สุขภาพเด็ก

  โรคติดเชื้อในเด็ก
 
ไข้หรือตัวร้อน เกรียงศักดิ์ จีระแพทย์ KRIANGSAK JIRAPAET
 

ศ.เกียรติคุณ นพ.เกรียงศักดิ์ จีระแพทย์  
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ 
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล 

          ไข้หรือตัวร้อนในเด็กไม่ได้เป็นโรค แต่เป็นอาการของโรค คำจำกัดความของไข้แบ่งตามอายุได้ดังนี้
               - ในทารกวัย 4 สัปดาห์แรกหลังเกิด หมายถึง อุณหภูมิกายแกนกลางร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส
               - ในทารกพ้นวัย 1 เดือน มีความแตกต่างของคำจำกัดความ ที่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรคืออุณหภูมิเท่ากับหรือสูงกว่า 38.0 องศาเซลเซียส (เอกสารในบรรณานุกรม)

          การวัดอุณหภูมิ อุณหภูมิที่ใช้ต้องเป็นอุณหภูมิแกนกลางร่างกาย ได้แก่อุณหภูมิที่วัดทางปากหรือทวารหนัก เด็กอายุมากกว่า 4 ปีให้วัดทางปาก ถ้าไม่ร่วมมือ ให้วัดทางรักแร้ด้วยปรอทแก้วหรือดิจิตัล ค่าที่วัดจะเชื่อถือได้เมื่อวัดนานจนเสียงสัญญาณครั้งที่ 2  ดัง ซึ่งใช้เวลาวัดอุณหภูมิรักแร้นานประมาณ 9 นาที ค่าที่ได้จะเท่ากับการวัดอุณหภูมิแกนกลางร่างกาย ค่าที่อ่านเมื่อเสียงสัญญาณแรกดังจะสูงกว่าความเป็นจริง (ค่าที่อ่านเมื่อเสียงสัญญาณครั้งที่ 2 ดัง)  การวัดด้วยวิธีอื่น เช่น การวัดที่หู หรือหน้าผาก เป็นวิธีที่ไม่แม่นยำ

          ความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เวลามีไข้ไม่จำเป็นว่าทุกส่วนของร่างกายจะต้องร้อนเท่ากันหมด อาจร้อนที่ศีรษะ ลำตัว และแขนขา แต่ฝ่ามือฝ่าเท้าเย็น ในสังคมไทยมีความเชื่อที่สืบทอดมาแต่โบราณว่า การที่ศีรษะร้อนแต่เย็นที่ฝ่ามือฝ่าเท้าหมายถึงว่า ผู้ป่วยมีอาการหนัก ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องและก่อความทุกข์ใจให้แก่คนเชื่อมาก  

          สาเหตุของไข้ ไข้เป็นอาการอย่างหนึ่งของการเจ็บป่วย เกิดจากสาเหตุมากมาย และระยะเวลาที่ไข้จะปรากฏในแต่ละโรคจะยาวนานต่างกัน ตัวอย่างโรคที่เป็นสาเหตุของไข้ที่พบบ่อย  

 

โรคหวัด

ไข้หวัดใหญ่

การปรากฏอาการ

ช้า ๆ (gradual)

ฉับพลัน (abrupt)

อาการไข้

ไข้ไม่สูง (<38.3 องศาเซลเซียส )

ไข้สูง (>38.3 องศาเซลเซียส)  

ปวดเมื่อย (aches)

มีอาการน้อย

มีทุกราย

รู้สึกหนาว (chill)

พบได้น้อย

พบได้บ่อย

รู้สึกเพลีย ล้า (fatique)

พบได้น้อย

มีทุกราย

จาม

พบบ่อย

พบน้อยราย

คัดจมูก

พบบ่อย

พบน้อยราย

เจ็บคอ

พบบ่อย

พบน้อยราย

ปวดศีรษะ

พบน้อยมาก

พบบ่อย

          1. โรคหวัด (cold) มีไข้ไม่สูงหรือไม่มี อาการไข้จะมีราว 3-4 วัน ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อน เช่น หูอักเสบ ไซนัส อักเสบ หรือปอดบวม

          2. ไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยจะมีไข้สูง (น้อยรายไม่มีไข้) ปวดเบ้าตา ปวดท้อง ปวดเมื่อยตามแขนขา อาการไข้ปรากฏอยู่ 4-5 วัน ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและพบบ่อยคือปอดอักเสบ

