''ภาวะลิ้นติด'' ในเด็กรู้เท่าทันการรักษาเพิ่มคุณภาพชีวิต

''ภาวะลิ้นติด'' ในเด็กรู้เท่าทันการรักษาเพิ่มคุณภาพชีวิต

 ภาวะลิ้นติด เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเนื่องจากการยึดของพังผืดใต้ลิ้นที่มีมากกว่าปกติ โดยธรรมชาติ พังผืดใต้ลิ้นมีอยู่ในทุกคน แต่หากมีมากกว่าปกติอาจส่งผลต่อการขยับปลายลิ้นและในเด็กทารกหากพบพังผืดมากกว่าปกติจะเป็นอุปสรรคในการดูดนมมารดา ขณะที่เด็กโตจะเป็นอุปสรรคในการพูด ผศ.

นพ.มงคล เลาหเพ็ญแสง หัวหน้าสาขาวิชากุมารศัลยศาสตร์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยา บาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้กล่าวถึงภาวะลิ้นติดว่า จากการศึกษาผู้ป่วยเด็กไทยของศิริราชพบว่ามีพังผืดใต้ลิ้นสูงถึง 16 เปอร์เซ็นต์ซึ่งภาวะลิ้นติดเกิดขึ้นเนื่องจากความผิดปกติของพังผืดใต้ลิ้น

พังผืดใต้ลิ้นเป็นเยื่อบาง ๆ บริเวณโคนลิ้นที่เกิดขึ้นได้ในเด็กทารกทุกคนซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่บางรายอาจมีพังผืดติดมากกว่าปกติถึงบริเวณปลายลิ้น ทำให้เกิดปัญหาการขยับปลายลิ้นหรือการเคลื่อน ไหวของลิ้นได้ไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนจะมากน้อยอย่างไรต้องได้รับการตรวจวินิจฉัย

ขณะที่ลิ้นมีหน้าที่สำคัญหลายประการ สำหรับเด็กทารกแรกเกิดลิ้นมีหน้าที่ช่วยดูดนมจากเต้านมของมารดาโดยทารกจะแลบลิ้นไปที่ลานหัวนมและรีดน้ำนมเข้าช่องปาก หากมีพังผืดติดใต้ลิ้นมากเกินไปก็จะทำให้ปลายลิ้นของเด็กขยับออกมาเลียลานนมไม่ได้ส่งผลให้เป็นปัญหาในเรื่องการดูดนมมารดา บางรายที่มีปัญหาทารกจะใช้เหงือกงับหัวนมทำให้มารดาเกิดการเจ็บปวด หัวนมแตกกลายเป็นอุปสรรคต่อการให้นมบุตร

“นมแม่มีประโยชน์หลายด้านทั้งเรื่องของสารอาหารที่มีอยู่ในน้ำนม ภูมิต้านทานโรค รวมทั้งยังช่วยลดโอกาสการแพ้นมวัว ฯลฯ สิ่งหนึ่งที่เด็กไม่สามารถดูดนมได้เพราะมีพังผืดใต้ลิ้นมากกว่าเด็กคนอื่นทำให้แลบลิ้นออกมาไม่ได้ไม่สามารถดูดนมได้ดีตามกลไกปกติ

การขยับร่นของพังผืดอาจมีเกิดขึ้นได้แต่ต้องใช้เวลาซึ่งในเด็กแรกเกิดรอคอยไม่ได้ เพราะต้องใช้ลิ้นดูดนมอีกทั้งในภาวะดังกล่าวอาจทำให้คุณแม่เกิดหัวนมแตกเป็นแผล มีอาการเจ็บเวลาที่ลูกดูดนมซึ่งก็เป็นเหตุให้คุณแม่ต้องล้มเลิกการให้นมลูกไป ดังนั้นเด็กที่มีพังผืดมากและมีปัญหาเรื่องการดูดนมจะรักษากันตั้งแต่ระยะแรกเกิดซึ่งจะได้ผลดี”

