ภาควิชาอายุรศาสตร์
ห้องปฏิบัติการสาขาวิชาโลหิตวิทยา
• การทดสอบที่ให้บริการ • ใบขอตรวจทางห้องปฏิบัติการ • คำแนะนำในการกรอกใบส่งตรวจ
• การเก็บสิ่งส่งตรวจ การติดป้ายชื่อผู้ป่วยบนหลอดเลือด • การส่งสิ่งส่งตรวจ
• การตรวจทางห้องปฏิบัติการ • การรายงานผลตรวจ

• INDEX

 


ห้องปฏิบัติการ สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ ให้บริการการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยแบ่งประเภทของการทดสอบเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้

ี้1. การทดสอบกลุ่มงานผู้ป่วยนอก (OPD ชั้น 6) มีรายการทดสอบเรียงตามอักษร ดังนี้

Bence Jones protein
Bone marrow aspiration
Buffy coat      
CBC
NRC       
Cold agglutinin
Cytologic of effusion
Direct Coombs’ test  
ESR
Hemosiderin
Iron Stain
Inclusion Body
LE Test
LE test (slide Technique)
Lymph node Imprint
Osmotic Fragility (OF)
Reticulocyte Count

2. การทดสอบด้านเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด มีรายการทดสอบเรียงตามอักษร ดังนี้

BM collection
BM processing  
BM stem cell culture
CD34 enumeration
CB Stem cell culture   
CD34+ preparation
Cell viability test
PBSC processing
PB Stem cell culture

3. การทดสอบวินิจฉัยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว มีรายการทดสอบเรียงตามอักษร ดังนี้

BCR-ABL gene
Cytochemistry       
FIP1L-PDGFRA Fusion gene    
Immunophenotype of ALL, AML
Immunophenotype of CLL
Immunophenotype of hairy cell leukemia
Immunophenotype of Lymphoma  
Immunophenotype of MM
JAK2 gene V617F mutation  
Leukocyte alkaline phosphatase
PML-RARA gene in APL
RQ-PCR for BCR-ABL
Tartrate resistant acid phosphatase
JAK2exon12 F537-K539delinsL mutation
JAK2exon12 H538QK539L mutation
JAK2exon12 K539L mutation
JAK2exon12 N542-E543 del mutation
JAK2exon12 E543-D544del mutation
BCR-ABL T315I mutation
NPM1 mutations
FLT3 mutations

4. การทดสอบทางระบบการห้ามเลือด มีรายการทดสอบเรียงตามอักษร ดังนี้

Activated partial Thromboplastin Time (APTT)       
Bleeding time    
Cryofibrinogen  
Cryoglobulin
Euglobulin lysis time
Factor XII assay
Factor XI assay
Factor X assay     
Factor IX assay   
Factor VIII assay    
Factor VII assay
Factor V assay     
Factor II assay   
Factor IX inhibitor    
Factor VIII inhibitor
Factor V inhibitor
Factor X inhibitor
Factor XI inhibitor
Heparin induced platelet aggregation test
Fibrinogen Level    
Lupus anticoagulant            
Mixing APTT   
Mixing PT
Platelet aggregation
Prothrombin time (PT)
Venus Clotting Time
Von Willebreand factor (vWF) antigen    
Von Willebrand Factor Risticetin co-factor 
Von Willebrand FactorCollagen binding assay

5. การตรวจโรคธาลัสซีเมียและฮีโมลัยติกแอนนีเมีย มีรายการทดสอบเรียงตามอักษร ดังนี้

Methemoglobin Reduction Test (MR Test) for G-6-PD
Ham‘s test
Hemoglobin typing
Immunophenotype for CD59
Iron study       
PCR for alpha-thalassemia
a-globin strip assay (21 mutations)


     การส่งตรวจมายังห้องปฏิบัติการสาขาวิชาโลหิตวิทยาภาควิชาอายุรศาสตร์จะต้องใช้ใบขอตรวจที่จัดทำโดยภาควิชาอายุรศาสตร์เท่านั้น ใบขอตรวจทางห้องปฏิบัติการสาขาวิชาโลหิตวิทยา รหัสเอกสาร SI-04-2-015-C-MD3-00 ดังนี้

