ภาควิชาอายุรศาสตร์
ห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา
• การทดสอบที่ให้บริการ • ใบขอตรวจทางห้องปฏิบัติการ • คำแนะนำในการกรอกใบส่งตรวจ
• การเก็บสิ่งส่งตรวจ • การส่งสิ่งส่งตรวจ • การรายงานผลตรวจ
• การตรวจทางห้องปฏิบัติการ • INDEX

 

 


ห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ ให้บริการการตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ โดยแบ่งประเภทของการทดสอบ เป็น 3 กลุ่ม

1. การทดสอบทางเคมีคลินิก มีรายการทดสอบเรียงตามอักษร ดังนี้

Creatinine clearance

Urine total protein

2. การทดสอบทางจุลทรรศน์ศาสตร์ มีรายการทดสอบเรียงตามอักษร ดังนี้

การนับเม็ดเลือดขาวจาก Peritoneal dialyzed fluid

Urinalysis

Urine Hansel's stain

Urine pH

3. การทดสอบอื่น ๆ มีรายการทดสอบเรียงตามอักษร ดังนี้

Stone analysis

Urine ammonia

Urine citrate

Urine oxalate

Urine sulfate

หมายเหตุ : การส่งตรวจต้องปรึกษาแพทย์ประจำบ้านต่อยอด หรืออาจารย์แพทย์ของสาขาวิชาวักกะวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ ก่อนทุกกรณี

การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ จะต้องส่งใบขอตรวจที่จัดทำโดย ภาควิชาอายุรศาสตร์เท่านั้น ใบขอตรวจทางห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา มีดังนี้

 

 

ใบขอตรวจรวมภาควิชาอายุรศาสตร์ รหัสเอกสาร : SI-04-2-015-C-MD1-04

ใบแนบขอตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ภาควิชาอายุรศาสตร์ หน้า 1

ใบแนบขอตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ภาควิชาอายุรศาสตร์ หน้า2

ใบแนบขอตรวจทางห้องปฏิบัติการ ภาควิชาอายุรศาสตร์
 
คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่



ใบขอตรวจรวมภาควิชาอายุรศาสตร์ 4 สาขาวิชา รหัสเอกสาร : SI-04-2-015-C-MD2-00
(ข้อมูลกำลังจะมาและยังไม่พร้อมใช้งาน)

ใบแนบขอตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ภาควิชาอายุรศาสตร์ หน้า 1

ใบแนบขอตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ภาควิชาอายุรศาสตร์ หน้า2

ใบแนบขอตรวจทางห้องปฏิบัติการ ภาควิชาอายุรศาสตร์
 
คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่




  1. ในการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา ต้องใช้ใบขอตรวจของภาควิชาอายุรศาสตร์เท่านั้น

  2. กรอกข้อมูลลงในใบขอตรวจให้ครบทุกช่อง

  3. ทำเครื่องหมายในช่องที่ต้องการส่งตรวจ

  4. ลงชื่อแพทย์และรหัสแพทย์ผู้ขอตรวจทุกครั้ง

ภาชนะที่ใช้ในการเก็บสิ่งส่งตรวจ

1.  ปัสสาวะ 24 ชั่วโมง

     - ใช้แกลลอนพลาสติก ขนาดบรรจุ 3.8 ลิตร ( 3800 มิลลิลิตร)

2.  ปัสสาวะส่งตรวจหา Urinalysis, Urine Hansel's stain และ Urine pH

     - กระป๋องพลาสติก ขนาดบจุ 50 มิลลิลิตร โดยใช้ปริมาตรอย่างน้อย 10 มิลลิลิตร ในการส่งตรวจ

3.  Peritoneal dialyzed fluid เพื่อส่งตรวจการนับเม็ดเลือดขาว

     - กระป๋องพลาสติก ขนาดบรรจุ 50 มิลลิลิตร โดยใช้ปริมาตรอย่างน้อย 10 มิลลิลิตร ในการส่งตรวจ

 

สารเคมีเพื่อรักษาสภาพของสิ่งส่งตรวจ

ปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ใช้ 1 M Sodium azide (1 M NaN 3 ) ปริมาตร 10 มิลลิลิตร ต่อ ภาชนะเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง 1 แกลลอน (ขนาดบรรจุ 3.8 ลิตร) ซึ่งเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา จะเป็นผู้เตรียมน้ำยาดังกล่าวใส่ในภาชนะ โดยน้ำยา 1 M NaN 3 คงสภาพการใช้งานได้ 30 วัน

 

