เคล็ดลับสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยา

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์รุ่งนิรันดร์ ประดิษฐสุวรรณ
สาขาวิชาอายุรศาสตร์ปัจฉิมวัย ภาควิชาอายุรศาสตร์                     
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

            ปัญหาสุขภาพในผู้สูงอายุ (โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในภาวะเปราะบาง) มักจะเกี่ยวข้องกับเรื่อง “การใช้ยา" อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น ผู้สูงอายุและบุตรหลานจึงควรใส่ใจว่าผู้สูงอายุได้รับยาอะไรมากิน ด้วยเหตุผลใด และบ่อยครั้งที่สุขภาพของผู้สูงอายุดีขึ้นได้ เพียงใช้ยาให้ถูกต้องเหมาะสม และนี่คือสิ่งที่ท่านควรทราบ พร้อมคำแนะนำที่ท่านสามารถทำได้

1. ใช้ยาน้อยชนิด ปลอดภัยกว่า

            สำหรับผู้สูงอายุ ยิ่งกินยาหลายชนิด (polypharmacy) ยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดผลข้างเคียง, เกิดปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยา (ยาตีกัน), และเกิดความผิดพลาดในการจัดยา ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

            นอกจากนี้ การใช้ยาน้อยลงยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและภาระในการกินยา, ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถกินยาที่ต้องใช้เป็นประจำได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การตั้งเป้าหมายสำหรับผู้สูงอายุให้ใช้ยาน้อยชนิดที่สุดหรือลดขนาดยาที่ต้องกินย่อมเป็นสิ่งที่ดีเสมอ

           สิ่งที่ทำได้: ผู้สูงอายุและบุตรหลานควรแจ้งแพทย์ผู้รักษาเป็นระยะ ๆ ว่าต้องการใช้ยาให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และขอให้แพทย์ช่วยตรวจสอบว่าสามารถหยุดใช้ยาหรือลดขนาดยาชนิดใดได้หรือไม่

2. การรักษาแบบ "ไม่ใช้ยา" มักปลอดภัยกว่า และอาจได้ผลดีเช่นกัน

            การรักษาโดยไม่ใช้ยาสำหรับผู้สูงอายุ เช่น การออกกำลังกายและการทำกิจกรรมทางสังคมสำหรับภาวะซึมเศร้า, กายภาพบำบัดสำหรับอาการปวด, การปรับพฤติกรรมสำหรับอาการกระสับกระส่ายในผู้ป่วยสมองเสื่อม ฯลฯ ถึงแม้ช่วงแรกอาจทำได้ยากและต้องใช้ความพยายาม แต่ในระยะยาวอาจส่งผลดีต่อผู้สูงอายุและครอบครัวมากกว่า

          สิ่งที่ทำได้: ทุกครั้งที่ไปพบแพทย์ ผู้สูงอายุและบุตรหลานไม่ควรร้องขอให้แพทย์สั่งยาให้ และเมื่อใดก็ตามที่แพทย์เสนอวิธีการรักษาผู้สูงอายุด้วยยา ให้สอบถามถึง "ทางเลือกการรักษาแบบไม่ใช้ยา" ควบคู่ไปด้วยเสมอ

3. บางครั้งยาที่ไม่จำเป็นต้องกินต่อเนื่อง อาจถูก "หลงลืม" อยู่ในรายการยาประจำ

            เมื่อแพทย์ทบทวนรายการยาของผู้สูงอายุ อาจพบรายการยาที่ถูก "ลืม" เช่น ยาที่เคยได้รับตอนนอนโรงพยาบาล ซึ่งจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องกินต่อแล้ว, ยาในขนาดเริ่มต้นที่อาจจะต้องปรับขนาดให้เหมาะสม, หรือยาที่ควรหยุดกินเมื่ออาการดีขึ้นแล้วระยะหนึ่ง

            ความเผอเรอของการสั่งยาเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ เพราะแพทย์มีเวลาจำกัดในการตรวจผู้ป่วยแต่ละครั้ง ทำให้ยากต่อการทบทวนรายการยาทั้งหมดอย่างละเอียด

           สิ่งที่ทำได้: ผู้สูงอายุและบุตรหลานอาจช่วยแพทย์ทบทวนความจำเป็นในการใช้ยา (ที่กินเป็นประจำ) ทุกชนิดอย่างน้อยปีละครั้ง และหากมีรายการยาใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในช่วงที่นอนโรงพยาบาล ควรขอให้แพทย์ช่วยตรวจสอบอีกครั้งเมื่อไปตรวจตามนัด

4. แพทย์อาจเผลอสั่งยาบางชนิดที่ผู้สูงอายุ “ควรหลีกเลี่ยง”

            มีรายการยาบางชนิดที่ผู้สูงอายุ (โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในภาวะเปราะบาง) ควรหลีกเลี่ยงหรือควรใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ยานอนหลับ, ยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท, ยาแก้ปวด, ยาคลายกล้ามเนื้อ ฯลฯ

           สิ่งที่ทำได้: หากผู้สูงอายุกินยาในกลุ่มดังกล่าวข้างต้นอยู่เป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยาเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

เอกสารประกอบ

ดาวน์โหลด