เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก ตอนที่ 2

เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก ตอนที่ 2

 

รศ.นพ.ชัยยศ  ธีรผกาวงศ์

ภาควิชาสูติศาสตร์–นรีเวชวิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

การวินิจฉัย
        1. จากอาการและอาการแสดงที่กล่าวมาข้างต้น
          2. จากการตรวจร่างกาย ทั้งการตรวจทางหน้าท้อง และการตรวจภายใน
          3. การตรวจทางรังสี เช่นการตรวจ KUB และการตรวจ IVP
          4. การตรวจอัลตราซาวด์
          5. การส่องกล้องตรวจในช่องท้อง(laparoscopy) และการส่องกล้องตรวจในโพรงมดลูก

(Hysteroscopy)
          6. MRI และ Computer tomography(CT)    

                        

การรักษา

การรักษาจะต้องพิจารณาหลายอย่าง เช่น

         1. อายุของผู้ป่วย ความต้องการมีระดูในคนอายุน้อย
         2. ชนิดของเนื้องอก
         3. ขนาดของก้อนเนื้องอก
         4. ความต้องการมีบุตร
         5. มีภาวะแทรกซ้อนร่วมหรือไม่
         6. สภาพของผู้ป่วยเหมาะสมสำหรับการผ่าตัดเพียงใด
         7. ตั้งครรภ์ร่วมด้วยหรือไม่

 

 ก. รายที่ไม่ต้องรักษา

               เนื้องอกก้อนเล็ก ไม่มีอาการ โดยเฉพาะที่พบในวัยจะหมดระดู เพียงแต่นัดมาตรวจติดตามทุก 3-6-12 เดือน เป็นรายๆไป อย่างไรก็ตามก้อนเนื้องอกที่ไม่มีอาการนี้อาจจะต้องทำการผ่าตัดเมื่อ

               1. ก้อนโตเท่ากับหรือเกินกว่าขนาดครรภ์อายุ 12 สัปดาห์

                        2. มีการบิดของขั้ว เจ็บปวดมาก

                        3. ไม่แน่ใจว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่

                        4. ก้อนโตเร็ว

                        5. มีน้ำในท้องร่วมด้วย

 

ข. Conservative management
        1. การรักษาด้วยยา
          
1.1   ฮอร์โมนเพศชาย เช่น Danazol และ Gestrinone หรือการให้โปรเจสเตอโรน ช่วยรักษาการมีภาวะประจำเดือนออกมาก แต่ผลของการลดขนาดของก้อนยังไม่แน่นอน
             
1.2   GnRH agonists เป็นฮอร์โมนที่มีฤทธิ์ทำให้ระดับ Estrogen ลดลงชั่วคราว

มีผลให้ขนาดก้อนเนื้องอกลดลง และเลือดที่ออกผิดปกติก็ลดลง ภายใน
          2. Myomectomy (การตัดเฉพาะตัวก้อนเนื้องอกออก) ควรเลือกทำในสตรีที่แต่งงานแล้ว

ต้องการมีบุตร และอายุไม่ควรเกิน 35 ปี มีโอกาสเกิดซ้ำของตัวเนื้องอกหลังผ่าตัดชนิดนี้ได้อีก จึงจำเป็นต้องมีการตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ

 

ค. การตัดมดลูกออก

         พิจารณาตัดมดลูกในราย
   1. เนื้องอกที่มีขนาดโตกว่าครรภ์อายุ 12 สัปดาห์ โดยพิจารณาเป็นรายๆ เช่น ถ้าปล่อยให้โต

ต่อไปอาจจะทำให้อวัยวะอื่นเสียไปด้วยหรือไม่ เช่นไปกดท่อไต หรือรายที่จำเป็นต้องให้เอสโตรเจนและเกรงว่าก้อนจะโตขึ้น
          2. เนื้องอกที่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว ยกเว้นรายที่กำลังตั้งครรภ์
          3. รายที่อายุมาก หรือมีบุตรเพียงพอแล้ว และพบว่า
               3.1 เลือดออกมาก ออกอยู่หลายรอบระดู
               3.2 มีอาการของการกดเบียดอวัยวะข้างเคียง เช่นท้องผูก ปัสสาวะบ่อย กระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อย
               3.3 มีภาวะหรือโรคอื่นร่วมด้วย เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ผิดที่ (endometriosis)
               3.4 รายที่พบมีเนื้องอกที่รังไข่ร่วมด้วย