          3. ไข้เลือดออก ไข้สูง ร่วมกับอาการซึม ใบหน้าแดง เบื่ออาหารอย่างมาก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดใต้ชายโครงข้างขวา จุดเลือดออกที่ผิวหนัง บางคนจะมีอาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายอุจาระสีดำเหมือนน้ำมันดิน และเมื่อไข้เริ่มลดลง (ประมาณ 3-7 วัน หลังปรากฎอาการป่วย) อาจเกิดภาวะช็อค

         4. ปอดอักเสบหรือปอดบวม มีอาการของโรคหวัด หรือไข้หวัดใหญ่ นำมาก่อน ต่อมามีอาการไข้สูงขึ้น หรือไข้ยังสูงต่อเนื่อง ไอมากขึ้น และหายใจเร็วกว่าปรกติ (ในทารกแรกเกิดอัตราหายใจเกิน 60/นาที) หายใจหอบ (รูจมูกบาน ช่องซี่โครงบุ๋ม เป็นต้น) เบื่ออาหาร ผู้ป่วยจำเป็นต้องอยู่รักษาในโรงพยาบาลเพื่อให้สารน้ำทางหลอดเลือด ช่วยให้ได้น้ำและอาหารทดแทนที่ได้ทางปากไม่เพียงพอ และต้องให้ออกซิเจนเพื่อแก้ไขภาวะเลือดขาดออกซิเจน และยาต้านจุลชีพหรือต้านไวรัส 

         จากตัวอย่างที่กล่าวมา คุณแม่คุณพ่อจะเห็นว่า ไข้หรือตัวร้อนเป็นเพียงอาการของโรคอย่างหนึ่งเท่านั้น เมื่อท่านเข้าใจอย่างนี้แล้ว เมื่อบุตรของท่านมีไข้หรือตัวร้อน ท่านจะได้ไม่วิตกเรื่องไข้ แต่ควรวิตกว่า โรคอะไรที่ทำให้บุตรของท่านมีไข้ ถ้ามีสาเหตุจากโรคหวัด ท่านก็ไม่ควรวิตกเพราะปรกติมักไม่มีโรคแทรกซ้อนใดๆ และไข้จะหายใน 3-4 วัน ถ้าเกิดจากไข้หวัดใหญ่ ความเสี่ยงต่อปอดอักเสบจะสูง และถ้าเกิดจากไข้เลือดออก ท่านควรวิตก เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากมายและอาจถึงชีวิตได้  

ยาลดไข้
        ยาลดไข้เป็นเพียงยาบรรเทา ไม่ใช่ยารักษาสาเหตุที่ทำให้เกิดไข้ กล่าวคือ เมื่อกินยา 1 ครั้ง ยาจะออกฤทธิ์ ลดไข้อยู่ได้นาน 4-6 ชั่วโมง ถ้าสาเหตุที่ทำให้เกิดไข้ยังไม่หาย เมื่อยาหมดฤทธิ์แล้วไข้ก็จะปรากฏใหม่ ท่านก็ค่อยให้ยาใหม่ ถ้าบุตรของท่านมีไข้ไม่สูง มีเพียงศีรษะอุ่น ไม่กวน หรือกระวนกระวาย ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาลดไข้ เพราะยาลดไข้เป็นเพียงยาระงับหรือบรรเทาไข้ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น  

ยาลดไข้   ยาลดไข้ไม่ใช่ยาที่ปราศจากโทษ ยาที่ใช้มี 2 ชนิดคือ  
1.  พาราเซทามอล หรือ อะเซทามิโนเฟน
                    ขนาดยาที่ใช้                               10 มก./กก./มื้อ ซ้ำได้ทุก 4 ชม. เมื่อกลับมีไข้อีก
                    ยาปรุงสำเร็จ       ชนิดหยด            1 มล. มีตัวยา 100 มก.
                                             ชนิดน้ำเชื่อม       1 ช้อนชา (5 มล.) มีตัวยา 120, 250 มก.
                                             ชนิดเม็ด             1 เม็ด มีตัวยา 325, 500 มก.
                    พิษของยา          ขนาดสูงเกิน        ทำให้ตับถูกทำลาย และอาจทำให้เสียชีวิตจากตับล้มเหลว? 
2. Ibuprofen   มักใช้เมื่อให้พาราเซทามอลแล้ว 30-45 นาทีแล้วไข้ไม่ลดลง 
                    ขนาดยาที่ใช้                                10 มก./กก./มื้อ ซ้ำได้ทุก 6 ชม. เมื่อกลับมีไข้อีก
                    ยาปรุงสำเร็จ  
                                              ชนิดแขวนตระกอน (suspension) 1 ช้อนชา (5 มล.) มีตัวยา 100 มก.
                                              ชนิดเม็ด              1 เม็ด มีตัวยา 200, 400 มก.

