ทำฟันในเด็ก น่ากลัวจริงหรือ!(1)

ทำฟันในเด็ก น่ากลัวจริงหรือ!(1)

ทญ.นราวัลลภ์ เชี่ยววิทย์
งานทันตกรรม
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ไม่ ไม่ ไม่ หนูไม่อยากไปหาหมอฟัน !
            อย่าเพิ่งกลัวไปนะคะ หมอฟันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ยิ่งถ้าคุณหนู ๆ รู้จักใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีอยู่เสมอ รับรองว่าสุขภาพฟันและสุขภาพร่างกายก็จะดีตามไปด้วย แต่ปัจจุบันยังมีเด็กจำนวนมากที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากเนื่องจากเป็นโรคฟันผุลุกลาม

            โรคฟันผุในเด็ก นับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย จากการสำรวจโดยกองทันตสาธารณสุขในปี พ.ศ.2537 พบว่า เด็กอายุ 3 ปี มีฟันน้ำนมผุร้อยละ 61.7 เด็กอายุ 6 ปี มีฟันน้ำนมผุร้อยละ 85.1 และมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ซึ่งโรคฟันผุเป็นโรคติดเชื้อที่ไม่สามารถหายได้ด้วยตัวเองหรือใช้ยา antibiotic รักษาได้เหมือนโรคหวัดหรือโรคติดเชื้ออื่น ๆ และยังสามารถส่งผ่านเชื้อโรคไปยังบุคคลอื่นได้
ปัจจัยสำคัญที่เป็นสาเหตุเริ่มต้นและลุกลามของโรคฟันผุ ได้แก่
1. ฟันและสภาวะแวดล้อมในช่องปาก
2. อาหารประเภทแป้ง
3. แบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรค (Mutans streptococci, lactobacillus)
รู้จัก 3 ระยะ ของโรคฟันผุ
          1. ฟันผุในระยะแรก จะพบลักษณะรอยโรคขุ่นขาวบริเวณเคลือบฟันหรือหลุมร่องฟัน ซึ่งจะยังไม่แสดงอาการ และยังไม่ จำเป็นต้องรักษาโดยการอุดฟัน เพียงแต่ผู้ปกครองควรพาไปพบทันตแพทย์ เพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์ อันเป็นสาเหตุของการลุกลามเสียแต่เนิ่น ๆ
          2. ฟันผุที่ชั้นเคลือบฟันและเนื้อฟัน จะมีการแตกหักของเนื้อฟันจนเกิดรอยผุเป็นรูบนตัวฟัน เด็กจะเริ่มมีอาการเสียวฟัน ปวดฟัน ...การรักษา ควรได้รับการอุดฟันหรือครอบฟันในกรณีที่รอยผุมีขนาดใหญ่
          3. ฟันผุทะลุโพรงประสาทฟัน จะมีอาการปวดฟัน ประสาทฟันอักเสบร่วมกับการอักเสบของเหงือกและอวัยวะรอบ ๆ ฟัน ...การรักษา จะต้องได้รับการรักษาคลองรากฟัน และครอบฟัน หรือถอนฟัน

คุณหนู ๆ คะ โรคฟันผุสามารถป้องกันได้ ส่วนการรักษา มิใช่ว่าอุดฟันเพียงอย่างเดียวก็หายขาด แต่ยังต้องอาศัยปัจจัยหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น
            • สภาวะในช่องปากจะต้องสะอาด ปราศจากการเพาะเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสามารถทำได้โดยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธี
            • หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลโดยเฉพาะขนมแป้งกรุบกรอบลูกอมน้ำอัดลม
            • ใช้ฟลูออไรด์เสริมเพื่อช่วยป้องกันฟันผุ และหากเราละเลยเรื่องสุขอนามัยในช่องปากแล้ว ฟันที่อุดแล้วก็อาจต้องอุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทำอย่างไรถ้าเจ้าตัวน้อยไม่ให้ความร่วมมือ
คงต้องเริ่มตั้งแต่เล็ก ๆ โดย...
            • หาแปรงสีฟันขนนุ่ม ๆ ให้เด็กกัดเล่นในช่วงที่คันเหงือก อยากกัดโน่นกัดนี่
            • พยายามให้ดูเวลาที่คุณพ่อคุณแม่แปรงฟัน ซึ่งเด็ก ๆ ก็อาจจะเลียนแบบและอยากทำอย่างที่คุณพ่อคุณแม่ทำ
            • คุณพ่อคุณแม่เล่านิทานสนุก ๆ เกี่ยวกับการแปรงฟันให้ลูกฟังก่อนนอนซึ่งเด็กๆ วัยนี้จินตนาการกำลังบรรเจิดสุดๆ จะทำให้เด็กรู้สึกถึงความสำคัญของการแปรงฟันได้เองโดยไม่ต้องสอนหรือสั่ง ในระหว่างแปรงฟัน ถ้าเด็ก ๆ ไม่ให้ความร่วมมือ ร้องไห้ ก็อย่าเพิ่ง เร่งเร้า ไม่ต้องกังวลใจ ให้พยายามแปรงฟันเด็กต่อไป แต่หาวิธีทำให้สนุกๆ โดยเปิดเพลงหรือร้องเพลงที่เด็กชอบขณะแปรงฟัน หรือจับเวลาแล้วเล่นเกมแข่งแปรงฟันกับลูก ซึ่งจะทำให้เด็กสนุก และไม่เบื่อขณะแปรงฟัน และยอมร่วมมือให้แปรงฟันในที่สุด

 

 

 

 

เอกสารประกอบ

ดาวน์โหลด