มะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์สตรีที่พบบ่อย ตอนที่ 1
มะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์สตรีที่พบบ่อย (ตอนที่ 1)
รศ.นพ.มงคล เบญจาภิบาล
ภาควิชาสูติศาสตร์นารีเวชวิทยา
Faculty of
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
มะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์สตรีที่พบบ่อย
มนุษย์เรานั้นจะมีสุขภาพดีปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานอย่างสมดุล โดยมีจำนวนการเกิด การเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกายใกล้เคียงกับจำนวนการตาย มะเร็ง คือโรคที่เกิดจากความไม่สมดุลของการเกิด การเจริญเติบโต และการตายของเซลล์ร่างกาย ส่งผลทำให้เกิด การเจริญเติบโตมากกว่าการตาย และร่างกายไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ ก่อให้เกิดความผิดปกติทั้งภายในเซลล์ และนอกเซลล์ รวมทั้งส่งผลต่อร่างกายทั้งระบบ อุบัติการณ์ของโรคมะเร็งในคนไทยเท่ากับ 154 คนต่อ100,000 คนในเพศชาย และ 127 คน ต่อ100,000 คนในเพศหญิง โดยมะเร็งของปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในสตรีไทย รองลงมาได้แก่ มะเร็งเต้านม ตับ ปอด ลำไส้ และมะเร็งรังไข่
การวินิจฉัยโรคของอวัยวะสืบพันธุ์สตรีค่อนข้างเป็นปัญหาในทางปฏิบัติ เนื่องจากอวัยวะส่วนนี้อยู่ในอุ้งเชิงกราน ซึ่งสามารถให้การวินิจฉัยได้โดยการตรวจภายใน ผู้ป่วยส่วนมากไม่ค่อยอยากไปพบแพทย์เนื่องจากอายหรือกลัวเจ็บจากการตรวจ ทำให้การวินิจฉัยโรคของอวัยวะสืบพันธุ์สตรีเป็นไปได้อย่างล่าช้า ซึ่งบางครั้งเป็นผลเสียต่อการให้การรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์สตรีที่รักษาในระยะเริ่มแรกจะได้ผลดีกว่าการรักษาในระยะลุกลาม
มะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์ ที่พบได้บ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญที่สุดในสตรีไทย ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก รองลงมา ได้แก่ มะเร็งรังไข่ และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
มะเร็งปากมดลูก
เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งในสตรีทั่วโลก และเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดของมะเร็งทั้งหมดในประเทศกำลังพัฒนา รวมทั้งประเทศไทย ในสตรีไทยพบมะเร็งปากมดลูกประมาณ 23.4 คน ต่อ100,000 คน
ปัจจุบันมีข้อมูลจำนวนมากพอจนสรุปได้ว่า ไวรัสที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งชนิดนี้ เนื่องจากตรวจพบชิ้นส่วนของไวรัสชนิดนี้ได้บ่อยในมะเร็งปากมดลูก ไวรัสชนิดนี้ถ่ายทอดได้จากการมีเพศสัมพันธ์ ดังนั้น มะเร็งปากมดลูกจึงจัดเป็นมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับการมีเพศสัมพันธ์
อาการที่พบบ่อยมากที่สุด คือ เลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ ส่วนหนึ่งของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้นจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ และตรวจพบโดยบังเอิญ กลุ่มที่เป็นระยะลุกลาม ส่วนใหญ่จะมีตกขาวผิดปกติ หรือเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด เป็นต้น
เนื่องจากปากมดลูกเป็นตำแหน่งที่ตรวจได้ง่ายจากการตรวจภายใน การตรวจกรองหาเซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูกมีความไว และความแม่นยำสูง เสียค่าใช้จ่ายน้อย ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูกจนกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกต้องใชเวลานานหลายปี ดังนั้นการตรวจภายในประจำปีร่วมกับการตรวจกรองหาเซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูก จึงมีประโยชน์อย่างมากในการสืบค้นหาเซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูก และให้การรักษาก่อนที่เซลล์นั้นจะกลายเป็นมะเร็ง เนื่องจากมีโอกาสหายขาดสูง และเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูก
สำหรับการรักษามะเร็งปากมดลูก ส่วนมากจะเป็นการรักษาโดยรังสีรักษา การผ่าตัดจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อมะเร็งปากมดลูกเป็นระยะแรก ๆ (ระยะที่ 1) ปัญหาส่วนใหญ่ของบ้านเรา คือ ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกส่วนมากที่ได้รับการวินิจฉัยมักอยู่ในระยะลุกลามแล้ว (ระยะที่ 2,3,4) ซึ่งการรักษามักไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
- มีต่อตอนที่ 2-

