รอยแผลเป็นจากสิว เกิดจากกระบวนการฟื้นฟูสภาพผิวที่โดนทำลายจากการเกิดสิว ทำให้เกิดรอยสิวในรูปแบบต่างๆ รอยสิวส่วนใหญ่มักเกิดจากสิวอักเสบ และเมื่อสิวหายแล้วก็จะทิ้งรอยแผลเป็น เช่น รอยดำ รอยแดง และหลุมสิวไว้บนใบหน้า
เกิดจากการขยายตัวของหลอดเลือดบริเวณที่เกิดการอักเสบ จากการบีบ แกะ แคะ เกาสิว
การอักเสบเป็นระยะเวลานานอาจมีการกระตุ้นเม็ดสีให้ผลิตเมลานิน (Melanin) ทำให้เกิดเป็นรอยดำตามมา
เกิดจากการอักเสบและลึกถึงชั้นหนังแท้ ทำให้คอลลาเจนถูกทำลาย ผิวหนังยุบตัวลงเกิดแผลเป็น ทำให้ผิวหน้าไม่เรียบเนียน
LED Light Therapy เป็นการรักษาด้วยแสงความเข้มข้นสูง
ความพิเศษของเครื่อง LED จะมีแสง 4
สี
สีฟ้าและสีแดงใช้รักษาสิว แสงสีเขียวและสีเหลืองนำมาใช้
รักษารอยสิวแสงแต่ละสีจะทำหน้าที่ต่างกันเพื่อลดปัญหาในแต่ละประเภท
มักจะใช้ควบคู่กับการรักษาอื่น ๆ เช่น ทายา รับประทานยา หรือเลเซอร์ รักษาต่อเนื่อง 4-6
ครั้ง
ราคาประมาณ 300-400 บาทต่อครั้ง
เป็นวิธีการส่งผ่านสารอาหารที่จำเป็นต่อผิว วิตามิน โคเอนไซม์เข้าสู่ผิวโดยไม่ต้องฉีดยา
ทำให้ผิวหน้าสดใสและมีสุขภาพดีได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
โดยอาศัยหลักการในการใช้ประจุไฟฟ้าที่มีทั้งอิออนบวกและลบ
ผลักวิตามินที่มีโมเลกุลหลายขนาดลงสู่ชั้นผิว ได้ผลดีกว่าทาใช้มือทาครีมถึง 95%
ราคาประมาณ 1000-1200 บาทต่อครั้ง
เหมาะสำหรับ : รอยดำจากสิว
IPL หรือเครื่องปล่อยแสงความเข้มสูง ความยาวคลื่น 500-1,200 nm
ทำให้แสงถูกดูดซึมด้วยตัวดูดแสงในผิวได้หลายชนิด
จึงสามารถใช้ในการรักษาได้หลายอย่าง หลัก ๆ จะทำให้ผิวกระจ่างใส ทำให้ผิวอ่อนเยาว์
ช่วยลดเลือนริ้วรอย กระ และจุดด่างดำ IPL
นั้นจะไม่ค่อยเห็นผลกับผู้ที่มีสีผิวคล้ำ
ราคาประมาณ 1,000-1,200 บาทต่อครั้ง
IPL ต่างจากเลเซอร์อย่างไร?
คลื่นแสง IPL จะกระจายตัวเป็นบริเวณกว้างกว่าแสงเลเซอร์ พลังงานจึงต่ำกว่า แต่อ่อนโยนมากกว่า จึงต้องใช้เวลาในการทำอย่างต่อเนื่อง 3-6 เดือน ทุก 3-4 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลอย่างชัดเจน การเตรียมตัวก่อนทำหลบเลี่ยงแสงแดดก่อนทำ 1-2สัปดาห์ หลังทำไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น และไม่ทำให้หน้าบาง สามารถแต่งหน้าได้
เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีสิวอักเสบ รอยแดงจากสิว
เลเซอร์กำจัดรอยแดง long-Pulsed Dye Laser
595 nm
ซึ่งให้เลเซอร์สีเหลืองที่มีความยาวคลื่นสั้นเฉพาะ
ลงลึกได้มากกว่า Dual
Yellow Laser
และได้ผลที่สุดในการรักษาปัญหาที่เกี่ยวกับเส้นเลือด หรือ
ปัญหาแผลที่มีสีแดง ช่วยกระตุ้นการเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังมากขึ้น
หลังทำไม่ต้องพักฟื้น
ไม่มีการตกสะเก็ด รักษาต่อเนื่อง 2-4 ครั้ง
ราคาประมาณ 2,500-3,000 บาทต่อครั้ง
เหมาะสำหรับ : รอยดำ รอยแดงจากสิว
แสงเลเซอร์ที่เครื่องผลิตออกมามีถึง 2 ชนิดด้วยกัน คือ
แสงสีเหลือง ความยาวคลื่น 578 nm เหมาะสำหรับรักษารอยโรคที่มีสีแดง ได้แก่
เส้นเลือดผิดปกติ
ปานแดง
รอยแผลเป็นสี
แสงสีเขียว ความยาวคลื่น 511 nm จะถูกดูดซับได้ดีใน Melanin
จึงใช้สำหรับรักษารอยโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสี หลังทำควรจะทากันแดด
