เคล็ด(ไม่) ลับกับการดูแลผิวหน้า (ตอนที่ 2)

เคล็ด(ไม่) ลับกับการดูแลผิวหน้า (ตอนที่ 2)

 

ผศ.พญ.สุเพ็ญญา  วโรทัย

ภาควิชาตจวิทยา 
Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

          “คุณหมอคะ  หนูอยากหน้าใส  หนูจะต้องใช้อะไรกับหน้าบ้างคะ  แต่ละวันควรต้องทาอะไรบ้าง” 

            นี่คือคำถามที่หมอผิวหนังมักจะถูกถามจากคนไข้เป็นประจำ  จริงๆแล้วการดูแลผิวหน้าที่ถูกวิธีทำได้ไม่ยากโดยขั้นตอนการดูแลผิวพื้นฐานที่สำคัญและควรปฏิบัติในแต่ละวันเป็นประจำประกอบด้วยเพียง 3 ขั้นตอน ได้แก่  การทำความสะอาดผิวหน้า  การทายากันแดด  และการทาสารให้ความชุ่มชื้นค่ะ  และจากตอนที่แล้วที่หมอได้เล่าเกี่ยวกับการทำความสะอาดผิวหน้าสำหรับสภาพผิวต่างๆไปแล้ว  วันนี้เราจะมาต่อกันในเรื่องการทายากันแดด  และการทาสารให้ความชุ่มชื้น  โดยหมอจะขอรวบรวมคำถามที่หมอมักถูกถามเกี่ยวกับยากันแดดและสารให้ความชุ่มชื้นรวมทั้งคำแนะนำต่างๆมาฝากกันค่ะ

 

การทายากันแดด

     “ควรเลือกใช้ยากันแดด SPF เท่าไหร่ดีคะ หนูควรเลือกที่ SPFสูงๆไว้ก่อนดีที่สุดจริงไหมคะ”

     ยากันแดดที่มีSPF (sun protecting factor) สูง หมายถึง สามารถป้องกันรังสี UVB ได้ดี  แต่ในความเป็นจริงแล้วการเสื่อมชราเกิดริ้วรอยของผิวมีสาเหตุมาจากทั้งรังสี UVA และ UVB ดังนั้นยากันแดดที่ดีจึงต้องป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB โดยในผู้ที่ต้องโดนแดดเป็นประจำควรเลือกที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 และ ค่า PA (ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการป้องกันรังสี UVA) อย่างน้อย +++ ค่ะ  สำหรับยากันแดดที่มี SPF สูงๆอาจไม่ดีที่สุดเสมอไป  เพราะการมี SPF สูงๆหมายถึงอาจต้องมีการผสมสารกันแดดหลายชนิดมากขึ้นซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการแพ้ยากันแดดให้สูงขึ้นไปด้วยค่ะ

     “ยากันแดดมีทั้งแบบ โลชั่น ครีม เจล ฯลฯ แล้วแบบไหนมันจะดีที่สุดล่ะคะ”

      เลือกที่เหมาะกับสภาพผิวของเราค่ะ  โดยดูตามปริมาณน้ำมันที่ผสมในยากันแดดนั้นๆ ซึ่งโดยทั่วไป  ปริมาณน้ำมันที่ผสมในครีม>โลชั่น>ฟลูอิด (fluid)> เจล  ยิ่งคนที่มีผิวแห้งยิ่งเหมาะกับเนื้อผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณน้ำมันผสมอยู่มากกว่าค่ะ

 

     “หนูทายากันแดดเป็นประจำแล้ว  แต่หน้าก็ยังดำเวลาออกแดดอยู่ดี  ทำไมล่ะคะ”

      การทายากันแดดให้ได้ผลตาม SPF, PAที่ระบุอยู่ข้างกล่องต้องใช้ปริมาณที่เพียงพอด้วยค่ะ  โดยเฉพาะที่ใบหน้า  หากเป็นยากันแดดชนิดครีมต้องใช้ปริมาณเนื้อครีม 1 กรัม (เท่ากับบีบครีมให้มีความยาวเท่ากับ 2 ข้อนิ้วชี้ ) และ ชนิดเหลวเท่ากับเหรียญ 10 บาท 2 เหรียญ ค่ะ  แต่ในความเป็นจริงแล้วเรามักทายาปริมาณน้อยกว่านี้เนื่องจากกลัวความเหนอะหนะซึ่งจะทำให้ไม่ได้ผลการป้องกันแดดเท่าที่ควรค่ะ  นอกจากนี้  ควรทายากันแดดก่อนออกแดดอย่างน้อย 20 นาทีค่ะ

 

“หนูต้องทายากันแดดก่อนหรือหลังแต่งหน้าคะ  แล้วถ้าใช้แป้งที่มี SPF อยู่แล้วจำเป็นต้องใช้ยากันแดดหรือไม่คะ” 