ข้อชี้บ่งผู้เก็บสิ่งส่งตรวจ


1. ปัสสาวะ 24 ชั่วโมง

-

กรณีผู้ป่วยในพยาบาลเป็นผู้แนะนำวิธีการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ที่ถูกต้อง แก่ผู้ป่วย พร้อมทั้งลงชื่อผู้เก็บสิ่งส่งตรวจในใบขอตรวจของห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ และรายละเอียดต่างๆ ในใบขอตรวจ ให้ครบถ้วน

-


กรณีผู้ป่วยนอกผู้ปฏิบัติงานพยาบาล/นักวิทยาศาสตร์/นักเทคนิกการแพทย์/นักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์  แนะนำวิธีการเก็บปัสสาวะที่ถูกต้อง และให้เอกสารแนะนำวิธีการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ที่ถูกต้อง แก่ผู้ป่วย/ญาติ พร้อมทั้งลงชื่อ ผู้อธิบายการเก็บสิ่งส่งตรวจในใบขอตรวจของห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา(โรคไต) ภาควิชาอายุรศาสตร์

2. ปัสสาวะ และ Peritoneal dialyzed fluid
-
แพทย์ และ/หรือพยาบาลเป็นผู้เก็บสิ่งส่งตรวจ พร้อมทั้งลงชื่อ ผู้เก็บสิ่งส่งตรวจในใบขอตรวจของห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา(โรคไต) ภาควิชาอายุรศาสตร์ และรายละเอียดต่างๆ ในใบขอตรวจ ให้ครบถ้วน

 

การทิ้งวัสดุที่ใช้ในการเก็บสิ่งส่งตรวจที่ปลอดภัย

1. ปัสสาวะ 24 ชั่วโมง

- ทิ้งปัสสาวะในท่อน้ำทิ้งของห้องปฏิบัติการ

- ภาชนะเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง แช่ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค 0.5 % Sodium hypochlorite นานอย่างน้อย 30 นาที จึงนำไปล้างทำความสะอาด คว่ำภาชนะทิ้งไว้ให้แห้ง เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่

2. สิ่งส่งตรวจอื่นๆ ของห้องปฏิบัติการ ทิ้งในถังขยะติดเชื้อ (ถุงสีส้ม) ของโรงพยาบาล

 

การเก็บรักษาสิ่งส่งตรวจที่ตรวจแล้ว

1. ปัสสาวะ 24 ชั่วโมง เก็บที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส นาน 8 วัน ภายหลังจากที่ห้องปฏิบัติการได้รับสิ่งส่งตรวจ

2. สิ่งส่งตรวจอื่นๆ เก็บที่อุณหภูมิห้อง และทิ้งภายหลังจากการตรวจวิเคราะห์เรียบร้อยแล้ว หลังเวลา 16.30 น. ของทุกวัน

เอกสารคำแนะนำการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง สำหรับผู้ป่วย

คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล

คำแนะนำการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง

     การเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ที่ถูกต้อง ครบจำนวน ตามวันและเวลาที่กำหนด มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อตัวผู้ป่วยเอง และต่อการดำเนินการรักษาของแพทย์ ฉะนั้นผู้ป่วยควรสนใจ และทำความเข้าใจขั้นตอนให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันการผิดพลาด

การเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ที่ถูกต้อง ปฏิบัติดังนี้

1.  การกำหนดจำนวนวันของการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง

ตัวอย่าง เช่น แพทย์กำหนดให้เก็บ ปัสสาวะ 2 วัน หมายความว่า ผู้ป่วยจะต้องถ่ายปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ติดต่อกัน 2 วัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา จะมาเปลี่ยนภาชนะและเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ทุกวัน

2.  การกำหนดเวลาของการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง

ตัวอย่าง เช่น แพทย์กำหนดให้เก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง 2 วันติดต่อกันโดยเริ่มเวลา 10.00 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม 2556 หมายความว่า เวลา 10.00 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม 2556 ผู้ป่วยต้องปัสสาวะทิ้งไปและหลังจากนั้น ( หลังเวลา 10.00 น. ) ทุกครั้งที่ปัสสาวะ ( ทั้งกลางวันและกลางคืน ) ให้ปัสสาวะใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ให้ จนถึง เวลา 10.00 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม 2556 ให้ผู้ป่วยถ่ายปัสสาวะใส่ในภาชนะเป็นครั้งสุดท้ายจะได้ปัสสาวะครบ 24 ชั่วโมง ของการเก็บวันแรก

     ต่อจากนั้นทุกครั้งที่ถ่ายปัสสาวะ ( ทั้งกลางวันและกลางคืน ) ให้ปัสสาวะใส่ลงในภาชนะกระป๋องที่สอง ( เวลา 10.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2556 ) จนถึงเวลา 10.00 น. ของวันที่ 18 สิงหาคม 2556 จะได้ปัสสาวะครบ 24 ชั่วโมง ของการเก็บวันที่สอง