งดการขัดผิวหรือทายาที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิว
รักษาต่อเนื่อง 4-5 ครั้ง
ราคาประมาณ 2,500-3,000 บาทต่อครั้ง
เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีสิวอักเสบ รอยแดงจากสิว
ราคาทั่วใบหน้าประมาณ 10,000-15,000 บาทต่อครั้ง
1. มีประโยชน์มากในการรักษา ความผิดปกติของเม็ดสีในผิวหนัง
(Hyperpigmentation) เช่น ฝ้า กระ กระลึก ปาน รอยดำต่าง ๆ
2. ใช้ในการกำจัดรอยสัก (Tattoo Removal)
คนไข้จะให้ทายาชา 30-60 นาที ก่อนยิงเลเซอร์ ใช้เวลาประมาณ 30-45
นาที
ระหว่างทำเลเซอร์ จะมีการเป่าพ่นลมเย็น Air Cooling
เพื่อความสบายและลดอาการแสบ
- ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งอย่างน้อย 2
สัปดาห์ทั้งก่อนและหลังเข้ารับการรักษา
- หากมีปัญหาสิวหรืออาการอักเสบของผิวอยู่
ควรรักษาอาการเหล่านั้นให้หายดีก่อนเข้ารับการรักษา
- หลังทำเลเซอร์เสร็จ คนไข้จะมีอาการ ผิวแดงได้ 2-5 วัน
ผิวบวม 1-2 วัน
-
หลังจากทำไม่ควรล้างแผลด้วยสบู่หรือโฟมและควรงดการแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอาง
จนกว่าสะเก็ดแผลจะหลุดออกหมด
การรักษาหลุมสิว
มีหลายวิธีตั้งแต่ที่ได้ผลน้อยแต่อ่อนโยนไปจนถึงการรักษาที่ได้ผลชัดเจนแต่รุนแรง
หลุมสิวมีทั้งหมดสามชนิดได้ผลการรักษาที่แตกต่างกันออกไปตามชนิดของหลุม
Rolling scar
หลุมแอ่งกระทะ
โค้งและตื้นคล้ายแอ่งกระทะ ตอบสนองกับการรักษาดีที่สุด
Boxcar scar
หลุมกล่อง
คล้ายกล่องสีเหลี่ยมเกิดจากการมีพังผืด ลึกถึงชั้นหนังแท้ รักษายากพอสมควร
Ice picked scar
หลุมนกจิก
ขอบหลุมกว้าง ฐานแคบและลึก เป็นชนิดของหลุมที่ รักษายากที่สุด
เป็นการรักษาด้วยการใช้กรด trichloro-acetic acid (TCA) ความเข้มข้นสูง 50-100% ลงไปบริเวณเนื้อเยื่อแผลเป็นหลุมที่ต้องการรักษา ด้วยกรดจะทำให้เกิดการลอกผิวส่วนที่ต้องการรักษา
ทำให้มีการสร้างผิวและคอลลาเจนใหม่เกิดขึ้นตามมา
หลุมสิวจะดูแคบลงและตื้นขึ้นได้
ใช้ในการรักษาแผลเป็นหลุมชนิด ice picked scar
สามารถทำการรักษาได้ในวันเดียวกับที่ทำเลเซอร์
ราคาประมาณ 700-1,000 บาทต่อครั้ง
เป็นกรรมวิธีการผลัดเซลล์ผิวด้วยการพ่นเกล็ดอัญมณีละเอียดผลัดผิวหนัง ชั้นบนให้หลุดออก กระตุ้นให้ผิวหนังสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น จึงเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน
ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ในระหว่างการรักษาอาจรู้สึกระคายเคืองผิวเล็กน้อย ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ หลังการรักษา ผิวอาจจะแดงเล็กน้อยแต่จะหายเป็นปกติใน 1 ชั่วโมง รักษาต่อเนื่องกันประมาณ 5 ครั้ง โดยเฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อเดือน ราคาประมาณ 500-600 บาทต่อครั้ง
นวัฒกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Fractional Radiofrequency
หรือคลื่นวิทยุความถี่สูงที่ลงแบบแบ่งส่วนซึ่งเหนือกว่า Fractional
เลเซอร์แบบเดิม
ทั่วใบหน้าประมาณ 10,000-15,000 บาทต่อครั้ง
1. ซ่อมแซมเซลล์ผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
ทำลายผิวน้อยกว่าและให้พลังงานสู่ผิวมากกว่า
มีความปลอดภัยกับทุกสภาพผิว
