เคล็ด(ไม่) ลับกับการดูแลผิวหน้า (ตอนที่ 1)

เคล็ด(ไม่) ลับกับการดูแลผิวหน้า (ตอนที่ 1)

 

ผศ.พญ.สุเพ็ญญา  วโรทัย

ภาควิชาตจวิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

          “คุณหมอคะ หนูอยากหน้าใส หนูจะต้องใช้อะไรกับหน้าบ้างคะ แต่ละวันควรต้องทาอะไรบ้าง” 

            นี่คือคำถามที่หมอผิวหนังมักจะถูกถามจากคนไข้เป็นประจำ จริงๆ แล้วการดูแลผิวหน้าที่ถูกวิธีทำได้ไม่ยากโดย  ขั้นตอนการดูแลผิวพื้นฐานที่สำคัญและควรปฏิบัติในแต่ละวันเป็นประจำประกอบด้วยเพียง 3 ขั้นตอน ได้แก่  การทำความสะอาดผิวหน้า  การทายากันแดด  และการทาสารให้ความชุ่มชื้นค่ะ  ในวันนี้หมอจึงขอรวบรวมคำถามที่หมอมักถูกถามเกี่ยวกับการทำความสะอาดผิวหน้ารวมทั้งคำแนะนำต่างๆมาฝากกันค่ะ

 

การทำความสะอาดผิวหน้า

 “หนูจะใช้อะไรล้างหน้าดีคะ หรือใช้น้ำเปล่าล้างหน้าจะดีที่สุด   

      การทำความสะอาดผิวหน้ามีความสำคัญมากเนื่องจากในแต่ละวันจะมีสิ่งสกปรกมาก
มายที่ติดค้างอยู่ที่ใบหน้าของเรา  ตั้งแต่สิ่งที่ผลิตมาจากร่างกายของเราเอง  ได้แก่  เหงื่อ  ไขมันที่ถูกผลิตจากต่อมไขมันที่ผิวหนัง (
sebum) ขี้ไคลซึ่งก็คือเซลล์ผิวชั้นบนที่สิ้นอายุขัยหลุดลอกออกมา ไปจนถึงบรรดาครีมเครื่องสำอางต่างๆที่เราทาและสิ่งสกปรกจากมลภาวะภายนอกอีกด้วย  จากธรรมชาติของน้ำมันซึ่งจะไม่ละลายในน้ำ  การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าจะสามารถล้างเพียงเหงื่อและฝุ่นผงต่างๆที่ละลายน้ำเท่านั้น  แต่ไม่สามารถชำระล้างsebumและน้ำมันที่เป็นส่วนประกอบของครีมเครื่องสำอางต่างๆออกไปได้หมด  ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการอุดตันรูขุมขนทำให้เกิดสิวอุดตันหรือสิวอักเสบตามมาได้ค่ะ 

 

“แล้วหนูจะเลือกใช้อะไรดีคะ  สบู่ก้อนหรือสบู่เหลว 

      หลักการโดยทั่วไป  ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาเพื่อใช้กับผิวหน้าโดยเฉพาะ  เนื่องจากจะใช้ส่วนผสมของสารชะล้าง (surfactant) ที่อ่อนโยนและคุณภาพดีกว่า (นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้ามีราคาแพงกว่าสบู่สำหรับผิวกายทั่วๆไป)  ซึ่งมักอยู่ในรูปแบบของโฟมและเจลล้างหน้ามากกว่าสบู่แบบก้อน  นอกจากนี้สบู่ก้อนส่วนใหญ่จะมีค่า pH เป็นด่างสูงกว่าค่าpHปกติที่ผิวหนังของเราซึ่งจะมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ  เมื่อล้างด้วยสบู่ที่เป็นด่างจะทำให้ผิวหนังเสียความชุ่มชื้นมากจนเกินไปเกิดการผิวแห้งเป็นขุยได้

 

“หนูเป็นคนผิวแห้งมากค่ะ บางครั้งหลังล้างหน้าจะรู้สึกว่าหน้าแห้งตึงมากและแสบหน้าด้วย  โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวจะลอกเป็นขุยๆ” 

