อันตรายจากสารโฮโมซีส

อันตรายจากสารโฮโมซิสทีนต่อหัวใจ

รองศาสตราจารย์นายแพทย์วัฒนา  เลี้ยววัฒนา
ภาควิชานิติเวชศาสตร์
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ถาม: มีปัจจัยเสียงใดที่จะทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
ตอบ:
โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน - ตีบ ถือเป็นอัตราการเสียชีวิตอันดับหนึ่ง ดังนั้น การที่เราจะมีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ ซึ่งถือว่าเป็นความสำคัญ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ก็คือ ปัจจัยหลัก และปัจจัยรอง ปัจจัยหลัก มีอยู่ด้วยกัน 4 ปัจจัยคือ
ภาวะไขมันในเลือดสูง, ความดันเลือดสูง, การสูบบุหรี่, โรคเบาหวาน ปัจจัยรอง คือ ภาวะอ้วน, การไม่ออกกำลังกาย, ประวัติโรคหัวใจที่หลอดเลือดในครอบครัว ผู้ชายที่อายุมากกว่า 35 ปี และผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 45 ปี ส่วนเพศชายถือว่าเป็นเพศที่มีอัตราการเสี่ยงสูงกว่าเพศหญิง ภาวะสารโฮโมซีสทีนสูง นอกเหนือจากนั้นจะเป็นเรื่องของการดื่มสุรามากเกินไป ภาวะผิดปกติทางสภาพจิตใจ ก็คือ ความเครียด

ถาม: พบผู้ป่วยกลุ่มใดมากที่สุด
ตอบ:
มักจะพบผู้ป่วยที่มีอายุค่อนข้างมาก โดยเฉพาะผู้ชายที่มีอายุเกินกว่า 35 ปี จะมีโอกาสโรคหัวใจและหลอดเลือดบ่อย ๆ ส่วนในผู้หญิงก็จะมีอายุ 45 ปีไปแล้ว ส่วนใหญ่จะพบทุกกลุ่มประชากร แต่จะขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงที่แต่ละบุคคลนั้นมี เช่น บุคคลใดมีปัจจัยเสี่ยงหลายชนิดในบุคคลคนเดียวกันก็จะมีโอกาสสูง แต่ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงน้อยโอกาสการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดก็มีผล

ถาม: สารโฮโมซิสทีน คืออะไร
ตอบ:
สารโฮโมซิสทีน จริง ๆ เป็นสารที่รู้จักกันมานานมาก เป็นสารที่จะเกิดการย่อยสลายอาหารประเภทโปรตีนหรือเป็นสารที่เกิดจากการย่อยสลายอะมิโนแอซิค ชนิดหนึ่งที่เราเรียกว่าเม็ดไรโอนีน สารโฮโมซิสทีนจะเป็นสารที่อยู่ตรงกลาง ปกติร่างกายจะพยายามขจัดสารโฮโมซิสทีนให้ไปเป็นสารที่ไม่เกิดอันตรายต่อหลอดเลือดและต่อร่างกายส่วนอื่น ๆ ให้เปลี่ยนไปเป็นสารซีสทีนแทน เพราะฉะนั้น ปกติถ้าเรารับประทานอาหารโปรตีนไม่มากจนเกินไป ระดับของโฮโมซีสทีนในเลือด ก็จะไม่สูง หรือถ้าเราไม่มีปัญหาเนื่องจากด้านพันธุกรรมของครอบครัว ไม่มีความผิดปกติในเรื่องของการขาดไวตามินต่าง ๆ เช่น ไวตามิน B6, B 12, และกรดโฟลิก ก็จะไม่ทำให้สารต่อโฮโมนทีนโนเลือดสูง รวมถึงการที่เราไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มกาแฟมากไป สารโฮโมซีสทีนในเลือดก็จะไม่สูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเราจะไม่รู้ถ้า เราไม่ตรวจเลือดออกมาว่ามีค่าสูงหรือไม่

ถาม: สารโฮโมซีสทีนเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตอบ:
สารโฮโมซีสทีนที่อยู่ในกระแสเลือดของคนเรา โดยปกติจะอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ถ้าเราไม่มีภาวะส่งเสริมที่ทำให้สารตัวนี้มีค่าสูงขึ้น ปัจจัยที่ทำให้เกิดสารโฮโมซีสทีนในกระแสเลือด อาจจะเกิดจากพันธุกรรมที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับเรื่องของเอนไซม์ หรือที่เราเรียกว่า น้ำย่อย มีจำนวนที่น้อยผิดปกติหรือลดลง ไม่สามารถเปลี่ยนสารโฮโมซีสทีนไปเป็นสารที่ไม่เกิดอันตรายได้ เป็นสาเหตุที่อาจพบได้บ้างพอสมควร อีกปัจจัยหนึ่งคือ การรับประทานอาหารโปรตีนมากเกินไป และที่มีประชากรจำนวนหนึ่งที่รับประทานอาหารไม่ได้ระมัดระวัง ก็จะได้รับอาหารที่ไม่ครบถ้วน ได้ไวตามินที่ไม่ครบถ้วน ก็อาจจะเป็นผลที่ทำให้สารโฮโมซิสทีนในกระแสเลือดได้และก่อให้เกิดอันตรายต่อหลอดเลือด

ถาม: ปกติแล้วสารโฮโมซีสทีนมีประโยชน์ต่อร่างกายบ้างหรือไม่
ตอบ:
ปกติสารไฮโมซีสทีนเป็นสารตัวกลางที่จะเปลี่ยนต่อให้กลายไปเป็นซีสทีน ตัวโฮโมนซีสทีนเอง จริง ๆ แล้วไม่มีประโยชน์เลย ถ้ามีสูงขึ้นเกินกว่าระดับที่ควรจะเป็นก็จะทำลายหลอดเลือด โดยเฉพาะหลอดเลือดขนาดเล็ก เช่น หลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดที่อยู่ในสมอง จะมีผลทำให้หลอดเลือดที่กล่าวถึงมีโอกาสตีบและอุดตันได้ง่ายกว่าที่ระดับของโฮโมนซีสทีนในเลือดปกติ

ถาม: สารโฮโมซีสทีนจะมีอันตรายแตกต่างจากสารอื่น ๆ ในร่างกายอย่างไร
ตอบ:
ปกติประชาชนทั่ว ๆ ไป จะรู้จักเรื่องของไขมันค่อนข้างดี ในปัจจุบันนี้มีความสนใจเรื่องนี้กันมากและมีการรณรงค์ให้รับประทานอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีไขมันต่ำ เพื่อจะลดอัตราการเสี่ยงต่อการเดหลอดเลือดหัวใจอุดตัน มีประชาชนจำนวนมากที่เดียวที่ไม่รู้จักสารโฮโมซีสทีน ถ้าเทียบความรุนแรงของการเกิดอันตรายต่อหลอดเลือดสารโฮโมซีสทีนไม่ได้น้อยกว่าไขมันในเลือดสูงเลย โฮโมซีสทีนในเลือดปกติสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์ก็ยังรู้เรื่องนี้น้อยมีความรุนแรง

ถาม: ถ้าต้องการจะทราบค่าของสารโฮโมซีสจะต้องทำอย่างไร ค่าปกติของสารโฮโมซีสทีนนั้นเท่าใด
ตอบ:
ปกติแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดจะให้ความสงสัยคือผู้ป่วยมีอาการของโรคหัวใจและหลอดเลือดมาพบแล้วไม่พบปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ทำให้เกิดโรคหัวใจ ทำให้ต้องหาค่าปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจจะทำให้เกิดโรคในผู้ป่วยได้ โฮโมซีสทีนก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องสนใจ ระดับที่อยู่ในเลือดปกติมี 5 -15 ไมโมลต่อลิตรถ้าสมมุติว่าระดับในเลือดสูงกว่านี้เพียงเล็กน้อยประมาณ 19-20 หรือมากกว่านี้ ก็จะทำให้พนังด้านในของหลอดเลือดถูกทำลายไปทีละน้อย จนกระทั่งเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดตามมาได้

