ศูนย์วิจัยทางการแพทย์ศิริราช

ศูนย์วิจัยทางการแพทย์ศิริราช

                   การวิจัยและพัฒนาเป็นพันธกิจหนึ่งที่สำคัญยิ่งของสถาบันการศึกษาทางการแพทย์ การที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมุ่งมั่นที่จะเป็นสถาบันการแพทย์ชั้นเลิศระดับนานาชาติ จึงต้องมีผลงานวิจัยทั้งการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานและการวิจัยทางคลินิก เป็นศูนย์การสร้างความรู้ใหม่และบุคลากรด้านการวิจัย และนำความรู้ใหม่จากการวิจัยมาบริหารจัดการ และเผยแพร่สู่สังคม และนำความรู้จากการวิจัยไปใช้ประโยชน์กับสังคม ทั้งสังคมวิชาชีพ (แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์) และประชาชน

                   ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์หลายด้าน เช่น Genomics, Proteomics, Stem cell, Cancer Biology ก้าวหน้ามากในทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างก้าวกระโดด มีการค้นพบวิธีการวินิจฉัยโรค การรักษาโรค และการป้องกันโรคใหม่ๆ จำนวนมากที่มีประสิทธิภาพสูง

                   ประเทศไทยติดตามกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ในฐานะผู้ใช้เทคโนโลยีที่ปลายทาง ดังนั้น ความท้าทายของประเทศไทยจึงอยู่ที่การวิจัยและเทคโลยีด้านการแพทย์ทั้งการวิจัยพื้นฐานและการวิจัยทางคลินิกโดยอาศัยโอกาสที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยจำนวนมาก และหลากหลายที่มารับบริการที่สถานพยาบาล รวมทั้งผู้ป่วยที่เป็นโรคประจำถิ่น โรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ (emerging & reemerging diseases) หลายโรค มาใช้ประโยชน์เพื่อสร้างผลงานวิจัยงานวิจัยที่เป็นความรู้และเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถนำมาใช้ดูแลรักษาผู้ป่วย รวมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพการแพทย์ และการเป็นศูนย์กลางวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ในภูมิภาค

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมีโอกาสและความพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญนี้ ได้แก่
»

มีผู้ป่วยนอกมารับบริการปีละกว่า 2,000,000 ครั้งและมีผู้ป่วยในปีละ 10,000 คน

»

มีการสร้างบัณฑิตระดับปริญญาโทและเอกที่มีประสบการณ์การวิจัย

»

มีโครงการวิจัยมุ่งเป้าขนาดใหญ่หลายโครงการ

»

มีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง ทำงานใกล้ชิดกับนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่มีความสามารถในระดับโลก จนเกิดกลุ่มวิจัยที่เข็มแข็ง

»

มีเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัยทั้งระดับชาติและนานาชาติ

»

มีระบบบริหารงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพ ทั้งการบริหารการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน และการวิจัยทางคลินิก

»

มีการเตรียมบุคลากรที่มีความรู้และทักษะด้านการวิจัยทั้งการวิจัยพื้นฐานและการวิจัยทางคลินิกไว้แล้วนานกว่า 10 ปี

»

มีการเตรียมบุคลากรที่มีความรู้และทักษะด้านการวิจัยทั้งการวิจัยพื้นฐานและการวิจัยทางคลินิกไว้แล้วนานกว่า 10 ปี

ศูนย์ความเป็นเลิศทางการวิจัย

         จะเป็นหน่วยที่สามารถนำคณะฯ ไปสู่การเป็นศูนย์วิจัยในระดับโลก สามารถสร้างและนำผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ที่นำไปใช้ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน วินิจฉัย รักษาโรค และกำหนดนโยบายสาธารณสุข เป็นการขับเคลื่อนวงการวิจัยทางการแพทย์ของประเทศไปสู่การวิจัยระดับแนวหน้าของโลก

วัตถุประสงค์
»

เป็นศูนย์วิจัยและวิชาการทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะเชื่อมโยงกับภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นการวิจัยที่เป็นเรื่องที่คณะฯ ต้องการเป็นเลิศ (area of excellence in research) ใน 3 ด้าน คือ

