อะมีบ้ากินสมอง

ระวัง ! อะมีบ้ากินสมอง

Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

       ตื่นตะลึงกันไปทั่วประเทศเมื่อแพทย์ศิริราชพบเชื้ออะมีบาที่คร่าชีวิตผู้ป่วยอีกครั้ง หลังจากที่โรคนี้เงียบหายไปนาน 10 กว่าปีแล้ว โรคอะมีบากินสมองนั้น เกิดจากสัตว์เซลล์เดียวที่เรียกว่า "อะมีบา" ชนิดโปรตัวซัวร์ที่เป็นสัตว์เซลล์เดียว ส่วนใหญ่ที่พบมี 2 ชนิด คือ

           1. นีเกลอเรีย (Naegleria) เป็นเชื้อที่มีการแบ่งตัวออกจากกันเป็นจำนวนมากและรวดเร็ว มีอานุภาพร้ายแรงในการทำลาย กัดกินเนื้อสมอง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะ มีไข้ต่ำเหมือนเป็นไข้หวัดธรรมดา จากนั้นจะเริ่มตัวแข็ง คอแข็ง สมองบวม โดยเชื้อจะไชเข้าทางโพรงจมูกและขึ้นไปกินเนื้อสมองอย่างรวดเร็ว เชื้อชนิดนี้ไม่พบในน้ำกร่อยและน้ำทะเล

           2. อะคันธามีบา (Acanthamoeba) มีการแบ่งตัวออกจากกันช้ากว่าชนิดแรก โดยทั่วไปจะไปติดเชื้อที่ปอด แผลตามผิวหนัง และเยื่อกระจกตา ซึ่งในต่างประเทศเคยมีรายงานการติดเชื้อจากคอนแทคเลนส์ด้วย และเคยมีรายงานว่าเคยมีผู้ป่วยที่ได้รับเชื้ออะมีบาที่ตา เนื่องจากลงเล่นน้ำในคลอง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะ เซื่องซึม ความดันในกะโหลกสูงขึ้น คอแข็ง มีก้อนแข็ง ๆ ในสมอง เชื้อชนิดนี้พบได้ในน้ำทะเล

        โดยทั่วไปเชื้ออะมีบาจะอาศัยในแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น บ่อน้ำ หรือเขื่อนที่มีน้ำขังนิ่ง แต่จะไม่พบเชื้อในน้ำที่มีคลอรันผสมอยู่ ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อส่วนมากจะเสียชีวิตภายใน 1 สัปดาห์ ปัจจุบันทั่วโลกมีจำนวนผู้ป่วยประมาณ 500 กว่าคน และรอดชีวิตเพียง 6 รายเท่านั้น สำหรับประเทศไทยได้รายงานผู้ป่วยที่รอดชีวิตเป็นลำดับที่ 5 ของโลก อย่างไรก็ตามโรคอะมิบากินสมองไม่ใช้โรคติดต่อทางร่างกาย เราสามารถป้องกันได้โดย เมื่อมีแผลตามผิวหนังควรหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในแหล่งที่เป็นน้ำนิ่ง หากสำลักน้ำและมีอาการไข้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ซึ่งจะทำให้มีโอกาสรอดชีวิตสูง 
 


 

เอกสารประกอบ

ดาวน์โหลด