มะเร็ง

  ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคมะเร็ง

  ผลข้างเคียงของการรักษามะเร็ง
 
อยู่อย่างสุข เมื่อต้องรับ “คีโม” อ. นพ. ณรงค์ กีรติวิทยานันท์
 

อยู่อย่างสุข เมื่อต้องรับ  “คีโม”

อ.นพ.ณรงค์  กีรติวิทยานันท์
สาขาวิชาเคมีบำบัด  ภาควิชาอายุรศาสตร์
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


             โรคมะเร็ง ภัยสุขภาพที่กำลังคุกคามประชากรทั่วโลก การรักษาในปัจจุบันมีหลายวิธี และต่างมีความก้าวหน้าไปมาก ไม่ว่าจะเป็นวิธีการผ่าตัด การใช้แสงรังสีรักษา และการใช้ยาเคมีบำบัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรคมะเร็งนั้น ๆ และที่สำคัญ คือ อาการและสภาพความแข็งแรงของผู้ป่วย
             ในที่นี้เราจะกล่าวถึงการรักษาโรคมะเร็งด้วยยาเคมีบำบัด หรือ “คีโม” ที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะมีความรู้สึกด้านลบในแง่ของผลข้างเคียงที่เกิดกับร่างกาย แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเจ้าคีโมก่อนครับ

คีโม คืออะไรและสำคัญอย่างไร
               เมื่อสภาวะการดำเนินของโรคมะเร็งถึงจุดจุดหนึ่งที่ไม่สามารถรักษาโดยการผ่าตัด แพทย์จะพิจารณาให้ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยยาเคมีบำบัด ซึ่งจะส่งไปถึงผู้ป่วยโดยวิธีรับประทานและฉีด ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาจากชนิดและระยะของโรคมะเร็งชนิดนั้น ๆ ผลข้างเคียงของยาและสภาพผู้ป่วย
               ปัจจุบันยาเคมีบำบัดมีทั้งชนิดรับประทานและฉีด มักจะให้ทุก3-4 สัปดาห์ต่อครั้ง ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกอ่อนเพลีย หมดกำลังภายหลังได้รับยาเคมีบำบัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพความแข็งแรงของร่างกายก่อนรับการรักษาชนิดของโรคมะเร็ง และชนิดของยาเคมีบำบัด

เมื่อเคมีบำบัด เข้าสู่ร่างกาย.....
                เคมีบำบัด จะเข้าไปออกฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งโดยการหยุดยั้งหรือชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งที่มีการเจริญเติบโต และแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติของร่างกายที่มีการแบ่งตัวอยู่ตลอด เช่น เนื้อเยื่อในช่องปาก และลำไส้
                การใช้ยาเคมีบำบัดจะมีประโยชน์ทั้งในแง่เป็นการรักษาเสริมภายหลังการผ่าตัดในโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งรังไข่ ที่มีความเสี่ยงจะเกิดอาการกำเริบหรือแพร่กระจาย นอกจากนี้ยังเป็นการรักษาหลักสำหรับโรคมะเร็งที่มีการตอบสนองอย่างดี เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ร่วมถึงการรักษาโรคมะเร็งที่มีการลุกลามหรือแพร่กระจาย เพื่อบรรเทาอาการของโรคให้น้อยลง มีคุณภาพชีวิตที่ดีและอายุขัยยืนยาวขึ้น

