เชื้อเอชไอวีไวรัสสายพันธุ์ C แตกต่างและต้องใช้ยาต้านสูตรเฉพาะจริงหรือ ?

เชื้อเอชไอวีไวรัสสายพันธุ์
แตกต่างและต้องใช้ยาต้านสูตรเฉพาะจริงหรือ ?

ผศ.นพ.วินัย  รัตนสุวรรณ
ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

            ความเจ็บป่วยและสถานการณ์วิกฤตด้านสุขภาพที่คุกคามผู้คนทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่อง “โรคเอดส์”  สำหรับประเทศไทยในปัจจุบันเราไม่ทราบจำนวนที่แท้จริงว่า มีคนไทยติดเชื้อ HIV ทั้งหมดกี่คนแล้ว เนื่องจากไม่ได้เจาะเลือดตรวจ HIV ของคนไทยทุกคน และผู้ติดเชื้อจำนวนมากก็ยังอยู่ในระยะไม่แสดงอาการ ซึ่งดูภายนอกเหมือนคนปกติธรรมดา แต่จากการประมาณการณ์ตามหลักสถิติ และการสุ่มตรวจคนไทยในกลุ่มต่างๆ พอจะประมาณได้ว่า ณ ปี 2549 มีคนไทยติดเชื้อ HIV รวมตั้งแต่เชื้อ HIV ระบาดเข้าประเทศไทยมาประมาณ 20 กว่าปีมีประมาณ 1,109,000 ราย เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 600,000 ราย ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันประมาณ 508,300 ราย เป็นผู้ป่วยเด็กประมาณ 53,400 ราย และคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ในปี 2549 ประมาณ 17,000 ราย (สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข)

การรักษาที่ดำเนินการอยู่ ณ ปัจจุบันมีวิธีใดบ้าง
            ในปัจจุบันการรักษาผู้ติดเชื้อ HIV นับว่าดีกว่าสมัยก่อน โดยเฉพาะในยุคก่อนปี 2540 มากในขณะนั้น ผู้ป่วย HIV ในประเทศไทย จำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงยาต้านไวรัส HIV เนื่องจากราคายาแพงมาก   แต่ตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณมาซื้อยาต้านไวรัส HIV ให้ผู้ป่วยมากขึ้นประกอบด้วยองค์การเภสัชกรรม สามารถผลิตยาต้านไวรัส HIV ได้หลายขนาน ทำให้ผู้ป่วย HIV ที่จำเป็นต้องรักษาด้วยยาต้านไวรัส HIV สามารถเข้าถึงยาต้านไวรัส และได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมเพิ่มขึ้น

            การรักษาด้วยยาต้านไวรัส HIV ในประเทศไทยปัจจุบันคือ ผู้ป่วยเอดส์ที่มีอาการป่วยเนื่องจากเอดส์หรือผู้ที่ไม่มีอาการแต่ภูมิต้านทาน cell CD4 น้อยกว่า 200 เซลล์/ลูกบาศก์มิลลิเมตร จะได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส HIV อย่างน้อย 3 ขนาน
ในส่วนของเชื้อเอชไอวีไวรัสสายพันธุ์ C ที่กำลังเป็นที่สนใจและเป็นที่วิตกของคนไทยอยู่ในขณะนี้มี


ความร้ายแรงแตกต่างจากสายพันธุ์อื่น ๆ อย่างไร
            เชื้อ HIV สายพันธุ์ C ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลชัดเจนที่บ่งชี้ว่า มีความร้ายแรงแตกต่างจากสายพันธุ์อื่น กล่าวคือ ผู้ป่วย HIV สายพันธุ์ C ที่มีจำนวนมากในประเทศแถบแอฟริกา ก็ยังตอบสนองดีต่อยาต้านไวรัส HIV ที่ใช้เหมือนกับสายพันธุ์อื่นๆ การรักษาในปัจจุบันจึงยังไม่ได้ตรวจสายพันธุ์ เพื่อมาประกอบการเลือกสูตรยา
สำหรับไวรัสเอชไอวีสายพันธุ์ C มีความแตกต่างในเรื่องของการป้องกัน และการรักษาหรือไม่ อย่างไร (เช่น ในแง่ของการใช้ยาต้านไวรัสที่มีในปัจจุบัน)
การรักษาผู้ป่วย HIV ที่มีเชื้อสายพันธุ์ C และการป้องกันทั่วไปในปัจจุบันเหมือนกันกับผู้ป่วย HIV สายพันธุ์อื่น ที่จะแตกต่างกันคือเรื่องวัคซีนที่จะป้องกัน HIV ในอนาคต