   
   

ใบแนบขอตรวจทางห้องปฏิบัติการ ภาควิชาอายุรศาสตร์
 

คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขนาดใหญ



  1. กรอกข้อมูลลงในใบขอตรวจให้ครบทุกช่อง

  2. ทำเครื่องหมายในช่องที่กำหนดให้เท่านั้น้

  3. ลงชื่อผู้ส่งตรวจทุกครั้ง

การขอตรวจในกรณีต้องการผลด่วน

ในกรณีที่ผู้ใช้บริการต้องการทราบผลตรวจแบบด่วน ขอให้ปฏิบัติ ดังนี้

  1. เขียนคำว่า “ด่วน” ด้วยหมึกสีแดงลงในใบขอตรวจที่ส่งมาพร้อมกับหลอคเลือดด้วย เพื่อให้ห้องปฏิบัติการทราบและนำสิ่งส่งตรวจไปตรวจทันที

  2. ขอความร่วมมือให้ผู้ใช้บริการขอผลด่วน เฉพาะกรณีที่ผู้ป่วยอยู่ในภาวะฉุกเฉินที่อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ถ้าไม่ได้ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการไปประกอบในการรักษา หรือผู้ป่วยที่ต้องการผ่าตัดด่วน ทั้งนี้เพื่อให้ห้องปฏิบัติการสามารถทำการตรวจให้ได้รวดเร็ว

    ห้องปฏิบัติการจะใช้เวลาในการตรวจที่ต้องการผลด่วนดังนี้

    การทดสอบ

    เวลาในการตรวจโดยประมาณ

    CBC (ไม่ดู blood smear)

    5 นาที



การเตรียมผู้ป่วย

         ในการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่ ไม่ต้องมีการเตรียมผู้ป่วย การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ควรมีการเตรียมผู้ป่วย เพื่อให้ผลการตรวจที่ดี มีดังต่อไปนี้

  • Hct สูงมากกว่า 55% ต้องขอ tube พิเศษ

APTT PT

  • งด anticoagulant drug

    Lupus anticoagulant
  • งดยาต้านเกร็ดเลือด 10 วัน ก่อนส่งตรวจ

    Platelet aggregation study

  รายละเอียดในการเก็บสิ่งส่งตรวจและราคาค่าตรวจ 



การติดป้ายชื่อผู้ป่วย ขอให้ปฏิบัติดังนี้

1. ปิด sticker เป็นแนวตรง ไม่ม้วนเกลียว

2. เมื่อปิด sticker แล้วยังมองเห็นแนวแถบสีที่บอกชนิดของหลอดเลือด และเว้นช่องว่างให้เห็นขีดบอกระดับเลือดที่ต้องเจาะ และระดับเลือดที่ส่งใส่ลงมาในเลือด

3.  หาก Sticker ยาวเกินหลอดเลือด ให้ตัดส่วนที่เกินออกได้ โดยให้เหลือส่วนที่เป็น HN. และชื่อ หรือจะพับ Sticker ส่วนที่เกินเข้าหา กันได้


ชนิดของหลอดเก็บเลือดและการเลือกใช้

หลอดเลือดที่ใช้เก็บเลือดส่งห้องปฏิบัติการโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ มีประเภทต่างๆ ซึ่งเบิกได้จากห้องเบิกของโรงพยาบาล สำหรับหลอดพิเศษจะขอเบิกได้จากห้องปฏิบัติการโลหิตวิทยา ตึกผู้ป่วยนอกชั้น 6 ห้อง 641 หรืออาคารเฉลิมพระเกียรติชั้น 12 ดังนี้

ชนิดของหลอดเลือด

สารเคมีในหลอด

การเลือกใช้

หลอดจุกสีม่วง
มีขนาดใส่เลือด 3 ml และ 6 ml

K2 EDTA

การตรวจทางโลหิตวิทยา ได้แก่ CBC, reticulocyte, ESR, Hb typing, buffycoat, direct Coombs' test, Inclusion bodies, Osmotic fragility
Immunophenotyping of AL/CLL/Lma, การตรวจหา abnormal gene ในโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว , thalassemia และ JAK2 gene, CD34+ enumeration

