124 ปีศิริราช การแพทย์ก้าวไกล พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อม
นับจากวันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2431 ที่โรงพยาบาลศิริราชถือกำเนิดด้วยพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้ราษฎรได้มีที่รักษาเมื่อเจ็บไข้ จากวันนั้นถึงวันนี้การพัฒนาที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างก้าวกระโดดและครอบคลุมแบบ 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นการบริการทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ตลอดจนนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล ควบคู่ไปกับส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม การคิดค้นวิทยาการการแพทย์ใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้มีทางเลือกในการรักษามากขึ้น พร้อมทั้งมีงานวิจัยออกมาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่ช่วยต่อยอดในการตรวจวินิจฉัย มีการเผยแพร่วิทยาการด้านการแพทย์ออกไปสู่สถาบันการแพทย์ โรงพยาบาล สถานพยาบาลอื่น ๆ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงการรักษาใหม่ ๆ มากขึ้น รวมถึงการเข้าไปมีส่วนช่วยเหลือประชาชนผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมมากมาย อาทิ ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ การสอนด้านสุขศึกษา การป้องกันโรคแก่ชุมชน มีการจัดทีมแพทย์ พยาบาลออกเยี่ยมเยียนและตรวจรักษาผู้ด้อยโอกาสในสังคม นอกจากนี้ เปิดประตูสู่อาเซียน เพื่อรับ แลกเปลี่ยน และแบ่งปันวิทยาการความก้าวหน้าทางการแพทย์ และร่วมส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และตระหนักถึงการลดใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เป็นต้น
เพราะศิริราชไม่เคยหยุดที่จะหาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ผู้ป่วย ดังนั้นการคิดค้นวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตลอดจนงานวิจัยที่จะนำมาเพิ่มทางเลือกในการรักษาจึงเป็นสิ่งที่ทำอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด นอกจากนี้ยังทุ่มเทกับคุณภาพในการบริการที่เป็นเลิศ แม้ปริมาณผู้ป่วยในแต่ละวันในจะเฉลี่ยกว่า 14,000 รายทั้งในและนอกเวลาราชการ แต่ด้วยพลังขับเคลื่อนที่เต็มเปี่ยมของบุคลากรทางการแพทย์ทุกภาคส่วน ทุกสหสาขาวิชาชีพ ส่งผลให้คณะฯได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจากสถาบันที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้ คณะฯยังได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำองค์ความรู้ด้านต่างๆที่ได้เผยแพร่สู่สถานพยาบาลทั่วประเทศ
และเรายังรุกคืบเต็มที่กับกิจกรรมเพื่อสังคม CSR SIRIRAJ ซึ่งตลอดระยะเวลา 124 ปีที่ผ่านมา บุคลากรทุกสาขาวิชาชีพของศิริราชต่างทำเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ โดยแสดงออกมาในรูปแบบกิจกรรมทั้งทางตรงและทางอ้อม สำหรับปี 2555 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ได้ประกาศนโยบายอย่างชัดเจนในการรุดหน้าทำ CSR โดยได้รับความร่วมมือทั้งการปฏิบัติและบอกเล่าเรื่องราวดังกล่าว เพื่อเผยแพร่ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆภายในคณะฯ นับเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นต่อไป
ด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์พลังงานก็เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ
เพราะศิริราชเปรียบเสมือนนิคมอุสาหกรรมขนาดใหญ่ ในแต่ละวันมีปริมาณการใช้ไฟฟ้า น้ำประปา ตลอดจนทรัพยากรอื่น ๆ จำนวนมหาศาล ในแต่ละปีมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นมากเกินกว่าที่คุณจะคาดเดาได้ อาทิ
น้ำประปา 9,156,253.14 ล้านบาท / ปี
ไฟฟ้า 273,428,521 ล้านบาท/ปี
ค่าน้ำมันยานพาหนะ 10,158,367.74 ล้านบาท/ปี
ด้วยเหตุนี้ จึงได้เกิดโครงการรณรงค์ลดการใช้พลังงานเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2554 ที่ผ่านมา คณะฯ ได้มีการเปิดตัวโครงการตามรอยพระบาทศิริราชสีเขียว (รายละเอียด ติดตามได้จากวารสารฯ ฉบับ ก.ย.54) ด้วยมุ่งหวังให้ศิริราชก้าวสู่การเป็นองค์กรต้นแบบของประเทศไทยในด้านการจัดการพลังงาน การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้างโดยใช้ทรัพยากรอย่างพอเพียงและทำงานอย่างเป็นสุข มีความปลอดภัยทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่หน่วยงานอื่น ๆ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นที่รักยิ่งของชาวศิริราชและปวงชนชาวไทย

กิจกรรมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเน้นไปที่การมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกภาควิชา/หน่วยงาน มีการฝึกอบรมความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงาน และจัดการสิ่งแวดล้อม ได้แต่งตั้งคณะทำงานแบบบูรณาการด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ที่มาจากภาควิชา/หน่วยงานต่าง ๆ ภายในศิริราช ขึ้นมา โดยมีกิจกรรมการให้ความรู้เพื่อให้นำไปเผยแพร่ผ่านหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง และผลจากการที่บุคลากรร่วมแรงร่วมใจลดใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายลงไปได้มาก
สำหรับเป้าหมายของปี 2555 คณะฯ มีความมุ่งมั่นที่ลดค่าใช้จ่ายลงไปให้ได้ถึง.2 ล้านบาท และตั้งเป้านำเอาความรู้ด้านพลังงานทดแทน และสิ่งที่เคยสำรวจความเป็นไปได้ในปี 2554 ขึ้นมาดำเนินการให้เกิดผลช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ศิริราช และเป็นแหล่งต้นแบบการเรียนรู้ นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น เพื่อให้ทุกคนได้มีอากาศสดชื่น ร่มรื่นจากแมกไม้ ผู้ป่วยและบุคลากร ตลอดจนประชาชนทุกคนที่เข้ามาในศิริราชมีความสุขใจเมื่อได้เห็นและสัมผัส
ไม่ว่าจะความก้าวหน้าด้านการแพทย์ การบริการเพื่อสังคม หรือในเรื่องของการอนุรักษ์พลังงานและเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่ชาวศิริราชตระหนักดีถึงการมีส่วนร่วม ทั้งนี้ เราจะก้าวไปอย่างมั่นคง และสามารถทำได้ตามสิ่งที่มุ่งหวังได้หรือไม่ อยู่ที่พวกเราครับ

และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของบุคลากรศิริราชที่ตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจริงๆแล้วเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องช่วยกันทำ เพราะเราทุกคนต่างมีส่วนที่ทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้น แค่เพียงเราหายใจอยู่เฉยๆก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาแล้ว ยังไม่รวมถึงกิจกรรมต่างๆมากมายที่เราทำอยู่ทุกๆวัน ถึงเวลาที่เราต้องเลิกคิดว่าไม่ใช่ธุระของเรา แล้วหันมาร่วมมือกันเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา แค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างของเราทำอยู่ในวันๆหนึ่ง ก็สามารถช่วยอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมในโรงพยาบาลได้ เพื่อให้ศิริราชของเราเป็นโรงพยาบาลที่ยังคงรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย บุคลากร ประชาชน และชุมชนรอบข้างอย่างยั่งยืนต่อไป