      สำหรับคนที่ผิวแห้งนั้นผิวหน้ามักมีการผลิต sebum ได้น้อย ข้อดีคือ ผิวจะดูละเอียด  มองไม่ค่อยเห็นรูขุมขน  แต่ข้อเสียคือ  เนื่องจาก sebum ทำหน้าที่เป็นสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิวหนัง (moisturizer)  ดังนั้นเมื่อปริมาณ sebumต่ำ จึงทำให้ผิวสูญเสียน้ำไปได้ง่าย  ในระยะยาวจะเสียความยืดหยุ่นและเกิดเป็นริ้วรอยได้เร็วกว่าคนที่หน้ามัน ดังนั้นการใช้สบู่ล้างหน้าที่ชะล้างความมันได้ดีจะยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้น  คนผิวแห้งไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับคนหน้ามันหรือคนเป็นสิวเนื่องจากจะผสมสารชะล้างปริมาณมากกว่าและมักผสมกรด hydroxy acid (เช่น  lactic acid, glycolic acid, salicylic acid) ซึ่งมีคุณสมบัติในการกำจัดไขมันส่วนเกินในรูขุมขนและบนผิวหนัง  ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ในคนที่ผิวแห้งอยู่แล้ว  กรณีที่ผิวแห้งมากๆในตอนเช้าอาจล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าก็เพียงพอค่ะ (เนื่องจากไม่มีเครื่องสำอางที่จะต้องล้างออก) นอกจากนี้ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องล้างหน้า  หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนล้างหน้าเนื่องจากจะทำให้ผิวยิ่งแห้งมากขึ้น

 

“หนูเป็นคนหน้ามันค่ะ  ต้องคอยซับมันตลอดๆ  แถมเป็นสิวเต็มหน้าเลย  หนูล้างหน้าบ่อยๆจะช่วยให้หน้าแห้งและสิวน้อยลงได้ไหมคะ” 

      คนผิวมันนั้นผิวจะมีการสร้างผลิตsebumออกมาปริมาณมากและมักเกิดเป็นสิวได้ง่าย  ลักษณะผิวหน้าจะค่อนข้างหยาบ  รูขุมขนใหญ่เห็นได้ชัดเจน  แต่คนผิวมันก็มีข้อดีนะคะ  คืออย่างที่กล่าวไปแล้วว่าsebumทำหน้าที่เป็นสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติดังนั้นในคนกลุ่มนี้จะมีความชุ่มชื้นของผิวดีและเมื่ออายุมากขึ้นจะเกิดริ้วรอยช้ากว่าคนผิวแห้งค่ะ  สำหรับการล้างหน้านั้นมีงานวิจัยออกมาแล้วว่า  ในคนที่เป็นสิวการล้างหน้าวันละ 2 ครั้งในเวลาเช้าและเย็นให้ผลการรักษาสิวดีที่สุด  โดยการล้างหน้า (โดยใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า) เกินวันละ 2 ครั้ง  อาจทำให้เกิดการระคายเคืองของผิวและทำให้สิวยิ่งอักเสบรุนแรงมากขึ้นค่ะ  แต่ถ้าหน้ามันมากๆ  เหนอะหนะจนทำให้รำคาญอยากล้างหน้าในระหว่างวันแนะนำให้ล้างด้วยน้ำเปล่าค่ะ  และหากหลังการล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าแล้วยังรู้สึกว่าความมันยังไม่หมดไปอาจใช้โทนเนอร์ (toner)  ซึ่งจะช่วยกำจัดความมันที่เหลือได้

 

“หน้าหนูมันบริเวณหน้าผาก จมูก คางและมีสิวขึ้นประปรายค่ะ  แต่พอใช้สบู่สำหรับผิวมันแล้วผิวที่แก้มกลับแห้งแสบคันไปด้วย  หนูจะทำอย่างไรดีคะ” 

      ลักษณะผิวอย่างนี้น่าจะเป็นผิวผสมค่ะ  คือ  มีการผลิตไขมันมากบริเวณ ทีโซน (T-zone) คือ หน้าผาก จมูก และคาง  ส่วนบริเวณยูโซน (U-zone) คือ แก้ม กลับมีลักษณะผิวแห้ง  กรณีเช่นนี้แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งสำหรับผิวมันและผิวแห้ง  โดยแยกใช้ตามบริเวณลักษณะผิวต่างกันค่ะ

 

“วันที่หนูแต่งหน้า  จำเป็นต้องใช้อะไรเป็นพิเศษก่อนล้างหน้าไหมคะ” 

      ในเครื่องสำอางประเภทครีมรองพื้น แป้งพัฟนั้นจำเป็นจะต้องมีน้ำมันผสมอยู่เพื่อให้เม็ดสีของเครื่องสำอางสามารถติดอยู่กับผิวหน้าของเราได้ดี  ดังนั้นหากใช้เครื่องสำอางโดยเฉพาะชนิดที่กันน้ำ  สารชะล้างในผลิตภัณฑ์อาจไม่สามารถชำระน้ำมันเหล่านี้ออกได้หมด  จึงควรจะต้องใช้น้ำมันหรือโลชั่นเช็ดเครื่องสำอางออกก่อนที่จะล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าตามปกติค่ะ

 

      เป็นอย่างไรบ้างคะ  พอจะได้เลือกได้หรือยังว่าสภาพผิวของเรานั้นเหมาะกับการทำความสะอาดอย่างไรบ้าง  และในโอกาสต่อไปหมอจะมาเล่าเรื่องเคล็ดลับในการการทายากันแดด  และการทาสารให้ความชุ่มชื้นค่ะ  อย่าลืมติดตามกันนะคะ