หลอดจุกสีเขียว
มีขนาดใส่เลือด 3, 4 และ 6 ml

lithium heparin

การตรวจ stem cell culture, Immunophenotyping

หลอดจุกสีฟ้า
มีขนาดใส่เลือด 4.5 ml

sodium citrate

การตรวจทางระบบห้ามเลือด

หลอดจุกสีแดง
มีขนาดใส่เลือด 5, 6 ml

activator ที่ทำให้เกิด clot

LE test, Cold agglutinin

หลอดพิเศษสำหรับ Iron free
มีขนาดใส่เลือด 6 ml
(ติดต่อขอหลอดได้ที่ 7642-4)

ไม่มีสารกันเลือดแข็ง

ตรวจหา Iron study

หลอดพิเศษสำหรับ G6PD
มีขนาดใส่เลือด 6 ml
(ติดต่อขอหลอดได้ที่ 4418)

ACD

ตรวจ G6PD

หลอดพิเศษสำหรับ Ham's test
มีขนาดใส่เลือด 6-8 ml (ติดต่อขอรับบริการได้ที่ 7642-4)

ไม่มีสารกันเลือดแข็ง แต่มี glass bead เพื่อแยก fibrin ออก

ตรวจ Ham's test



การเจาะเลือด

1.  ตรวจดูว่าป้ายชื่อผู้ป่วย ที่ติดที่ใบขอตรวจ และ หลอดเลือด ตรงกัน หรือไม่

2.  ถามชื่อและนามสกุลผู้ป่วยทุกครั้งเมื่อจะเจาะเลือด

3.  ไม่ควรรัดแขนผู้ป่วยนานเกิน 1 นาที เนื่องจากอาจทำให้ค่าของการตรวจบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป

4.  ถ้าไม่เจาะโดยระบบสูญญากาศ ไม่ให้เปิดจุก ให้ใช้เข็มแทงผ่านจุกแล้วค่อยๆ ให้ระบบสูญญากาศดูดเลือดเข้าไปเอง ไม่ต้องดันลูกสูบกระบอกฉีดยา

5. ในกรณีที่มีการส่งเลือดหลายหลอด ลำดับในการใส่เลือดลงหลอด ให้ปฏิบัติดังนี้

1.tube hemoculture

2.tube sodium citrate

3.tube clotted blood

4.tube lithium heparin

5.tube EDTA

6.tube sodium fluoride

6.  เมื่อใส่เลือดลงหลอดแล้ว

  • หลอดที่มีสารกันเลือดแข็งตัว ต้องเอียงหลอดเป็นมุม 180 องศาระมาณ 4-6 ครั้ง
    เพื่อให้เลือดและสารที่เคลือบอยู่ในหลอดผสมกันดีและเลือดไม่แข็งตัว

  • หลอดที่ไม่มีสารกันเลือดแข็งไม่ต้องเอียง
7.  เซ็นชื่อผู้เจาะเลือดลงในช่องที่กำหนดไว้ในใบส่งตรวจ




การส่งสิ่งส่งตรวจมายังห้องปฏิบัติการควรนำส่งด้วยความรวดเร็ว โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมงหลังเจาะเลือด อย่างไรก็ตาม มีการส่งตรวจบางการทดสอบที่ต้องระมัดระวังในการส่งสิ่งตรวจมายังห้องปฏิบัติการเป็นพิเศษ ดังนี้

สิ่งส่งตรวจที่ควรส่งภายใน 1 ชั่วโมงหลังเจาะเลือด

APTT ratio           Lupus anticoagulant

Factor VIII           Factoe IX

สิ่งส่งตรวจที่ควรส่งภายใน 2 ชั่วโมงหลังเจาะเลือด

APTT                  Platelet aggregation study 

vWF Ag              Ristocetin Cofactor activity

CBC

สิ่งส่งตรวจที่ห้ามใส่น้ำแข็งหรือแช่ในตู้เย็น             

            Cold agglutinin titer              Platelet aggregation study

สถานที่รับสิ่งส่งตรวจ

ห้องปฏิบัติการโลหิตวิทยา สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ มีสถานที่รับสิ่งส่งตรวจ 2 ที่ คือ

1. ห้องปฏิบัติการโลหิตวิทยา ตึกผู้ป่วยนอก ชั้น 6 ห้อง 641 โทรศัพท์ (02) 419-7642-4 ต่อ 14-16 รับสิ่งส่งตรวจดังนี้

วันทำการ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. – 16.00 น.  วันเสาร์   ตั้งแต่เวลา 8.30 น. – 16.00 น.