ยากันแดดใช้ทาหลังล้างหน้า  ก่อนที่จะแต่งหน้าค่ะ  และถึงแม้ว่าจะใช้เครื่องสำอางที่ผสมสารกันแดดอยู่แล้วแต่ก็ควรใช้ยากันแดดอยู่ดีเนื่องจากสารกันแดดที่ผสมในเครื่องสำอางอาจไม่สามารถกันได้ทั้ง UVA,UVB และอาจไม่สามารถกันได้ตาม SPF ที่เพียงพอค่ะ

            ขอย้ำอีกครั้งว่า  แสงแดด (รังสี UVA และ UVB)  เป็นสาเหตุภายนอกที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยและความชรา  ดังนั้นขั้นตอนการทายากันแดดจึงมีความสำคัญมากๆๆค่ะ

 

การทาสารให้ความชุ่มชื้น

น้ำเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อเซลล์ที่มีชีวิตทุกเซลล์ของร่างกายโดยเฉพาะเซลล์ผิวหนัง  หากปริมาณน้ำในผิวหนังลดลงจะทำให้การลอกหลุดของผิวหนังชั้นบนผิดปกติเกิดผิวแห้งเป็นขุยและเกิดการอักเสบตามมาได้ง่าย  สารให้ความชุ่มชื้น (moisturizer) คือ สารทาภายนอกที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น และเรียบเนียนไม่เป็นขุย  moisturizerออกฤทธิ์โดยการเป็นแผ่นฟิล์มบางๆปิดเคลือบผิวไว้ไม่ให้น้ำในผิวระเหยออกไป  รวมถึงดูดน้ำจากผิวหนังชั้นล่างๆขึ้นมาเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในผิวหนังชั้นบน

 

     “หนูเป็นคนผิวแห้ง  และเกิดผื่นแดงคันที่หน้าง่าย  ควรเลือกใช้ moisturizer อย่างไรคะ”

การเลือก moisturizer นั้น  เลือกตามสภาพผิวของเราค่ะ  หลักการเหมือนที่เราเลือกเนื้อครีมกันแดดดังที่ได้กล่าวไปแล้ว  คือ ยิ่งสภาพผิวแห้งยิ่งต้องการ moisturizer ที่มีปริมาณน้ำมันผสมมากขึ้นค่ะ  ( ครีม>โลชั่น> เจล, ซีรั่ม )  นอกจากนี้  ในปัจจุบัน moisturizer มักผสมสารต่างๆที่มีฤทธิ์ฟื้นฟูผิว  เช่น  สารลดการสร้างเม็ดสีที่ช่วยให้ผิวขาวขั้น ( whitening) สารต่อต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) สารลดริ้วรอย (antiwrinkle) ซึ่งสามารถเลือกใช้ให้ตรงวัตถุประสงค์ของเราค่ะ  แต่ต้องระวังในผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย  หากไม่แน่ใจว่าเราจะแพ้ครีมตัวนี้หรือไม่อย่าเพิ่งครีมลงบนใบหน้า  ให้ทดลองทาที่ผิวหนังหลังใบหูวันละ 2 ครั้งเช้าเย็น  ติดต่อกันอย่างน้อย 7 วัน  หากไม่มีอาการแพ้จึงสามารถใช้กับผิวหน้าได้ค่ะ  นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงครีมที่ผสมน้ำหอมซึ่งพบว่าก่อให้เกิดอาการผื่นแพ้ได้บ่อยค่ะ

 

“หนูเป็นคนหน้ามันค่ะ  หนูต้องทา moisturizer ไหมคะ”

ปกติแล้วในคนผิวมัน  ต่อมไขมันจะมีการผลิต sebumออกมาปริมาณมากซึ่ง sebumจะทำหน้าที่เป็น moisturizer ตามธรรมชาติของผิวหนังอยู่แล้ว  ไม่จำเป็นต้องทา moisturizerเพิ่มอีก(ในกรณีผู้มีผิวผสมอาจทา moisturizer เฉพาะบริเวณ U-zone) และในคนที่ผิวเป็นสิวง่าย  พยายามเลือก moisturizerที่ไม่ก่อให้เกิดสิวค่ะ (non-comedogenic, non-acnegenic)

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ  ไม่ยากเลยใช่ไหมคะสำหรับขั้นตอนการดูแลผิวในแต่ละวันเพื่อให้ผิวสุขภาพดี นอกจากขั้นตอนที่กล่าวมาทั้งหมดนี้แล้ว  การหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดอันตรายแก่ผิวทั้งปัจจัยภายนอก (การสูบบุหรี่  ความเครียด  การอดนอน) รวมถึงการรักษาสุขภาพโดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  ดื่มน้ำมากๆ  รับประทานผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะช่วยชะลอความเสื่อมของผิว  ร่วมกันกับขั้นตอนการดูแลผิวดังที่กล่าวมา  ก็จะช่วยให้เรามีผิวสวยสุขภาพดีได้นานที่สุดค่ะ