ถาม: ลักษณะอาการผิดปกติเมื่อค่าของสารโฮโมซีสทีนสูงจะมีลักษณะอย่างไร และมี วิธีการตรวจหาค่าได้อย่างไร
ตอบ:
อาการจะมีลักษณะคล้ายกับอาการของภาวะไขมันในเลือดสูงเหมือนกัน อาจจะมาพบแพทย์ด้วยเรื่องของอาการเจ็บแน่นหน้าอก ในกรณีของผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือมีอาการอัมพฤกษ์ - อัมพาตเกิดขึ้น ในกรณีของผู้ป่วยที่มีปัญหาของหลอดเลือดโดยทั่วไปในสมองอุดตัน ในรายผู้ป่วยเหล่านี้จะสามารถเจาะเลือดส่งตรวจได้ ข้อพิเศษกว่าการตรวจเลือดของสารโฮโมซีสทีนก็คือ จะต้องใส่สารกันเลือดแข็งชนิดที่เราเรียกว่า EDTA แล้วจะต้องเข้าห้อง LAB ภายในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง เพราะว่าถ้าล่าช้าจะทำให้ค่าที่ตรวจได้สูงกว่าค่าจริง ซึ่งจะต้องคำนวณว่า ถ้าส่งไม่ได้ภายใน 1 ชั่วโมงควรจะแช่เลือดในน้ำแข็ง แล้วรีบนำส่งห้องปฎิบัติการโดยเร็ว

ถาม: ปกติแล้วในการตรวจเลือด แพทย์จะตรวจหาค่านี้ได้เลยหรือไม่
ตอบ:
จริง ๆ ถ้าราคาค่าตรวจไม่แพงนัก แพทย์ส่วนใหญ่ก็จะส่งตรวจได้ แต่ในปัจจุบันยังเป็นการทดสอบที่ค่อนข้างใหม่ในเมืองไทยและต่างประเทศ ราคาค่าตรวจจะค่อนข้างสูง ประมาณครั้งละ 500 บาท ต่อการตรวจและจะได้ผลใน 1-2 วันทำการ

ถาม: นอกจากจะเป็นอันตรายต่อหัวใจแล้ว สารโฮโมซีสทีนจะมีอันตรายต่อระบบอื่น ๆ อีกหรือไม่
ตอบ:
ในหลอดเลือดที่มีขนาดเล็กไม่ว่าจะเป็นในหัวใจเองหรือส่วนอื่น ๆ เช่น ในสมองหรือในไต ตัวโฮโมนซีสทีนที่อยู่ในกระแสเลือดก็จะไปทำลายผนังด้านในของหลอดเลือดไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ระดับของสารโฮโมซีสทีนยังสูงอยู่ เพราะฉะนั้นอวัยวะที่สำคัญอย่างมาก อาทิ สมอง ถ้ามีการอุดตันของหลอดเลือดเล็ก ๆ ในสมองก็จะทำให้ผู้ป่วยเกิดอัมพฤกษ์ - อัมพาตได้

ถาม: วิธีการป้องกันไม่ให้สารโฮโมซีสทีนมีค่าสูงขึ้น
ตอบ:
เราพอจะทราบกันดีว่า สารโฮโมซีสทีนในเลือดเกิดจากการรับประทานอาหารโปรตีนมากเกินไป เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ต้องการให้เลือดเรามีระดับที่สูงกว่าความเป็นจริง เราก็ควรละลดอาหารโปรตีนลงมา แล้วก็ไปเพิ่มกลุ่มอาหารประเภทผักและผลไม้มากขึ้น พฤติกรรมการรับประทานแบบไทย ๆ ดีอยู่แล้ว เพราะจะทำให้ระดับโฮโมซีสทีนในเรื่องไม่สูงเกินไป และไม่ทำอันตรายต่อร่างกาย และถ้าเราไม่แน่ใจว่ารับประทานอาหารกลุ่มต่าง ๆ ได้เพียงพอ แพทย์สามารถสั่งวิตามินที่มีความสำคัญในการลดระดับของโฮโมซีสทีนในเลือดลงมาได้รวมถึงกรดโฟลิก ก็จะทำให้ระดับโฮโมซีสทีนในเลือดเราไม่สูงเกินความเป็นจริงที่ควรจะเป็น อันตรายก็จะไม่เกิดขึ้นกับผนังหลอดเลือด นอกจากนั้น การออกกำลังกายเป็นประจำ ก็จะทำให้ระบบเลือดหมุนเวียนดีขึ้น เป็นที่ทราบกันดีว่า สารโฮโมซีสทีนจะขับออกมาทางปัสสาวะ ก็คือ ทางไต เพราะฉะนั้น ถ้าเรามีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ระบบสูบฉีดโลหิตดี สารโฮโมซีสทีนก็จะถูกขับถ่ายออกทางไตได้ดีมาก และจะเผาผลาญไขมันส่วนอื่นออกไปด้วย