โรคติดเชื้อ Rickettsia

โรคติดเชื้อ Rickettsia

อ.นพ.รัฐพล  ตวงทอง
ภาควิชาตจวิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
 

                เชื้อ Rickettsia เป็นกลุ่มของเชื้อโรคที่มีลักษณะต่างๆอยู่ระหว่างแบคทีเรียและไวรัส จะย้อมติดสีกรัมลบ รูปร่างกึ่งกลมกึ่งรี (coccobacillary forms) การติดเชื้อ Rickettsia นั้นพบได้ทั่วทุกทวีปของโลกและมีการแสดงของโรคที่แตกต่างกันไปตาม การติดเชื้อของโรคกลุ่มนี้สามารถถูกแบ่งย่อยได้ 3 กลุ่มคือ
1.
กลุ่ม spotted fever ได้แก่โรค Rocky mountain spotted fever (RMSF), โรค Rickettsial pox และโรค Boutonneuse fever  2.กลุ่ม typhus ได้แก่ โรคLouse-borne (epidemic) typhus, โรค Brill-Zinsser disease (เช่น relapsing louse-borne typhus) และ murine (endemic or flea-borne) typhus  3.กลุ่ม scrub typhus

                 โรคติดเชื้อ Rickettsia ที่มีรายงานในประเทศไทยได้แก่ โรค scrub typhus, โรค murine typhus และ โรคในกลุ่มspotted fever

                เชื้อโรค Rickettsia อาศัยอยู่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น หนูบ้าน หนูนา กระรอก และมีแมลงเป็นพาหะนำโรคถ่ายทอดเชื้อมาสู่คนที่โดนแมลงกัด ได้แก่ ไร (mite) เห็บ (tick) หมัด (flea) และ เหาตัว (body louse)

                  อาการที่สำคัญสำหรับผู้ที่ติดเชื้อกลุ่มนี้คือ มีไข้สูง ปวดศีรษะ มีผื่นแดงตามตัว เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน และ ปวดเมื่อกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นอาการที่ไม่จำเพาะสำหรับโรคกลุ่มนี้อาจพบในการติดเชื้อโรคกลุ่มอื่นได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังอาจมีรอยการถูกแมลงกัดที่ผิวหนัง เป็นแผลขอบยกสีแดง มีสะเก็ดสีดำตรงกลาง ที่เรียกว่า eschar   การวินิจฉัยโรคใช้วิธีการตรวจทางน้ำเหลือง (serology ) เป็นหลัก      

                  โรคนี้สามารถรักษาได้โดยการใช้ยาปฏิชีวนะเช่น doxycycline, tetracycline, chloramphenicol, ciprofloxacin และofloxacin นอกจากนี้ยังต้องรักษาแบบประคับประคองภาวะแทรกซ้อนอื่นๆที่อาจพบได้เช่น ความดันโลหิตต่ำ เกล็ดเลือดต่ำ โปรตีนอัลบูมินต่ำ ธาตุโซเดียมต่ำในกระแสเลือด

                  การป้องกันโรคนี้ทำได้โดยพยายามหลีกเลี่ยงการโดนแมลงจำพวก ไร เห็บ หมัด และเหาตัวกัด และถ้ามีอาการไม่สบายดังกล่าวข้างต้นควรรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา

 

Reference

1. http://emedicine.medscape.com/article/968385-overview
2. http://www.med.cmu.ac.th/dept/pediatrics/06-interest-cases/ic-73/Rickettsia_VR.pdf