         ฉะนั้น ท่านจึงควรให้ยาลดไข้เมื่อเด็กมีอุณหภูมิกายถึงเกณฑ์ของไข้เท่านั้น (กุมารแพทย์ในสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ยาลดไข้เมื่ออุณหภูมิเกิน 38.3 องศาเซลเซียส หรือกระวนกระวาย ไม่สุขสบายตัว และให้ในขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว ห้ามให้ถี่กว่าทุก 4 ชั่วโมงเมื่อให้พาราเซทามอล และทุก 6  ชั่วโมงเมื่อให้ Ibuprofen ถ้าให้ยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด ควรให้เด็กดื่มน้ำเพิ่ม เพื่อแก้ร่างกายขาดน้ำ ร่วมกับการเช็ดตัวด้วยน้ำประปาจนกว่าไข้จะลด ท่านไม่จำเป็นต้องพาเด็กไปพบแพทย์ทันทีของการมีไข้ ถ้าเด็กยังคุย เล่น หรือดูทีวีได้ ท่านเพียงให้ยาลดไข้ เป็นครั้งเป็นคราว แต่ถ้ามีไข้สูง แล้วให้ยาลดไข้ และการเช็ดตัว หรือมีไข้นาน 48-72 ชม. แล้ว อาการไข้ยังไม่ทุเลา ร่วมกับไม่คุย ไม่เล่น ไม่ดูทีวี จึงควรพาไปพบแพทย์ ไข้จะหายเองเมื่อถึงกำหนดระยะของโรค แม้ไปพบแพทย์เร็วก็ไม่ได้ช่วยให้หายไข้เร็วขึ้น  

อาการแทรกซ้อน
        
อาการแทรกซ้อนของไข้ที่ต้องระวังคือ การชักจากไข้สูง ซึ่งพบในช่วงอายุ 6 เดือน ถึง 6 ปี เด็กที่เคยชักเวลามีไข้สูงหรือ มีประวัติชักในครอบครัวเมื่อไข้สูง ต้องระวังการมีไข้เป็นพิเศษ โดยรีบให้ยาลดไข้ และรีบเช็คตัว ขณะรอยาแก้ไข้ออกฤทธิ์ (กินเวลา 30-45 นาที) ต้องไม่รอจนไข้ขึ้นสูง

สิ่งที่ต้องตระหนัก
         
ยาปฏิชีวนะไม่ช่วยให้ไข้หาย แต่มักก่อปัญหาจากฤทธิ์ไม่พึงประสงค์ของยา เช่น อาเจียน ท้องเสีย  และการดื้อยา  ยาปฏิชีวนะใช้เมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม (เช่นหูหรือไซนัสอักเสบ ปอดอักเสบจากแบคทีเรีย)

          ขณะมีไข้สูง เด็กจะกินอาหารได้น้อยลง ทำให้มีกากอาหารในลำไส้น้อย มีผลทำให้ไม่ถ่ายอุจจาระ ในสังคมไทยมีความเชื่อว่า ถ้าเด็กไม่ถ่ายอุจจาระจะทำให้ไข้ยิ่งสูง ความเชื่อนี้ต้องการการแก้ไข ท่านไม่ควรใช้วิธีการใดๆ ทำให้เด็กถ่าย

บรรณานุกรม

      UpToDate. Patient education: Fever in children (Beyond the Basics). 2020. Cited 20 May 2020. Available from: Author: https://www.uptodate.com/contents/fever-in-children-beyond-the-basic.

      Sullivan JE, Farrar HC, the Section on Clinical Pharmacology and Therapeutics and Committee on Drugs.

      Fever and Antipyretic Use in Children. Pediatrics 2011;127 (3): 580-587; DOI: https://doi.org/10.1542/peds.2010-3852                                                                               

 
พิมพ์
18/6/2563 12:03:52
 
ส่งต่อให้เพื่อน