โรคหู คอ จมูก และภูมิแพ้

  นอนกรน
 
  
ภาพแสดงที่ 1


  
ภาพแสดงที่ 2


  
ภาพแสดงที่ 3


  
ภาพแสดงที่ 4


  
ภาพแสดงที่ 5

เครื่องมือในช่องปากแบบกึ่งสำเร็จรูปชนิดปรับได้ สำหรับรักษานอนกรน (Oral Appliances) วิชญ์ บรรณหิรัญ WISH BANHIRAN
 

เครื่องมือในช่องปากแบบกึ่งสำเร็จรูปชนิดปรับได้ สำหรับรักษานอนกรน  
(
Titratable Thermoplastic Oral Appliances)

รศ. นพ.วิชญ์  บรรณหิรัญ
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา

Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

               เครื่องมือในช่องปาก (oral appliance) จัดเป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยที่นอนกรนหรือ ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ (OSA) ที่ดีวิธีหนึ่ง สามารถใช้โดยง่ายด้วยการให้ผู้ป่วยสวมเครื่องมือในปากขณะนอนหลับ หลักการคือ การยึดลิ้นหรือขากรรไกรมาทางด้านหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ลิ้นหรือเนื้อเยื่อในลำคอหย่อนลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ ซึ่งจะทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น  วิธีนี้สามารถช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาดังกล่าวนอนหลับได้ดีมากขึ้นโดยที่ ผลการรักษาจะดีในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงหรือ ไม่มีความผิดปกติทางร่ายกายหรือบริเวณทางเดินหายใจส่วนอื่น ๆ  ข้อดีที่เหนือกว่าการใช้เครื่องช่วยหายใจ (CPAP) คือสะดวกสบายในการใช้และง่ายในการพกพาขณะเดินทาง นอกจากนี้เครื่องมือดังกล่าวยังสามารถใช้ร่วมกับการผ่าตัดทางเดินหายใจส่วนต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิผลของการรักษาร่วมกันให้สูงขึ้นได้อีกด้วย 

 

               แม้ว่าเครื่องมือในช่องปากมีการออกแบบหลากหลายตามวัตถุประสงค์และกลไกของการทำงาน อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน เครื่องมือในช่องปากที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ Mandibular advancement device(MADs)  ซึ่งเลื่อนขากรรไกรล่างและลิ้นไปทางด้านหน้าเพื่อเพิ่มช่องทางอากาศหลังลิ้น  ลดการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อคอหอย ซึ่งจะทำให้ลดระดับความรุนแรงของภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับได้โดยการเพิ่มพื้นที่ของทางเดินหายใจส่วนต้น  ซึ่งมีหลายชนิดมากและมีความแตกต่างทางด้านค่าใช้จ่ายและกระบวนการผลิตสูง และการรักษาวิธีนี้ในปัจจุบันส่วนมากมักต้องทำกับทันตแพทย์  ดังนั้นแม้ว่าเครื่องมือเหล่านี้ปัจจุบัน จะมีประสิทธิภาพในการรักษาที่และมีข้อดีหลายอย่าง แต่มีข้อด้อยที่อาจไม่เหมาะสมกับคนไทย คือมีราคาแพงมากคือ อาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 30,000 – 50,000 บาทและต้องอาศัยระยะเวลานานในการประดิษฐ์อุปกรณ์ นอกจากนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ช่วยยืนยันว่าผู้ป่วยรายใดจะได้รับผลสำเร็จในการรักษาอย่างแท้จริง ดังนั้นปัจจุบันจึงมีผู้สนใจการใช้ เครื่องมือในช่องปากชนิดกึ่งสำเร็จรูปชนิดปรับได้ (Titratable thermoplastic oral appliance) มากขึ้น  ซึ่งมีการศึกษาในต่างประเทศของเครื่องมือยืดขากรรไกรล่างกึ่งสำเร็จรูป ชนิดปรับได้ พบว่าผู้ป่วยมีระดับความพึงพอใจในการใช้เครื่องมือมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์  และสามารถลดค่า ดัชนีการหยุดหายใจ รวมถึงเพิ่มระดับออกซิเจนต่ำสุดในเลือดขณะนอนหลับได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งจะทำให้ลดระดับความง่วงนอนในตอนกลางวัน และความดังของเสียงกรนได้อย่างมีนัยสำคัญด้วย  โดยการรักษาด้วยวิธีนี้มีข้อดี คือ ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าชนิด custom-made ที่ทำกับทันตแพทย์มาก ทำให้ลดภาระค่ารักษาของผู้ป่วย และใช้เวลาในการทำเครื่องมืออย่างรวดเร็ว เพียง 10 นาที โดยผู้ป่วยสามารถนำเครื่องมือกลับไปใช้ในในวันเดียวกันเลย  ทำให้เครื่องมือนี้อาจเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรับการทดลองใช้ก่อนตัดสินใจทำเครื่องมือเฉพาะทางกับทันตแพทย์ซึ่งมีราคาแพงกว่ากันเกือบสิบเท่า อย่างไรก็ตามก่อนได้รับการรักษาดังกล่าวท่านต้องพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนกรนที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องมือนี้อย่างเพียงพอ และรับการตรวจสุขภาพการนอนหลับ (sleep test) ก่อน แล้วจึงได้ข้อมูลที่จะพิจารณาได้ว่าท่านปลอดภัยเพียงพอ และเหมาะสม สำหรับการรักษาด้วยวิธีนี้หรือไม่