หมายเหตุ

•  ในระหว่างการเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวตามปกติ ไม่ต้องงดอาหารหรือยาที่ต้องรับประทานประจำ

•  ให้ผู้ป่วยถ่ายปัสสาวะเก็บใส่ในภาชนะทุกครั้งก่อนถ่ายอุจจาระและอาบน้ำ เพื่อป้องกันการปนเปื้อน และเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ไม่ครบ

•  ในกรณีผู้ป่วยหญิงกำลังมีประจำเดือน ต้องเลื่อนการเก็บปัสสาวะ ไปจนกว่าประจำเดือนจะหมดและแจ้งการเลื่อนเก็บปัสสาวะให้เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยาทราบ ที่ เบอร์ 02-419-8382

•  ให้ผู้ป่วยถ่ายปัสสาวะใส่ภาชนะอื่นแล้วจึงเทใส่ภาชนะเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ห้ามปัสสาวะใส่ภาชนะเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง โดยตรงเด็ดขาด เพราะในภาชนะเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง มีสารกันปัสสาวะบูดอยู่ภายใน

•  ห้ามสูดดมน้ำยาที่อยู่ในภาชนะเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง เด็ดขาด

•  วิธีการเบื้องต้นในกรณีที่ผิวหนังโดนน้ำยาที่อยู่ในภาชนะเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ให้รีบล้างน้ำให้เร็วที่สุด โดยเปิดน้ำก๊อกไหลผ่านผิวหนังบริเวณที่โดนน้ำยาอย่างน้อย 15 นาที หลังจากนั้นนำผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นมาวางไว้บริเวณที่เป็นแผลเพื่อลดอาการปวด

รหัสเอกสาร : MD-50-3-010-D-MD1-03




สถานที่ตรวจทางห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์

การส่งสิ่งส่งตรวจมายังห้องปฏิบัติการควรนำส่งด้วยความรวดเร็ว โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมงหลังการเก็บปัสสาวะหรือการเจาะเลือด อย่างไรก็ตาม มีการส่งตรวจบางการทดสอบที่ต้องระมัดระวังในการส่งสิ่งส่งตรวจมายังห้องปฏิบัติการเป็นพิเศษ ดังนี้

1. การส่งตรวจปัสสาวะ 24 ชั่วโมง

1.1  ผู้ป่วยนอกรับภาชนะเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมง และส่งปัสสาวะ 24 ชั่วโมง ที่ห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา
ตึกจุฑาธุช ชั้น 3


1.2  ผู้ป่วยในส่งใบขอตรวจที่ห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา ตึกจุฑาธุช ชั้น 3 จากนั้นเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา  เป็นผู้นำภาชนะเก็บปัสสาวะไปให้ผู้ป่วย พร้อมทั้งมอบเอกสารคำแนะนำวิธีการเก็บปัสสาวะที่ถูกต้องแก่พยาบาลประจำหอผู้ป่วยต่างๆ (รหัสเอกสาร : MD-50-3-010-D-MD1-03)

2. การส่งสิ่งส่งตรวจอื่นๆ ส่งที่ ห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา ตึกจุฑาธุช ชั้น 3

                      ทุกวันทำการ เวลา 08.00 น. – 16.00 น. ** ปิดบริการ ในวันหยุดราชการ **

                      โทรศัพท์ภายใน 8382 สายนอก 0-2419-8382

เกณฑ์การปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ

ห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา อาจทำการปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ ในกรณีที่เห็นว่า สิ่งส่งตรวจดังกล่าว อาจให้ค่าที่เชื่อถือไม่ได้ และเกิดผลเสียในการแปลผลการทดสอบ โดยเจ้าหน้าที่ผู้รับสิ่งส่งตรวจ จะโทรศัพท์แจ้งบุคลากรทางการแพทย์ที่ส่งสิ่งส่งตรวจนั้น พร้อมทั้งบันทึกในแบบฟอร์มแจ้งความผิดพลาดในการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ ถ้าผู้ส่งตรวจยังยืนยันที่จะให้ทำการทดสอบ ทางห้องปฏิบัติการฯจะทำการทดสอบ และเขียนถึงสภาพที่ไม่เหมาะสมของสิ่งส่งตรวจนั้น ๆ ลงในใบรายงานผล และส่งกลับ แบบฟอร์มแจ้งความผิดพลาด ฯ ดังกล่าว ให้หอผู้ป่วยเพื่อดำเนินการต่อไป

