ศิริราชรับมอบใบรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทางการแพทย์จากกรมวิทย์ ISO 22870 เป็นแห่งแรกในเอเชียอาคเนย์

     วันนี้  (3 ส.ค.52) เวลา 09.30 น. ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์  กุลทนันทน์  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล และคณะ รับมอบใบรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทางการแพทย์  ISO 22870  เป็นแห่งแรกในเอเชียอาคเนย์  และล่าสุดห้องปฏิบัติการภาควิชาพยาธิวิทยา รับมอบใบรับรองความสามารถห้อง ปฏิบัติการทางการแพทย์ ISO 15189 ทั้งนี้โดยมี นพ.มานิต  ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นผู้มอบ ณ ห้องประชุมคณะฯ ตึกอำนวยการ ชั้น 2  

     ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์   กุลทนันทน์  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล  เปิดเผยความเป็นมาของการได้รับรอง  ISO 22870 ว่า  จากที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล   มีวิสัยทัศน์ในการเป็น “สถาบันทางการแพทย์ของแผ่นดินมุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล”  โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยเป็นสำคัญ  และเพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างถูกต้อง มีคุณภาพ  หลังจากที่ภาควิชาพยาธิวิทยาคลินิกได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ISO 15189 เมื่อเดือนมีนาคม 2548 แล้ว  ในปี 2551 ศิริราชได้ขยายการพัฒนาคุณภาพการตรวจน้ำตาลในเลือด ณ จุดดูแลผู้ป่วย (Point of Care Testing ; POCT)  ซึ่งการตรวจนี้มีระบบที่แตกต่างจากการเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการทั่วๆ ไปคือ แพทย์  พยาบาล หรือบุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้ทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยที่ข้างเตียงหรือจุดดูแลผู้ป่วยโดยใช้เครื่อง POCT Glucose ทำให้รู้ผลเร็วภายใน 1-2 นาที  ซึ่งผลการตรวจนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อการตัดสินใจของแพทย์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยภาวะวิกฤติให้ปลอดภัยได้ทันท่วงที

     ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์  กล่าวต่อว่า การนำมาตรฐานสากล ISO 22870 มาใช้เป็นมาตรฐานในการพัฒนางานนั้น  ก่อให้เกิดระบบคุณภาพที่ครอบคลุมการบริหารจัดการด้านคุณภาพและวิชาการอย่างครบถ้วน  ทั้งนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้แต่งตั้ง คณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการดำเนินการ POCT glucose  มาร่วมกันทำงานเป็นทีมสหสาขาวิชาชีพจากหลายหน่วยงาน  ประกอบด้วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช     ภาควิชาพยาธิวิทยาคลินิก  ฝ่ายการพยาบาล ฝ่ายเภสัชกรรม             ฝ่ายสารสนเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยเริ่มนำมาตรฐานสากล POCT มาใช้งานตั้งแต่เดือนมกราคม 2551  และด้วยเหตุที่โรงพยาบาลศิริราช เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่  จึงมีผู้ทำการตรวจ  POCT  glucose เป็นจำนวนมากจากทุกสายอาชีพรวมกันถึง  2,836 คน  เป็นพยาบาล  1,693  คน  แพทย์ประจำบ้าน 377 คน  แพทย์และนักเทคนิคการแพทย์  28  คน  รวมทั้งนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 4 - 6 รวม  738  คน ซึ่งทุกคนจะต้องผ่านการอบรมและการประเมินก่อนจึงสามารถทำการตรวจผู้ป่วยได้   ยิ่งกว่านั้นการทำงานของบุคลากรจำนวนมากนี้ต้องมีความเข้าใจตรงกันในการทำงานเป็นพื้นฐานในมาตรฐานเดียวกัน  จึงจำเป็นต้องมีระบบมาตรฐานสากล ISO 22870  มากำกับการปฏิบัติงานของทุกคนที่เกี่ยวข้องให้มีความสามารถตรวจน้ำตาล ณ จุดดูแลผู้ป่วย  ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และผลเชื่อถือได้ 

     ปัจจุบัน โรงพยาบาลศิริราช มีการตรวจน้ำตาลในเลือด ณ จุดดูแลผู้ป่วยตามหอผู้ป่วยและหน่วยตรวจต่างๆ รวมทั้งสิ้น 151 แห่ง  ส่งผลให้แพทย์มั่นใจในผลการตรวจ สามารถตัดสินใจให้การรักษาที่ถูกต้องทันท่วงที ซึ่งเป็นผลดีต่อการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ 

     ในโอกาสเดียวกันนี้ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังได้มอบใบรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ISO 15189 ให้แก่ภาควิชาพยาธิวิทยา ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการล่าสุดของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลในกระบวนการตรวจชิ้นเนื้อศัลยกรรม ที่ครอบคลุมวิธีวิเคราะห์ทาง histological staining  การตรวจทางเซลล์วิทยา cytological staining และการตรวจด้วยเทคนิคพิเศษ (histochemical staining และ immunohistochemical staining)   ซึ่งก่อนหน้านี้ภาควิชาต่าง ๆ ได้รับการรับรอง ISO 15189 มาแล้ว จนถึงขณะนี้รวมทั้งสิ้น  20  ภาควิชา  กล่าวได้ว่า “ศิริราช เป็นสถาบันโรงเรียนแพทย์ที่มีหน่วยงานได้รับการรับรอง ISO 15189 ครอบคลุมงานทุกสาขาวิชามากที่สุดในประเทศไทย” 

     การได้รับการรับรองมาตรฐาน  ISO 15189 และ ISO 22870 นี้ แสดงถึงศักยภาพของศิริราชในการเป็นสถาบันที่มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นมาตรฐานสากลที่เชื่อถือได้  อีกทั้งเกณฑ์การประเมินเป็นที่ยอมรับแก่องค์กรต่าง ๆ ในระดับชาติและนานาชาติโดยเฉพาะกลุ่มประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก APLAC และในกลุ่มประเทศระดับโลก  ILAC ทำให้ผู้ป่วยได้รับการบริการที่ดีเลิศ ลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศ  ทั้งยังสร้างโอกาสและความสามารถในการแข่งขันกับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ในเอเชีย รวมถึงโอกาสในการเชื่อมโยงหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เกิดการประสานร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพทางห้องปฏิบัติการด้วย