แปป สเมียร์ ( Pap smear ) ของปากมดลูก

แปป สเมียร์ ( Pap smear ) ของปากมดลูก

 

รศ.นพ.ชัยยศ  ธีรผกาวงศ์

ภาควิชาสูติศาสตร์–นรีเวชวิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


               เป็นวิธีการเก็บเซลล์เยื่อบุปากมดลูกออกมาตรวจเพื่อเป็นการคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก ผู้ป่วยต้องนอนหงาย ขึ้นขาหยั่ง แพทย์สอดเครื่องมือ (speculum) ซึ่งมีขนาดต่าง ๆ กันให้เหมาะสมแก่ผู้ป่วยแต่ละราย เมื่อมองเห็นปากมดลูกแล้ว แพทย์จะทำการเก็บเซลล์เยื่อบุปากมดลูกจากในโพรงปากมดลูกและจากปากมดลูกส่วนนอกโพรง จากนั้นมี 2 วิธีการ

            วิธีที่ 1  เป็นวิธีดั้งเดิม คือ การป้ายเซลล์ที่ได้ลงบนแผ่นกระจกแล้วใส่ในสารน้ำตรึง(fixative) แล้วนำไปย้อมสีส่องตรวจด้วยกล้องขยาย  เพื่อตรวจดูความผิดปกติของเซลล์ต่าง ๆ

            วิธีที่ 2 เป็นการนำเซลล์ที่ได้ไปใส่ในสารละลาย (liquid) แล้วจึงผ่านกระบวนการกรองและปั่นต่าง ๆ จนได้เซลล์ซึ่งปราศจากสิ่งเจือปนอื่น มาป้ายบนแผ่นสไลด์ย้อมสีตรวจดูด้วยกล้องขยายเช่นเดียวกับวิธีแรก

            สิ่งที่สามารถตรวจพบได้จาก แปป สเมียร์ ได้แก่ การอักเสบซึ่งอาจจะสามารถบอกได้ว่าเกิดจากเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือแม้กระทั่งเชื้อพยาธิบางชนิดได้ ที่สำคัญสามารถบอกได้ว่ามีความผิดปกติจากการติดเชื้อเอชพีวี หรือมีเซลล์เปลี่ยนแปลงไปเป็นระยะก่อนเป็นมะเร็งหรือเป็นมะเร็งปากมดลูก จากนั้นก็จะดูแลรักษาผู้ป่วยตามสิ่งที่ตรวจพบที่เหมาะสมต่อไป

            โดยทั่วไปผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้วต้องได้รับการตรวจเช่นนี้ปีละครั้ง

 

การดูแลรักษาเมื่อตรวจพบเซลล์ผิดปกติจากปากมดลูก ( abnormal Pap smear )
          การตรวจพบเซลล์ผิดปกติอาจมิได้หมายความว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก เพราะการตรวจวิธีนี้ที่เรียกกันว่า แปป สเมียร์ นั้น เป็นการตรวจทางเซลล์วิทยาเป็นแต่การตรวจคัดกรองเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถสรุปการวินิจฉัยได้ขั้นตอนต่อไปคือ การตรวจเพิ่มเติมหรือบางรายจำเป็นต้องได้เนื้อเยื่อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยาซึ่งถือเป็นการวินิจฉัยมาตรฐาน การจะได้มาซึ่งเนื้อเยื่อเพื่อการตรวจนั้นผู้ป่วยควรจะได้รับการตรวจโดยการส่องกล้องขยายดูปากมดลูก (colposcopy)ระหว่างการตรวจแพทย์มักจะย้อมปากมดลูกด้วยน้ำส้มสายชูเพื่อความแม่นยำยิ่งขึ้น บางรายอาจจะมีการตัดเนื้อปากมดลูกออกมาตรวจด้วย หรืออาจมีความจำเป็นต้องขูดเนื้อเยื่อในโพรงปากมดลูกออกมาตรวจทางพยาธิวิทยาด้วย วิธีการนี้ไม่น่ามีความเจ็บปวดแต่อย่างใด แต่จะช่วยให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้องและวางแผนในการดูแลรักษาต่อไป