   1. งานวิจัยเพี่อพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์

   2. งานวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์

   3. งานวิจัยพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่เป็นฐานของการพัฒนางานสองด้านแรก

»

มีสถานที่และเทคโนโลยีและเครื่องมือวิจัยที่ทันสมัย พร้อมทั้งบุคลากรและระบบบริหารงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

»

เป็นศูนย์ของการบริหารจัดการความรู้ให้เกิดประโยชน์ในระดับนโยบายสาธารณสุขและมาตรฐานของการบริการทางการแพทย์ รวมทั้งเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ให้บุคลากรทางการแพทย์ทั้งในและนอกสถาบัน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยและประชาชน

»

เป็นศูนย์กลางของการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับประเทศและภูมิภาค

เป้าหมายการดำเนินการ
»

มีสำนักงานบริหารจัดการงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเป็นระบบและครบวงจร และมีความเชื่อมโยงกับงานหรือโครงการอื่นๆ ทั้งภายในและภายนอกคณะฯ และเอื้ออำนวยความสะดวกแก่นักวิจัยในด้านการบริหารจัดการทั่วไป และการดำเนินงานทางการเงินเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

»

มีพื้นที่และเครื่องมือวิจัยที่มีเทคโนโลยีสูงและทันสมัยสำหรับการวิจัย และมีโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยที่สามารถใช้ร่วมกันเพื่อการวิจัย

»

พื้นที่สำหรับโครงการวิจัยมุ่งเป้าในเรื่องที่คณะฯ ต้องการเป็นเลิศด้านการวิจัย ทั้งโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน และโครงการวิจัยทางคลินิก โดยเป็นโครงการที่มีเป้าหมายชัดเจนในการวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานและการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เป็นการวิจัยสหสาขาวิชาโดยมีการใช้พื้นที่และเครื่องมือวิจัยร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

อาคารศูนย์วิจัยทางการแพทย์ศิริราช SiMR

เป็นอาคารสำหรับหน่วยงานที่มีหน้าที่บริหารจัดการและสนับสนุนการวิจัย ได้แก่

»

สำนักงานรองคณบดีฝ่ายวิจัย

  »

หน่วยชีวสารสนเทศ

»

สำนักงานรองคณบดีฝ่ายวิชาการ

  »

หน่วยชีวสารสนเทศและการจัดการข้อมูลวิจัย

»

สำนักงานคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน

  »

หน่วยวิจัยคลินิก

»

สำนักงานโครงการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย

  »

หน่วยระบาดวิทยา

»

สำนักงานสถานส่งเสริมการวิจัย

  »

หน่วยอณูเวชศาสตร์

»

สำนักงานบริการวิชาการ

  »

หน่วยอนูพันธุศาสตร์

»

สำนักงานโครงการคลังเก็บเนื้อเยื่อและสารน้ำจากผู้ป่วยเพื่อการวิจัย

  »

หน่วยเครื่องมือพิเศษเพื่อการวิจัย

»

ศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช

     
»

ห้องพักนักวิจัย

     
»

ห้องประชุม

     

การจัดการทุนสำหรับการทำวิจัย

การจัดการทุนสำหรับการทำวิจัย

                   ตามที่มหาวิทยาลัยมหิดลมีข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลว่าด้วยการบริหารเงินอุดหนุนการวิจัย พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 โดยระบุให้ส่วนงานจัดทำประกาศ หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีปฏิบัติในการขอรับและจัดสรรทุนอุดหนุนการวิจัยนั้น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจึงกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีปฏิบัติในการรับและจัดสรรทุนอุดหนุนการวิจัย ให้สอดคล้องกับข้อบังคับหาวิทยาลัยมหิดลว่าด้วยการบริหารเงินอุดหนุนการวิจัย พ.ศ. 2551 ดังนี้

1.

การจัดตั้งหน่วยงาน ชื่อ หน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เพื่อทำหน้าที่ ดังต่อไปนี้

  (1)  

รับและจ่ายเงินอุดหนุนการวิจัย

  (2)  

ควบคุมและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินอุดหนุนการวิจัย

  (3)  

จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของโครงการวิจัย

  (4)  

อื่นๆ ตามที่คณบดีมอบหมาย

2.