2. ห้องปฏิบัติการโลหิตวิทยา อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น12 โทรศัพท์ (02) 419-4417-21 รับสิ่งส่งตรวจดังนี้

วันทำการ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. – 16.30 น.

เกณฑ์การปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ

ห้องปฏิบัติการโลหิตวิทยา สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ อาจทำการปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ ในกรณีที่เห็นว่า การตรวจทางห้องปฏิบัติการในสิ่งส่งตรวจดังกล่าว อาจให้ค่าที่เชื่อถือไม่ได้ และเกิดผลเสียในการแปลผลการทดสอบ โดยเจ้าหน้าที่ผู้รับสิ่งส่งตรวจ จะโทรศัพท์แจ้งบุคลากรทางการแพทย์ที่ส่งสิ่งส่งตรวจนั้นมา พร้อมทั้งบันทึกในใบรายงานอุบัติการณ์ ถ้าผู้ส่งตรวจยังยืนยันที่จะทำการทดสอบ ทางห้องปฏิบัติการจะทำการทดสอบ และจะเขียนถึงสภาพที่ไม่เหมาะสมของสิ่งส่งตรวจนั้น ๆ ลงในใบรายงาน เกณฑ์การปฏิเสธสิ่งส่งตรวจ มีดังนี้

  • ส่งผิดห้องปฏิบัติการ
  • การติดป้ายสิ่งส่งตรวจไม่ถูกต้อง

         1. ชื่อ-นามสกุลในใบส่งตรวจไม่ตรงกับชื่อ-นามสกุลที่ติดบนภาชนะสิ่งส่งตรวจนั้น

         2. ไม่ติดป้ายชื่อ-นามสกุล บนภาชนะสิ่งส่งตรวจ

  • การส่งสิ่งส่งตรวจ โดยไม่มีใบขอตรวจ
  • สิ่งส่งตรวจที่เก็บในภาชนะที่ไม่ถูกต้อง หรือ ใช้สารกันเลือดแข็งที่ไม่ถูกต้อง ตามที่ห้องปฏิบัติการกำหนด
  • สิ่งส่งตรวจหกเลอะภาชนะที่เก็บสิ่งส่งตรวจ หรือใบขอตรวจ
  • สิ่งส่งตรวจเก็บในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม

          1.  สิ่งส่งตรวจต้องเก็บที่ 4 °c ไม่ได้นำส่งโดยการแช่ในน้ำแข็ง

          2.  สิ่งส่งตรวจไม่ต้องเก็บที่ 4 °c ต้องนำส่งโดยใส่ภาชนะปิดมิดชิด เพื่อไม่ให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง เกิน 37 °c
  • ปริมาณสิ่งส่งตรวจไม่เพียงพอ
  • คุณภาพของสิ่งส่งตรวจไม่ได้มาตรฐาน ดังนี้
    1. สิ่งส่งตรวจที่ส่งถึงห้องปฏิบัติการช้ากว่ากำหนดเวลาที่ห้องปฏิบัติการกำหนด
    2. สิ่งส่งตรวจที่ clot ในการตรวจที่ต้องใช้ whole blood หรือ plasma ได้แก่ CBC, ESR, PT, APTT, Immunophenotyping, การตรวจหา abnormal gene ในโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว , thalassemia และ JAK2 gene, CD34+ enumeration, การตรวจ stem cell culture
    3. สิ่งส่งตรวจที่มี hemolysis ในการตรวจบางอย่าง ได้แก่ serum iron, Cold agglutinin
    4. ปริมาณสิ่งส่งตรวจไม่ได้สัดส่วนกับสารกันเลือดแข็งตัวในหลอดเก็บสิ่งส่งตรวจ