ส่วนปัญหาอื่นของภาวะลิ้นติดนอกเหนือจากการดูดนมมารดา ลิ้นซึ่งเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญอย่างหนึ่งต่อการพูด โดยเฉพาะปลายลิ้นจะช่วยเรื่องการออกเสียงควบกล้ำ เด็กที่มีผังพืดยึดมาถึงบริเวณปลายลิ้นอาจพูดไม่ชัด พูดช้า พูดน้อยลง พูดเบาและมีปมด้อยถูกล้อเลียนซึ่งก็จะทำให้ไม่อยากพูด รวมทั้งอาจพบปัญหาสุขภาพฟันร่วมด้วยแต่ปัญหาดังกล่าวนี้ไม่ได้เป็นปัญหาที่รุนแรง

“ภาวะลิ้นติดด้วยสาเหตุดังกล่าวเป็นปัญหาซ่อนเร้นที่ไม่ควรมองข้าม นอกจากปัญหาการดูดนมมารดาของทารก ที่ผ่านมาในเด็กโตก็เข้ามารับการรักษาภาวะลิ้นติดเช่นกันเนื่องจากปัญหาการพูด โดยหลังจากการผ่าตัดอาจออกเสียงคำควบกล้ำไม่ได้ในทันที ต้องฝึกฝนทั้งนี้เพราะลักษณะการออกเสียงไม่เหมือนกับลิ้นที่เกิดจากการฝึกพูดในช่วงแรก แต่อย่างไรแล้วก็จะประสบความสำเร็จได้และส่วนนี้จะพบไม่มากเพราะอาจมีการร่นถอยของพังผืดไปก่อน”

ส่วนการสังเกตลักษณะอาการผิดปกติในเด็กทารกแรกเกิดอาจพิจารณาได้จากการดูดนมของเด็ก เด็กดูดนมแม่ไม่ดีพอ เริ่มตั้งแต่งับหัวนมไม่ติด ดูดเบา ดูดบ่อย มีอาการตัวเหลือง ฯลฯ สำหรับมารดามีอาการเจ็บขณะที่ทารกดูดนมอาจมีหัวนมแตกเป็นแผลและส่งผลแทรก ซ้อนถึงเต้านมได้

การรักษาภาวะพังผืดใต้ลิ้นในเด็กทารกเป็นสิ่งที่ทางการแพทย์ให้ความสำคัญและมีการพัฒนามากขึ้น ซึ่งอดีตใช้การผ่าตัดและจำเป็นต้องใช้ยาสลบ แต่อย่างไรแล้วในเด็กแรกคลอดหากต้องดมยาสลบก็อาจเป็นที่กังวลของพ่อแม่ อีกทั้งต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างน้อย 2-3 วัน

แต่ปัจจุบันทางโรงพยาบาลฯได้ประยุกต์วิธีการผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่โดยไม่ต้องดมยาสลบซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่ง โดยวิธีดังกล่าวไม่ยุ่งยาก มีความปลอด ภัยและมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับการรักษาด้วยการดมยาสลบและหลังจากการผ่าตัดเด็กสามารถกลับมาดูดนมได้ทันที

และนอกจากวิธีสังเกตอาการผิดปกติที่ผ่านมาได้สร้างเครื่องมือตรวจประสิทธิภาพการดูดนมมารดาที่สัมพันธ์กับผังพืดใต้ลิ้น Siriraj Tongue Tie Score (STT Score) ช่วยวินิจ ฉัยปัญหาเบื้องต้น โดยองค์ความรู้ดังกล่าวนี้ได้ถ่ายทอดให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้เห็นถึงความสำคัญของนมแม่และลดปัญหาที่จะตามมา อีกทั้งโรงพยาบาลศิริราชมี คลินิกรักษาพังผืดใต้ลิ้นที่ตึกสยามินทร์ ชั้น 5 ที่จะให้คำแนะนำและรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านนี้โดยเฉพาะ

แพทย์ท่านเดิมกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ภาวะลิ้นติดจากพังผืดสามารถรักษาได้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องหวาดวิตก การรักษาจะช่วยให้ทารกสามารถดูดนมมารดาได้รับปริมาณน้ำนมที่เพียงพอและได้สารอาหารครบถ้วน อีกทั้งเสริมสร้างความผูกพันระหว่างกัน เป็นทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงดูบุตรด้วยนมมารดาพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.si.mahidol.ac.th/th/department/surgery/surgery%20new/file/division/ped.html