การเปิดบัญชีเงินฝากที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาศิริราช ชื่อ “เงินอุดหนุนการวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล” หรือ SIRIRAJ RESEARCH FUND เพื่อรองรับเงินอุดหนุนการวิจัยที่แต่ละโครงการวิจัยได้รับ

3.

การให้แหล่งทุนดำเนินการนำเงินทุนเข้าบัญชีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดยมีรายละเอียดดังนี้

  3.1  

แหล่งเงินทุนจากเงินงบประมาณแผ่นดิน และแหล่งทุนจากเงินรายได้มหาวิทยาลัยดำเนินการจัดสรรเงินทุนวิจัยเข้าเป็นรายได้คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เข้าบัญชี
“เงินอุดหนุนการวิจัย คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล”

  3.2  

แหล่งทุนจากแหล่งทุนภายนอกมหาวิทยาลัย นำเงินทุนเข้าบัญชีรายได้คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลเข้าบัญชี “มหาวิทยาลัยมหิดล เงินรายได้คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล” หากแหล่งทุนส่งเงินให้หัวหน้าโครงการวิจัยโดยตรง ให้หัวหน้าโครงการวิจัยส่งเงินดังกล่าวทั้งหมดเข้าเป็นรายได้คณะฯ ตามบัญชีที่ระบุข้างต้น ยกเว้นเป็นโครงการวิจัยทางคลินิก ให้โอนเงินเข้าบัญชีตามข้อ 3.1 ได้ โดยใช้แบบนำส่งเงินทุนวิจัย วจ 1 โครงการวิจัยที่เป็นโครงการวิจัยร่วมระหว่างคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลกับหน่วยงานอื่นนอกคณะฯ ให้นำเงินทุนเข้าเป็นรายได้มหาวิทยาลัยมหิดล

4.

การให้แหล่งทุนหรือหัวหน้าโครงการวิจัยเตรียมแบบจัดสรรทุนวิจัย วจ 2 ทุกครั้งที่มีการส่งเงินเข้าบัญชี “เงินอุดหนุนการวิจัย คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล” พร้อมแนบข้อเสนอโครงการวิจัยฉบับสมบูรณ์จำนวน 1 ชุดมาด้วยในการยื่นแบบจัดสรรทุนวิจัย วจ 2 ครั้งแรก

5.

การจัดสรรค่าธรรมเนียมให้มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลให้เป็นไปตามประกาศของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และมหาวิทยาลัย มหิดลว่าด้วยการจัดสรรค่าธรรมเนียมการวิจัย

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมทุนวิจัย ดังนี้
แหล่งทุน อัตราค่าธรรมเนียม
1. งบประมาณแผ่นดิน ตามประกาศที่แหล่งทุนกำหนด
2. เงินรายได้มหาวิทยาลัยมหิดล ตามประกาศที่มหาวิทยาลัยมหิดลกำหนด
3. เงินรายได้คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ไม่เก็บ
4. แหล่งทุนภายนอกคณะ ฯ ที่ไม่ใช่เอกชน ตามประกาศที่แหล่งทุนกำหนด
5. เอกชน ร้อยละ 20
(มหาวิทยาลัยมหิดลร้อยละ 4 และ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลร้อยละ 16)
6.

การจัดสรรทุนให้โครงการ

  6.1  

หากหัวหน้าโครงการวิจัยประสงค์จะบริหารจัดการทุนเอง ให้หัวหน้าโครงการวิจัยนำเงินที่ได้รับไปเปิดบัญชีกับธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาศิริราช ในนาม “โครงการวิจัย“ โดยมีผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินลงนามไม่น้อยกว่าสองในสามคน โดยนำแบบขอเปิดบัญชีโครงการวิจัยกับธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาศิริราช วจ 3 จากฝ่ายวิจัยไปเปิดบัญชีกับธนาคารไทยพาณิชย์สาขาศิริราช หากเงินของโครงการ วิจัยที่ได้รับจัดสรรแต่ละครั้งไม่เกิน 50,000 บาท หัวหน้าโครงการอาจขออนุมัติจากประธานคณะกรรมการบริหารจัดการทุนวิจัยและวิชาการไม่เปิดบัญชีกับธนาคารก็ได้ หากหัวหน้าโครงการวิจัยไม่ประสงค์จะบริหารเงินอุดหนุนการวิจัยเอง ให้นำหลักฐานมาเบิกเงินจากหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและวิชาการ โดยใช้แบบใบสำคัญรับเงิน วจ4

