งชาติ รวมทั้งโรงพยาบาล หรือสถาบันต่างๆ ที่ทางโรงเรียนจัดไว้ให้ ทั้งนี้เ พื่อเป็นการ เตรียมความพร้อมและสร้างเสริมประสบการณ์ให้กับนักศึกษากายอุปกรณ์ให้เข้าใจ กระบวนการทำงานในสถานการณ์จริง และเพื่อให้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ในอนาคตต่อไป

วิสัยทัศน์

            โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธรจะเป็นสถานศึกษาด้านกายอุปกรณ์ที่เป็นเลิศในระดับสากล

พันธกิจ
  1. ผลิตนักกายอุปกรณ์ที่มีคุณธรรม และมีความรู้ ความสามารถ ตามมาตรฐานสากล (ISPO Category I)
  2. ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนที่มีปัญหาทางการเคลื่อนไหว
  3. ให้การบริการด้านกายอุปกรณ์ด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ เหมาะกับความต้องการของสังคม ด้วยเทคนิคที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากล