บทความ

นอนกรน

อย่าปล่อยให้การนอนกรนบั่นทอนสุขภาพ
            เสียงกรนที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ อาจเป็นสัญญาณของ “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ” (Obstructive Sleep Apnea) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด ทั้งในเรื่องของการนอน การหายใจ และโรคแทรกซ้อนเรื้อรังในระยะยาวโดยเฉพาะหากคุณหรือลูกหลาน นอนกรนเสียงดัง สะดุ้งตื่นบ่อย ฝันร้าย หรือรู้สึกไม่สดชื่นเมื่อตื่นนอน นั่นอาจไม่ใช่แค่การหลับไม่สนิท แต่คืออาการที่ต้องตรวจเช็กอย่างจริงจัง

นอนกรนคืออะไร?         
            นอนกรนเกิดจากการที่ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ ทำให้ลมหายใจไหลผ่านได้ไม่สะดวก จนเกิดเสียงกรนขึ้นมาหากรุนแรง อาจมีการหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ระหว่างนอนหลับ ซึ่งร่างกายจะขาดออกซิเจน ส่งผลให้คุณภาพการนอนลดลง และเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ หรือแม้กระทั่งโรคหลอดเลือดสมอง

ใครที่เสี่ยงนอนกรน?
            นอนกรนสามารถพบได้ในทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เช่น

                        - เพศชาย
                        - น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
                        - ต่อมทอนซิลหรือต่อมอะดีนอยด์โต (ในเด็ก)
                        - อายุที่มากขึ้น
                        - การดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้ยานอนหลับ
                        - โครงสร้างใบหน้าที่ทำให้ทางเดินหายใจแคบ

อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์?
           
- นอนกรนเสียงดังสม่ำเสมอ
            - หยุดหายใจขณะนอนหลับ (สังเกตจากคนข้างเตียง)
            - หายใจแรงเหมือนขาดอากาศ
            - สะดุ้งตื่นกลางดึก หรือฝันร้าย
            - รู้สึกเพลีย ง่วงนอนระหว่างวัน
            - ปวดหัวตอนตื่นนอน
            แต่ในเด็กอาจแสดงออกด้วยการนอนกระสับกระส่าย สมาธิสั้น หรือเจริญเติบโตช้ารักษานอนกรนได้หรือไม่?

ข่าวดีคือ นอนกรนสามารถรักษาให้ดีขึ้นหรือหายได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของแต่ละรายแนวทางการรักษา ได้แก่

            - ปรับพฤติกรรม เช่น ลดน้ำหนัก หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ ไม่ใช้ยานอนหลับ
            - การใช้เครื่องช่วยหายใจ CPAP สำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
            - การผ่าตัด ในรายที่โครงสร้างภายในจมูกหรือลำคอผิดปกติ
            - ในเด็ก การผ่าตัดต่อมทอนซิลหรือต่อมอะดีนอยด์ อาจช่วยให้หายได้

            ที่โรงพยาบาลศิริราช เรามีคลินิกเฉพาะทางด้านการนอนหลับ (Sleep Center) พร้อมด้วยทีมแพทย์ หู คอ จมูก  แพทย์โรคระบบหายใจ และจิตแพทย์ที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ รวมถึงห้อง Sleep Lab ที่ได้มาตรฐาน  เพื่อวิเคราะห์คุณภาพการนอนอย่างแม่นยำ

อย่าปล่อยให้เสียงกรนบั่นทอนสุขภาพ
            หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการนอนกรน หรือสงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การเข้าตรวจประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางที่ศิริราชคือทางออกที่ดีที่สุด เพราะการนอนที่ดีไม่ใช่แค่หลับนาน แต่คือหลับอย่างมีคุณภาพ และตื่นมาด้วยพลังเต็มเปี่ยมในทุกวัน

เอกสารประกอบ