  6.2  

การจ่ายเงินต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์และตามหมวดรายจ่ายในงบประมาณของโครงการวิจัย หรือตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันไว้กับแหล่งทุนและกรณีที่โครงการวิจัยที่ได้รับเงินอุดหนุนจากแหล่งเงินทุนภายนอก ได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าส่วนงานให้จัดทำรายงานการเงินเองได้ ให้หัวหน้าโครงการต้องเก็บหลักฐานการเบิกจ่ายไว้เพื่อการตรวจสอบเป็นระยะเวลาอย่างน้อยสิบปี และต้องจัดส่งรายงานการเงินตามระยะเวลาที่กำหนด

  6.3  

การจ่ายค่าบริการของโรงพยาบาลศิริราชให้จ่ายตามอัตราที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลกำหนด

  6.4  

การจ่ายค่าวัสดุ/อุปกรณ์ และค่าใช้สอย เฉพาะค่าใช้จ่ายสอยให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย กรณีที่มิได้กำหนดไว้ให้จ่ายตามจริง การจ่ายค่าวัสดุ/อุปกรณ์ และค่าใช้สอยให้ใช้ใบสำคัญรับเงินของเงินอุดหนุนการวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล หรือใบเสร็จรับเงินของหน่วยงานที่หัวหน้าโครงการหรือผู้เกี่ยวข้องซึ้อวัสดุ/อุปกรณ์หรือจ่ายค่าใช้สอยให้

  6.5  

การจัดหาครุภัณฑ์ให้จัดหาตามรายการงบประมาณที่แหล่งทุนเห็นชอบ โดยคณบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวงเงินและรายการงบประมาณที่ได้รับ ให้จัดหาด้วยวิธีตกลงราคาหรือวิธีคัดเลือก เปรียบเทียบราคา คุณลักษณะและคุณภาพเพื่อให้ได้ครุภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี ราคาเหมาะสม และมีความคุ้มค่าในการใช้งาน ให้หัวหน้าโครงการวิจัยประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ตามขั้นตอนและกระบวนการจัดหา รวมทั้งให้มีการขึ้นทะเบียนครุภัณฑ์ไว้กับส่วนงานเมื่อได้ตรวจรับครุภัณฑ์นั้นแล้ว โดยโครงการมีสิทธิใช้และมีหน้าที่ควบคุมดูแลบำรุงรักษา ส่วนการโอน การจำหน่าย การคำนวณค่าเสื่อมราคาในระบบบัญชี ตลอดอายุการใช้งานของรายการครุภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อการตรวจสอบพัสดุประจำปีตามข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ให้งานพัสดุของส่วนงานเป็นผู้ดำเนินการ เมื่อสิ้นสุดโครงการวิจัย ให้คณบดีเป็นผู้พิจารณากำหนดหน่วยงานภายในคณะ ฯ ที่จะใช้ ควบคุมดูแลบำรุงรักษาครุภัณฑ์ สำหรับการคิดค่าธรรมเนียมการวิจัยของงบประมาณหมวดครุภัณฑ์ ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารจัดการทุนวิจัยและวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

  6.6  

กรณีมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรายการการใช้เงินที่ได้รับความเห็นชอบจากแหล่งทุน สามารถเปลี่ยนแปลงได้เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่การดำเนินการของโครงการวิจัย ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องไม่ทำให้วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัยลดลงในสาระสำคัญโดยการขอเปลี่ยนแปลงรายการที่อยู่ภายในงบรายจ่ายเดียวกันให้หัวหน้าโครงการวิจัยขออนุมัติต่อคณบดี และในกรณีเปลี่ยนแปลงต่างงบรายจ่ายให้เสนออธิการบดีอนุมัติ

7.