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนทำเคมีบำบัด
                1.  จูงมือเพื่อนหรือญาติมาด้วย เพื่อช่วยรับ-ส่งกลับบ้าน เพราะคุณอาจมีอาการอ่อนเพลีย
                2.  นอนพักฟื้นภายหลังได้รับยาเคมีบำบัด 1-2 วัน ที่บ้าน
                3.  หาใครสักคนช่วยเหลือเรื่องอาหารและดูแลภายหลังให้ยาเคมีบำบัด
                4.  ปรับเรื่องเวลาการทำงานให้มีผลกระทบน้อยที่สุด
                5.  หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีผลกระทบต่อยาเคมีบำบัด โดยเฉพาะยาสมุนไพร แต่หากต้องการใช้ ควรรับคำปรึกษาจากแพทย์ที่รักษาโรคมะเร็งของคุณเสียก่อน
                 นอกจากนี้ ภายหลังการให้ยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยอาจจะมีผลข้างเคียงของยา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ผมร่วง เยื่อบุช่องปากอักเสบ ถ่ายอุจจาระเหลว ปริมาณเม็ดเลือดและเกล็ดเลือดลดลง อาการจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของยา โดยผลข้างเคียงดังกล่าวมักจะดีขึ้นในเวลาไม่นานนัก แต่บางครั้งก็มีผลข้างเคียงนานหรือถาวรได้ เช่น มีบุตรยาก

หลังได้รับยาเคมีบำบัด อย่าละเลยข้อปฏิบัติดังนี้......
                 -  แจ้งถึงอาการข้างเคียงอย่างละเอียดกับแพทย์ผู้ให้การรักษา และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
                 -  เมื่อสงสัย อย่าเกรงใจ ถามและปรึกษาถึงอาการของคุณได้ทุกเรื่อง
                 -  พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง หากรู้สึกอ่อนเพลียในเวลากลางวันอาจจะพักผ่อนเป็นเวลาสั้น ๆ (น้อยกว่า 1 ชม.)
                 -  รับประทานอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่และจำนวนโปรตีนที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย และควรรับประทานมื้อเล็ก ๆ 5-6 มื้อต่อวัน
                 -  รับประทานอาหารเหลวแทน (ในกรณีที่รับประทานอาหารแข็งไม่ได้)
                 -  หลีกเลี่ยงอาหารที่ร้อนหรือเย็นจัด และมีรสจัด
                 -  ดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
                 -  ควรใช้แปรงสีฟันที่มีความนุ่มพิเศษ ในกรณีที่มีผลข้างเคียงต่อช่องปากหรือเลือดออกง่าย
                 -  ควรจะทำกิจกรรมและออกกำลังกายให้พอควร
                 -  ทำจิตใจให้สงบ และผ่อนคลายโดยการสวดมนต์ เล่นโยคะ หรือนั่งสมาธิ
                 -  ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสและใกล้ชิดผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อ

อาการที่คุณต้องรีบมาพบแพทย์ทันที
                1.  มีอาการไข้หนาวสั่น
                2.  มีอาการคลื่นไส้อาเจียน หรือถ่ายอุจจาระเหลวเป็นจำนวนมาก
                3.  มีอาการเจ็บปาก หรือแผลในปากรุนแรงจนไม่สามารถรับประทานอาหารได้

                 แม้ร่างกายคุณจะได้ผลกระทบจากการได้รับเคมีบำบัด แต่เมื่อเปรียบเทียบกับผลการรักษาในส่วนของโรคมะเร็งแล้วก็ถือว่าคุ้มค่า และที่อยากฝากถึงครอบครัวผู้ป่วยก็คือ ในช่วงเวลาการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยจะมีความกังวล เครียด หรืออ่อนเพลีย จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับความเข้าใจ ความช่วยเหลือดูแลจากญาติพี่น้อง เพื่อให้ผ่านการรักษาอย่างราบรื่น ที่สำคัญ ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งจะไม่ได้เป็นกันทุกคน แต่ทุกคนก็มีโอกาสที่จะเป็น ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นการป้องกันเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับทุกคน เมื่อมีเวลาก็ควรจะไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูให้แน่ใจ เพราะหากตรวจเจอในระยะแรก ๆ แล้วทำการรักษาอย่างถูกวิธี ก็อาจจะทำให้หายขาดจากโรคนี้มากขึ้นอย่างแน่นอนครับ.

 

 

 
พิมพ์
9/11/2553 10:49:16
 
ส่งต่อให้เพื่อน