โรคหู คอ จมูก และภูมิแพ้

  โรคภูมิแพ้
 
ลดไรฝุ่น…สารก่อภูมิแพ้อันดับ 1 อัญชลี ตั้งตรงจิตร Anchalee Tungtrongchitr
 

 

ลดไรฝุ่น…สารก่อภูมิแพ้อันดับ 1

 

รศ.พญ. อัญชลี  ตั้งตรงจิตร

ภาควิชาปรสิตวิทยา

  รศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน

ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

          หลักฐานทางการแพทย์ระบุว่า สารก่อภูมิแพ้ไรฝุ่น ซึ่งก็คือมูลไรและโปรตีนจากตัวไรฝุ่น จัดเป็นสาเหตุสำคัญในการก่อโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจที่พบมากที่สุดในประเทศไทย

ไรฝุ่น เป็นสัตว์ขาข้อตระกูลเดียวกับหิด แมงมุม แต่ตัวเล็กกว่ามาก มีขนาดเล็กประมาณ 0.1-0.3 มิลลิเมตร มีสีขาวคล้ายฝุ่น เดินเร็ว อยู่ปะปนในฝุ่นบ้าน  จึงทำให้มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ยาก ต้องใช้กล้องขยายส่องดู ไรฝุ่นชนิดที่พบบ่อยและก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้มี 2 ชนิดคือ ไรฝุ่นชนิด Dermatophagoides pteronyssinus (DP) และ Dermatophagoides farinae (DF)   

ตัวไรฝุ่นชอบเส้นใยและชอบอยู่ในที่มืด อับชื้น ดังนั้น ที่นอน หมอน ผ้าห่ม พรม จึงเป็นที่ที่ไรฝุ่นชอบอาศัยอยู่ ห้องนอนจึงเป็นแหล่งที่พบตัวไรฝุ่นมากที่สุดในบ้าน ไรฝุ่นเติบโตได้ด้วยการกินขี้ไคลและรังแคของคน จากการสำรวจพบว่า อาจพบตัวไรฝุ่นในที่นอนตั้งแต่แสนตัวถึงนับล้านตัว สำหรับผู้ที่แพ้ไรฝุ่น เมื่อได้รับสารก่อภูมิแพ้ไรฝุ่นมักจะทำให้เกิดอาการคัน  คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม คันตา แสบตา  เคืองตา  น้ำตาไหล  คันคอ ไอ หรือหอบหืดในเวลากลางคืนหรือช่วงตื่นนอน

   เพื่อกำจัดตัวไรฝุ่นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ เราต้องช่วยกันลดปริมาณฝุ่นในบ้านลงโดย

 

-จัดห้องนอนให้โล่งพร้อมกับเปิดให้อากาศถ่ายเท เพื่อลดความชื้นที่เป็นปัจจัยสำคัญในการเจริญ

เติบโตของไรฝุ่น มีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นที่สุด ไม่ใช้พรมปูพื้นห้อง หรือวัสดุที่ทำจากผ้าหรือขนเป็นส่วนประกอบของในบ้าน   เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถเป็นที่กักเก็บฝุ่นได้  

            -นำเครื่องนอนทุกชนิดออกผึ่งแดดจัดๆ เพราะแสงแดดจะทำให้ไข่ไรฝุ่นฝ่อ และลดจำนวนไรฝุ่นที่จะ

ฟักออกมาใหม่ได้ รวมถึงยังทำให้ความชื้นในที่นอนลดลงด้วย นอกจากนี้ควรคลุมที่นอนและหมอนด้วยผ้าพลาสติกหรือผ้ากันไรฝุ่น

            -ซักทำความสะอาดเครื่องนอนทุกชนิดด้วยน้ำร้อนอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง  และทำความสะอาด

บ้านด้วยเครื่องดูดฝุ่น หรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ เป็นประจำ รวมถึงล้างแผ่นกรองฝุ่นเครื่องปรับอากาศ  และสุดท้ายอย่าลืมใช้ผ้าปิดปากจมูกทุกครั้งที่ทำความสะอาดด้วย  

-ส่วนการใช้สารเคมีกำจัดแมลงนั้นไม่ค่อยเหมาะนัก เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและมี

อันตรายจากพิษตกค้างได้

              ที่สำคัญ การป้องกันกำจัดไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ในบ้านควรทำควบคู่กับการรักษาโรค ถ้ายังมีอาการโรคภูมิแพ้อยู่ แพทย์อาจให้ยาเพื่อบรรเทาอาการ หรือฉีดวัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่น ซึ่งจะใช้ในรายที่การรักษาด้วยยาไม่ได้ผลดีและยังมีอาการกำเริบอยู่ โดยฉีดสารสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ไรฝุ่นเข้าใต้ผิวหนังในปริมาณน้อยๆ เป็นระยะๆ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ป่วยเคยชินต่อสารก่อภูมิแพ้นั้น ซึ่งจะสามารถลดอาการแพ้ได้ 

           แม้ว่าโรคภูมิแพ้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่เราสามารถควบคุมไม่ให้เกิดอาการและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

 



 

 

 
พิมพ์
10/9/2556 16:14:01
 
ส่งต่อให้เพื่อน