การติดตามการดำเนินงานและการเงินของโครงการ

  7.1  

ให้หัวหน้าโครงการวิจัยส่งรายงานวิจัยตามที่แหล่งทุน หรือมหาวิทยาลัย หรือคณะ ฯ กำหนด

  7.2  

ให้หัวหน้าโครงการวิจัยจัดทำรายงานการเงินโดยสรุปรายรับ รายจ่ายและเงินคงเหลือตามแบบรายงานการเงิน วจ 5 มายังหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลตามระยะเวลาที่แหล่งทุน หรือมหาวิทยาลัย หรือคณะฯ กำหนด แต่ไม่นานกว่าทุก 6 เดือนจนกว่าจะจบโครงการ

  7.3  

ในกรณีผู้ได้รับเงินอุดหนุนการวิจัยจากแหล่งทุนภายนอกไม่สามารถทำการวิจัยต่อไปได้ ให้หัวหน้าโครงการวิจัยรายงานต่อคณบดีเพื่อพิจารณาสั่งการตามความเหมาะสม และรายงานให้มหาวิทยาลัยทราบโดยเร็ว

  7.4  

กรณีสิ้นสุดโครงการแล้ว ปรากฏว่ามีเงินทุนวิจัยคงเหลือในบัญชีเงินฝากธนาคารของโครงการ ให้หัวหน้าโครงการนำเงินคงเหลือพร้อมดอกผล (ถ้ามี) และสมุดบัญชีเงินฝาก (ต้นฉบับ) ส่งหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและวิชาการ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นสุดโครงการเพื่อให้หน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและวิชาการตรวจสอบและรายงานมหาวิทยาลัย คณะฯ หรือแหล่งทุนต่อไป

8.

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้หัวหน้าโครงการหรือประธาน กรรมการเสนอให้คณบดีวินิจฉัยสั่งการให้ดำเนินการตามที่เห็นสมควรและถือเป็นที่สุด

9.

เงินอุดหนุนการวิจัยที่โครงการวิจัยได้รับก่อนที่ข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลว่าด้วยการบริหารเงินอุดหนุนการวิจัย พ.ศ. 2551 ใช้บังคับ คือ ก่อนวันที่ 9 กรกฎาคม 2551 ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่ใช้บังคับอยู่เดิมจนกว่าจะสิ้นสุดโครงการ

การส่งเสริมการทำวิจัย

การจัดกลุ่มประเภทของอาจารย์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจำแนกกลุ่มประเภทของอาจารย์ด้านการวิจัย ดังนี้
 

อาจารย์ที่ประสงค์ที่จะบริการและการศึกษาเป็นหลัก
        อาจารย์ประเภทนี้ คือ อาจารย์ที่ไม่ประสงค์จะทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง อาจารย์กลุ่มนี้จะมีผลงานวิจัยเพียงพอสำหรับขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์ คือ ผลงานวิจัยประมาณ 5 เรื่องในระยะเวลา 10 ปี และอาจหยุดทำวิจัยได้ภายหลังได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์โดยทำข้อตกลงกับคณบดี อาจารย์กลุ่มนี้มีภารกิจด้านการบริการและการศึกษาเป็นสำคัญ

 

อาจารย์ที่ประสงค์ที่จะทำวิจัยเป็นหลักอย่างต่อเนื่อง (อาจารย์นักวิจัย)
        อาจารย์ที่ประสงค์จะทำวิจัยเป็นหลักอย่างต่อเนื่องด้วยความสมัครใจและได้รับการพิจารณาแล้วว่ามีศักยภาพด้านการวิจัยโดยมีโครงการวิจัยและทุนสนับสนุนการวิจัยแล้ว ก็จะได้รับมอบหมายงานบริการและงานการศึกษาเท่าที่จำเป็น (ไม่เกิน 20% ของเวลาทำการคือสัปดาห์ละไม่เกิน 1 วัน) อาจารย์กลุ่มนี้มีภารกิจด้านการวิจัยเป็นสำคัญ (มากกว่า 80% ของเวลาทำการคือสัปดาห์ละ 4 วันหรือมากกว่า) อาจารย์กลุ่มนี้นอกจากต้องมีผลงานวิจัยสำหรับขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์แล้ว ยังต้องมีผลงานวิจัยต่อเนื่องอย่างน้อย 2 เรื่องต่อปี และต้องขอกำหนดตำแหน่งศาสตราจารย์ภายหลังเป็นรองศาสตราจารย์ภายใน 4 ปีหากมีผลงานครบตามเกณฑ์ โดยคณะฯ จะจัดสรรตำแหน่งอาจารย์ให้ภาควิชาที่มีอาจารย์สมัครใจเป็นอาจารย์กลุ่มนี้เพื่อทำงานบริการและการศึกษาทดแทนอาจารย์ดังกล่าว

