สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเปิดการประชุมวิชาการเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี ศิริราช
วันนี้ ( 17 มี.ค. 51 ) เวลา 09.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ทรงเปิดการประชุมวิชาการเฉลิมพระเกียรติ 120 ปี ศิริราช สู่ศักราชใหม่แห่งการแพทย์ชั้นเลิศและนวัตกรรม ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 21 มีนาคม จากนั้นเสด็จฯ แทนพระองค์ทรงวางศิลาฤกษ์อาคารโครงการพัฒนาศิริราชสู่สถาบันการแพทย์ชั้นเลิศในเอเชียอาคเนย์
เมื่อเสด็จฯ ถึงหอประชุมราชแพทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศาสตราจารย์วณิชา ชื่นกองแก้ว ผู้ช่วยเลขานุการประชุมวิชาการ ทูลเกล้า ฯ ถวายเอกสารการประชุม ศาสตราจารย์คลินิก ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กราบบังคมทูลรายงาน จากนั้นทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการ 120 ปี ศิริราช พร้อมทอดพระเนตรวีดิทัศน์สื่อประสมเทิดพระเกียรติ ทวาทศทศวรรษ ศิริราช...ปฐมบท โรงพยาบาลของแผ่นดิน จากนั้นทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก และทอดพระเนตรนิทรรศการตามลำดับ
การประชุมวิชาการศิริราชประจำปี ครั้งที่ 47 นี้ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงพยาบาลศิริราช เป็นโรงพยาบาลหลวงแห่งแรกของแผ่นดิน เพื่อให้บริการรักษาพยาบาลผู้ป่วยทุกระดับชั้น ตลอดจนพัฒนาด้านวิชาการแพทย์และการสาธารณสุขให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นความสำคัญของการแพทย์ชั้นเลิศและนวัตกรรม โดยการนำองค์ความรู้ วิทยาการและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและเป็นเลิศมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม เพื่อการรักษาตลอดจนการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อปวงชน ประกอบด้วย การบรรยายทางวิชาการ การนำเสนอผลงานวิจัยและวิชาการ โดยวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและต่างประเทศที่ครอบคลุมสาขาวิชาต่างๆ กว่า 400 คน และมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 5,000 คน โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ ความคืบหน้าในการใช้สเต็มเซลล์รักษาโรค นมจากเนื้อไก่ แนวทางใหม่แก้ไขทารกแพ้นมวัว การใช้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ทำอย่างไรให้แข็งแรงอยู่เสมอหลังอายุ 60 เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีการแสดงปาฐกถาเกียรติยศ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และรองเลขาธิการพระราชวัง ในหัวข้อ การบริหารเพื่อสู่ความเป็นเลิศของศิริราชหลังจาก 120 ปี วันที่ 17 มีนาคม เวลา 10.00 - 11.00 น. ณ หอประชุมราชแพทยาลัย ในวันเดียวกัน เวลา 13.00 -14.30 น. ศ.คลินิก นพ.สุพัฒน์ วานิชย์การ เลขาธิการมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทยแสดงปาฐกถา อีกมุมหนึ่งของแสงรุ้งงาม...ที่ศิริราช เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ ห้องประชุม 7009 ตึกสยามินทร์ ชั้น 7 และในวันที่ 20 มีนาคม เวลา 09.00 - 10.00 น. นพ.แสงชัย พงศ์พิชญ์พิทักษ์ แพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2550 จะแสดงปาฐกถาอุดม โปษะกฤษณะ เรื่อง ทำงานอย่างมีความสุข
ในโรงพยาบาลชุมชน ณ หอประชุมราชแพทยาลัย นอกจากนี้ภายในงานยังมีนิทรรศการและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาพิเศษ ณ โถงอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ อีกทั้งเปิดให้ชมพิพิธภัณฑ์การแพทย์ฟรีตลอดงาน
ต่อมาเวลา 09.45 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงวางศิลาฤกษ์อาคารโครงการพัฒนาศิริราชสู่สถาบันการแพทย์ชั้นเลิศในเอเชียอาคเนย์ ณ บริเวณสถานีรถไฟธนบุรี(เดิม)ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีศ.คลินิก นพ. ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสือและเข็มทองคำที่ระลึกและกราบบังคมทูลรายงาน จากนั้นเสด็จฯ ไปยังมณฑลพิธีวางศิลาฤกษ์ ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ แล้วทรงวางแผ่นอิฐ ทอง นาก เงิน และแผ่นศิลาฤกษ์ตามลำดับ จากนั้นเสด็จฯ เข้าประทับพระราชอาสน์ รศ.นพ.สุรินทร์ ธนพิพัฒนศิริ ผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช เบิกผู้อุปการคุณเข้ารับพระราชทานของที่ระลึก ได้เวลาอันสมควรจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ
โครงการพัฒนาศิริราชสู่สถาบันการแพทย์ชั้นเลิศในเอเชียอาคเนย์ ได้รับความเห็นชอบตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2546 และได้รับมอบพื้นที่สถานีรถไฟธนบุรีตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 กันยายน พุทธศักราช 2546 โครงการนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดการรถไฟแห่งประเทศไทย และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อีกทั้งเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา
โครงการพัฒนาศิริราชสู่สถาบันการแพทย์ชั้นเลิศในเอเชียอาคเนย์ มุ่งมั่นที่จะให้ประเทศไทยมีสถาบันทางการแพทย์ที่มีศักยภาพในการแข่งขันกับนานาชาติ ทั้งด้านวิจัย การศึกษา และการบริการ อีกทั้งเพื่อพัฒนาศักยภาพของพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟธนบุรี (เดิม) ให้เกิดมูลค่าเพิ่มต่อวงการแพทย์และสาธารณสุข โดยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ การวิจัย แหล่งกระจายและแลกเปลี่ยนความรู้กับสถาบันอื่น ๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ ประกอบด้วย โครงการย่อย 7 โครงการ โดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลดำเนินการพัฒนาบนพื้นที่เดิมของศิริราช 4 โครงการ ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์ ศูนย์พัฒนาวิทยาการผู้สูงอายุ สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ และพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ส่วนอีก 3 โครงการ ดำเนินการบนพื้นที่ 33 ไร่ บริเวณสถานีรถไฟธนบุรี (เดิม) ได้แก่ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการวิจัย ศูนย์ความเป็นเลิศในการบริการทางการแพทย์ สวนเฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งการพัฒนาทางเดินริมน้ำ ท่าน้ำ และการอนุรักษ์อาคารสถานีรถไฟธนบุรี (เดิม) รวมระยะเวลาการก่อสร้างทั้งสิ้น 5 ปี ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2550 - 2554