เกณฑ์การปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ
มีดังนี้

1. ไม่มีใบขอตรวจ

2. ไม่มีชื่อ นามสกุลของผู้ส่งตรวจ และของผู้ป่วย ในใบส่งตรวจ

3. ไม่ระบุชนิดของการตรวจในใบส่งตรวจ

4. ใบ Request เปื้อน / specimen หกออกนอกภาชนะ

5. ไม่ระบุหน่วยงานที่ส่ง

6. ชื่อ นามสกุล และ HN ในใบส่งตรวจไม่ตรงกับ specimen

7. ภาชนะเก็บ specimen ไม่ติดชื่อ

8. ชื่อกับ HN ไม่ใช่ของผู้ป่วยรายเดียวกัน

9. ใช้ภาชนะเก็บ specimen ไม่ถูกต้อง

10. เก็บ specimen ไม่ได้ปริมาตรตามที่กำหนด

11. specimen ไม่ถูกต้อง เก็บผิดวิธี

12. specimen clotted , Hemolysed

13. ส่ง specimen ผิด ไม่ใช่ของห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา

14. อื่นๆ...................................................................

  • แบบฟอร์มแจ้งความผิดพลาดในการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา
    ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
    ตึกจุฑาธุช ชั้น 3  โทรศัพท์
    0-2419-8382

ชื่อผู้ป่วย.......................................................HN……………………. หน่วยงานที่ส่งตรวจ................โทร.....................
วัน เดือน ปี................................เวลา......................ผู้แจ้ง..........................ชื่อผู้รับแจ้ง.....................
ความผิดพลาดในการส่งตรวจ

1. ไม่มีใบ Request
2. ไม่มีชื่อ นามสกุลของผู้ส่งตรวจ และของผู้ป่วย ในใบส่งตรวจ
3. ไม่ระบุชนิดของการตรวจในใบส่งตรวจ
4. ใบ Request เปื้อน / specimen หกออกนอกภาชนะ
5. ไม่ระบุหน่วยงานที่ส่ง
6. ชื่อ นามสกุล และ HN ในใบส่งตรวจไม่ตรงกับ specimen
7. ภาชนะเก็บ specimen ไม่ติดชื่อ
8. ชื่อกับ HN ไม่ใช่ของผู้ป่วยรายเดียวกัน
9. ใช้ภาชนะเก็บ specimen ไม่ถูกต้อง
10. เก็บ specimen ไม่ได้ปริมาตรตามที่กำหนด
11. specimen ไม่ถูกต้อง เก็บผิดวิธี
12. specimen clotted , Hemolysed
13. ส่ง specimen ผิด ไม่ใช่ของห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา
14. อื่นๆ..........................................................................................................................

จึงเรียนมาเพื่อ

  • ทราบและดำเนินการแก้ไข
  • ทราบและส่งสิ่งส่งตรวจมาใหม่ / ส่งใบส่งตรวจมาใหม่
  • อื่นๆ...............................................................................

แนวทางแก้ไขเบื้องต้นของห้องปฏิบัติการ
1. โทรแจ้งหอผู้ป่วยที่ส่ง specimen , ให้คำแนะนำ
2. โทรถามผู้ส่งตรวจและให้เขียนใบ Request มาใหม่
3. ส่ง specimen พร้อมใบ Request คืน
4. โทรแจ้งผู้ส่งตรวจเพื่อเก็บ specimen ส่งมาใหม่
5. แนะนำเจ้าหน้าที่ในการนำส่ง


วิธีการรายงานผลของห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์

          ทุกการทดสอบของห้องปฏิบัติการสาขาวิชาวักกะวิทยา จะรายงานผล online ผ่านระบบสารสนเทศห้องปฏิบัติการ ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเรียกดูผลได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ ในระบบสารสนเทศของโรงพยาบาล ที่หอผู้ป่วย/ห้องตรวจโดยตรง รวมทั้งสามารถสั่งพิมพ์สำเนาใบรายงานผลของผู้ป่วยรายนั้นๆ ได้

          การรายงานผลทางโทรศัพท์ คณะฯ มีนโยบายไม่รายงานผลทางโทรศัพท์ยกเว้นได้รับการร้องขอจากแพทย์/พยาบาลผู้ดูแลรักษาผู้ป่วย เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการดูแลรักษาผู้ป่วย และจะดำเนินการส่งมอบใบรายงานผลฉบับสมบูรณ์ให้ภายหลัง


การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ

 
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ วันและเวลาที่ทำการทดสอบ อยู่ในรายละเอียดของการทดสอบชนิดต่างๆ

SI-04-2-015-C-SI1-08 วันอนุมัติใช้งาน 10 กุมภาพันธ์ 2557