สถานที่ตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ห้องปฏิบัติการโลหิตวิทยา สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ มีห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง ดังนี้

1. ห้องปฏิบัติการผู้ป่วยนอก

           ตึกผู้ป่วยนอกชั้น 6 ห้อง 641 โทรศัพท์หมายเลข 7642, 7643, 7644 ต่อ 14, 15, หรือ 16

2. ห้องปฏิบัติการอาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 12


ห้องเหล็กและฮีโมโกลบิน ฉก1219 โทรศัพท์หมายเลข 4417

ห้องมะเร็งทางโลหิตวิทยาและอิมมูนทางโลหิตวิทยา ฉก 1220 โทรศัพท์หมายเลข 4418

ห้องเซลล์ต้นกำเนิดและการห้ามเลือด ฉก 1221     โทรศัพท์หมายเลข 4419

ห้องเพาะเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิด  โทรศัพท์หมายเลข 4420

ห้องงเซลล์เคมีเลือด โทรศัพท์หมายเลข 4421

วันและเวลาทำการตรวจในการทดสอบต่างๆ

กรุณาตรวจสอบในรายละเอียดของการทดสอบชนิดต่างๆ

การขอตรวจซ้ำหรือขอตรวจเพิ่ม


 ผู้ใช้บริการสามารถขอตรวจซ้ำหรือขอตรวจเพิ่มได้ โดยโทรศัพท์ติดต่อห้องปฏิบัติการที่ส่งตรวจ เพื่อตรวจสอบว่ามีสิ่งส่งตรวจพอหรือไม่
และเขียนใบขอตรวจพร้อมทั้งใส่เบอร์ lab number ส่งไปที่ห้องปฏิบัติการที่ได้เคยส่งสิ่งส่งตรวจไปแล้ว

ระยะเวลาที่สามารถขอตรวจเพิ่มหรือตรวจซ้ำ เป็นดังนี้

การทดสอบที่ไม่ให้ขอเพิ่ม

Body fluid analysis

Lupus anticoagulant

Platelet aggregation Test

Immunophenotyping

Stem cell culture

Cd34 enumeration

การทดสอบที่ขอเพิ่มได้ภายใน 2 ชั่วโมง

CBC

ESR

Ristocetin cofactor

การทดสอบอื่นๆ นอกจากนี้ สามารถขอเพิ่มได้ตามระยะเวลาการเก็บสิ่งส่งตรวจ ประมาณ 24 ชั่วโมง หรือตามรายละเอียดในแต่ละการทดสอ


วิธีการรายงานผล

เมื่อทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการเรียบร้อยแล้ว ผลการตรวจจะถูกตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ที่ได้ผ่านการประเมินในด้านการตรวจสอบผล และจะส่งผลการตรวจเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล ซึ่งผู้ใช้บรารสามารถเรียกดูผล และพิมพ์ใบรายงานผลได้เอง นอกจากนี้ผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยในสามารถมารับผลเองได้ในเวลาราชการ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจะแยกผลการตรวจไว้สำหรับแต่ละหอผู้ป่วย ซึ่งทางหอผู้ป่วยต้องมอบหมายให้ผู้แทนของหอผู้ป่วยมารับผลการตรวจที่ห้องปฏิบัติการผู้ป่วยใน อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 12 และตึกผู้ป่วยนอก (OPD) ชั้น 6 ห้อง 641

การรายงานผลทางโทรศัพท

 คณะฯ มีนโยบายไม่ให้ทำการรายงานผลทางโทรศัพท์ การรายงานผลทางโทรศัพท์จะทำเฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบผลและรายงานผลโดยอาจารย์แพทย์ของสาขาวิชาโลหิตวิทยาเท่านั้น และจะรับรองผลให้สามารถพิมพ์ใบรายงานผลได้
ภายใน 8 ชั่วโมง


SI-04-2-015-C-SI1-08 วันอนุมัติใช้งาน 10 กุมภาพันธ์ 2557