 

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษา 
               ผลข้างเคียงในระยะสั้นที่พบได้ เช่น ในช่วงแรกอาจพบว่ามีอาการเจ็บบริเวณที่ใส่เครื่องครอบฟัน หรือเกิดแผลที่เหงือกในบางราย  และอาจมีปวดเมื่อยหรือ รู้สึกไม่สบายบริเวณกรามและขากรรไกรได้   ผู้ป่วยบางรายอาจมีน้ำลายออกมากผิดปกติ หรืออาจมีอาการปากแห้ง  เนื่องจากหุบปากไม่สนิทเวลานอนได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวมักจะดีขึ้น ถ้าใช้และปรับตัวในระยะหนึ่ง สำหรับผลข้างเคียงในระยะยาว ถ้าใช้ไปนาน ๆ ผู้ป่วยอาจมีการสบฟันที่ผิดปกติ ปวดฟัน หรือมีผลต่อข้อกระดูกกรามและขากรรไกรได้ อย่างไรก็ตามอาการต่าง ๆ เหล่านี้มักไม่รุนแรง และสามารถแก้ไขได้ถ้าท่านติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง

 

การติดตามการรักษา
            แม้ว่าการใช้เครื่องมือในช่องปากเป็นทางเลือกที่ดี อย่างหนึ่งในการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหานอนกรน  หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับในระดับที่ไม่รุนแรง แต่ผลการรักษาอาจมีข้อจำกัด เช่นเดียวกับการรักษาด้วยวิธีอื่น ดังนั้นท่านต้องปรึกษา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนอนกรนก่อน เพื่อพิจารณาว่าท่านเหมาะสมกับการรักษาด้วยเครื่องมือชนิดนี้หรือไม่  และถ้าท่านรักษาด้วยวิธีนี้แล้ว ท่านควรใช้เครื่องมืออย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอและควรรับการตรวจเพื่อติดตามอาการกับแพทย์เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ท่านใช้เครื่องมือในช่องปากได้อย่างถูกต้อง และ เพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด และท่านควรได้รับการดูแลสภาพช่องปากและฟัน ตลอดจนขากรรไกร โดยทันตแพทย์ควบคู่กันไปด้วย เพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นรวมทั้งแก้ไขปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาอย่างดีที่สุด

 

 
13/2/2556 10:25:53
 
ส่งต่อให้เพื่อน