2. ทำลายพังผืดให้หลุมสิวตื้นขึ้น
เหมาะกับคนผิวคล้ำ เกิดผลข้างเคียงได้น้อย
ลดการเกิดสะเก็ดหลังการรักษาได้ดีกว่า
ทำความสะอาดผิวหน้า พร้อมทั้งทายาชาทิ้งไว้ประมาณประมาณ
45-60 นาที
หลังจากนั้นจะเช็ดทำความสะอาดผิว เช็ดแอลกอฮอล์ เป่าหน้าจนแห้งสนิท
จึงค่อยเริ่มลงมือยิงโดยหัวยิง eMatrix
ที่ตรงปลายเป็นฐานที่ทำจากทองคำซึ่งมีเข็มเล็กอยู่จำนวน 64 เข็ม
ความรู้สึกขณะทำอาจจะรู้สึกร้อนผ่าวและเจ็บจี๊ดๆเล็กน้อย ที่บริเวณผิวหน้า
- ก่อนเข้ารับการรักษาหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ๆ ก่อนการทำเลเซอร์
อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- หลังทำจะเกิดรอยแดง และรู้สึกร้อนผ่าวได้
อาการจะค่อยๆดีขึ้นหลังจากผ่านไปประมาณ 1-2 ชั่วโมง
ทาครีมบำรุง ครีมกันแดด และหลีกเลี่ยงความร้อน หรือแสงแดดจัดๆ
หลังจากการรักษา จะเกิดสะเก็ดขนาดเล็กๆ ซึ่งจะหลุดไปเองภายใน 5-7 วัน
ไม่ควรแกะ
ควรปล่อยให้หลุดไปตามธรรมชาติF
เลเซอร์ที่สามารถปล่อยพลังงานแสงสูงออกมาในช่วงเวลาที่สั้นมาก
(ในระดับวินาที)
จึงทำให้เม็ดสีแตกตัวได้อย่างละเอียดมากขึ้น
ทั่วใบหน้าประมาณ 10,000-15,000
บาทต่อครั้ง
1. การปล่อยลำแสงเล็ก ๆ ที่มีพลังงานสูง
กระตุ้นให้เกิดการสร้าง
คอลลาเจน ดันให้หลุมสิวตื้นขึ้น
2. ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนเเละกระจ่างใสมากขึ้น
นำไปประยุกค์ใช้
กับการลบรอยสักได้ด้วย
คนไข้จะให้ทายาชา 30-60 นาที ก่อนยิงเลเซอร์ ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที
ระหว่างทำเลเซอร์ จะมีการเป่าพ่นลมเย็น Air Cooling
เพื่อความสบายและลดอาการแสบ
- ไม่ควรโดนน้ำภายใน 2 วันหลังทำเลเซอร์
หากแผลโดนน้ำควรรีบซับให้แห้งด้วยผ้าสะอาด
- ทาครีมปฏิชีวนะ หรือขี้ผึ้งวาสลินบริเวณแผลตามคำสั่งแพทย์
- ห้ามถู แกะ เกา
หรือเล่นกีฬาที่อาจเกิดแรงปะทะหรือเสียดสีบริเวณที่เป็นแผลจากการเลเซอร์
- เริ่มใช้เครื่องสำอางหรือทาครีมกันแดดได้ 1 สัปดาห์หลังเลเซอร์
หรือจนกว่าสะเก็ดแผลจะหลุดออกหมด
หลีกเลี่ยงแสงแดด 2 สัปดาห์หลังทำเลเซอร์
แพทย์จะทำการสอดเข็มลงใต้ผิวหนัง
และจะทำการเซาะทีละหลุมทั่วใบหน้า ค่อย ๆ เซาะผังผืดที่ยึดไว้ใต้
หลุมสิวให้หลุดออกทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้ ทำให้ผิวลอยตัวขึ้น
ยังช่วยกระตุ้นให้ใต้ผิวหนังให้มีการรักษาตัวเองเร่งสร้างคอลลาเจนบริเวณที่เคยเป็นหลุมสิวให้ผิวฟูขึ้น
ราคาประมาณจุดละ 200-300 บาท
ฟิลเลอร์หลุมสิว คือการใช้สารจำพวกไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid)
เข้าไปเติมเต็มหลุมสิว
ให้ดูตื้นขึ้นจะต้องทำการตัดพังผืดที่ดึงรั้งผิวหนังออกไปก่อน
ซึ่งการเลาะพังผืดนั้น
จะช่วยให้บริเวณใต้ชั้นผิวเกิดช่องว่างเพื่อการเติมเต็มผิวบริเวณที่เป็นหลุมจะดูตื้นขึ้นในทันที
ราคาประมาณ 2,000-3,000 บาทต่อครั้ง
ข้อดีของการฉีด ฟิลเลอร์หลุมสิว
• เห็นผลทันทีหลังการรักษา
• เติมเต็มหลุมสิวให้ผิวฟูเรียบเนียนขึ้น
กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง
ข้อเสียของการฉีด ฟิลเลอร์หลุมสิว
• เมื่อฟิลเลอร์สลายต้องกลับมาเติมฟิลเลอร์ซ้ำ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน
• เป็นการรักษาแบบชั่วคราวเท่านั้น