เนื่องจากวัคซีนจะมีความจำเพาะแต่ละสายพันธุ์   
            ปัจจุบัน วงการแพทย์ในประเทศไทยกำลังเร่งพัฒนาวัคซีนสำหรับเชื้อ HIV สายพันธุ์ B/E แต่ถ้าหากคนไทยติดเชื้อสายพันธุ์ C มากขึ้นในอนาคต วัคซีนที่กำลังพัฒนาอยู่ก็จะได้ผลป้องกันไม่เต็มที่
            สำหรับประเทศไทย เรามีการแพร่ของเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์ C แล้วหรือยัง และมีมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างไร  ปัจจุบันเรามีการเฝ้าระวัง โดยการสุ่มตรวจสายพันธุ์ HIV จากผู้ป่วยในประเทศไทย (ที่พบว่ามีผู้ป่วยสายพันธุ์ C ในปัจจุบัน ก็ได้มาจากการเฝ้าระวังดังกล่าว) ส่วนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดก็เหมือนกันกับทุกสายพันธุ์ เพราะว่าไวรัส HIV ทุกสายพันธุ์ก็มีการแพร่ระบาดด้วยวิธีเดียวกัน

การป้องกันที่ดีที่สุดของการติดเชื้อเอชไอวีชนิดต่าง ๆ คือวิธีใดบ้าง
เชื้อ HIV แพร่ระบาดผ่าน 3 ทางที่สำคัญ คือ
1. ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่ไม่ได้ป้องกัน
2. ติดต่อทางเลือด เช่นใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ในผู้ติดยาเสพติด
3. ติดต่อจากแม่ไปสู่ลูก โดยผ่านทางการคลอด

            ดังนั้นหากมีการตรวจ HIV ก่อนแต่งงาน หลังจากนั้นมีเพศสัมพันธ์เฉพาะคู่ของตนเองหากมีคนใดคนหนึ่งติดเชื้อก็ใช้ถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง ก็จะป้องกัน HIV ได้ ส่วนการติดต่อทางเลือด ถ้าเราไม่ใช้ของมีคมร่วมกับผู้อื่น ก็จะปลอดภัยจาก HIV ส่วนการติดต่อจากแม่สู่ลูก ปัจจุบันโรงพยาบาลทุกแห่งจะตรวจ HIV ให้กับหญิงที่ตั้งครรภ์ทุกราย หากรายใดมีเชื้อ HIV ก็จะมีการให้ยาป้องกันการติดเชื้อไปลูก ก็จะช่วยลดการติดต่อผ่านทางที่ 3 ได้
เมื่อติดเชื้อเอชไอวี ไม่ว่าจะสายพันธุ์ใด ผู้ป่วยควรมีการดูแลรักษาร่างกายอย่างไรบ้าง

สำหรับการดูแลตนเองไม่ว่าสายพันธุ์ใดก็เหมือนกันคือ
ไม่ไปแพร่เชื้อต่อ เช่น จะมีเพศสัมพันธุ์ให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
กินอาหารที่ดี มีประโยชน์ ให้ครบ 5 หมู่
ออกกำลังกายตามสมควร ตามสภาพร่างกายของแต่ละคน
พักผ่อนให้เพียงพอ
งดดื่มสุรา – งดสูบบุหรี่
อยู่ในที่ ที่อากาศถ่ายเทได้ดี
หลีกเลี่ยงไปในที่ที่ผู้คนแออัดยัดเยียด
            อยากให้คุณผู้อ่านเข้าใจตรงกันว่า เอดส์เป็นโรคที่ป้องกันได้ ถ้าเราไม่ไปมีพฤติกรรมเสี่ยงเราก็จะไม่ติดเชื้อเอดส์ การป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ HIV สำคัญที่สุด เพราะไม่ว่าสายพันธุ์ใด เราก็ไม่อยากให้มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นทั้งนั้นครับ