 

อาจารย์ที่ประสงค์ที่จะทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง
        อาจารย์ที่ประสงค์จะทำวิจัยอย่างต่อเนื่องด้วยความสมัครใจโดยมีโครงการวิจัยและทุนสนับสนุนการวิจัยแล้ว แต่มีเวลาวิจัยไม่พอเพียงเนื่องจากมีภารกิจด้านการศึกษาและการบริการมาก แต่ไม่ประสงค์จะเป็นอาจารย์นักวิจัย ก็สามารถขอการสนับสนุนมีแพทย์ช่วยวิจัย หรือ แพทย์ช่วยบริการได้โดยมีผลงานวิจัยตามที่คณะฯ กำหนด

การสนับสนุนผู้ช่วยวิจัย
 

แพทย์ช่วยวิจัย (research assistant physician)
        สำหรับกลุ่มอาจารย์ที่มีโครงการวิจัยที่ ต้องมีแพทย์ในโครงการวิจัย แต่อาจารย์มีภาระงานบริการและงานการศึกษามาก และยังสนใจจะทำงานบริการและการศึกษาเป็นหลักโดยมีเวลาให้การวิจัยน้อย กลุ่มอาจารย์เหล่านี้สามารถขอรับการสนับสนุนแพทย์ช่วยวิจัยได้

 

แพทย์ช่วยบริการ (clinical fellow หรือ service assistant physician)
        สำหรับกลุ่ม อาจารย์ที่มีโครงการวิจัยแต่อาจารย์มีภาระงานบริการมากโดยอาจารย์ต้องการเวลาในการวิจัยมากขึ้นและต้องการลดงานบริการ กลุ่มอาจารย์เหล่านี้สามารถขอรับการสนับสนุนแพทย์ช่วยบริการได้

 

ผู้ช่วยวิจัยคุณวุฒิปริญญาโท และผู้ช่วยวิจัยคุณวุฒิปริญญาเอก
        สำหรับกลุ่ม อาจารย์ที่มีโครงการวิจัยด้าน Basic Biomedical Research ที่กำลังดำเนินการ แต่มีศักยภาพที่จะเพิ่มผลงานวิจัยให้มากขึ้นจากโครงการวิจัยที่มีอยู่แล้ว กลุ่มอาจารย์เหล่านี้สามารถขอรับการสนับสนุนผู้ช่วยวิจัยคุณวุฒิปริญญาโท และ/หรือผู้ช่วยวิจัยคุณวุฒิปริญญาเอกได้

 

ผู้ช่วยวิจัยอื่นๆ
        คณะฯ สนับสนุนให้ภาควิชาที่มีโครงการวิจัยหลายโครงการอย่าง ต่อเนื่องมีผู้ช่วยวิจัย เช่น นักสถิติ ผู้เก็บข้อมูล ได้

 

นักวิจัยต่างชาติ
        คณะฯ สนับสนุนค่าตอบแทนนักวิจัยต่างชาติสาขาขาดแคลนเป็น นักวิจัยบางเวลาทำงานวิจัยในโครงการวิจัยที่อาจารย์ของคณะฯ เป็นหัวหน้าโครงการ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนนักวิจัยระหว่างสถาบัน

 
 
จำนวนผู้เข้าเยื่ยมชมเว็บไซต์
check hitwebcounter
ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2012
สถานที่ติดต่อ สำนักงานรองคณบดีฝ่ายวิจัย แพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ (SiMR)โทร. 0-2419-2680-1 โทรสาร 02 4183307
E-mail: sarawut.nam@mahidol.ac.th