ปลูกผม...ไร้แผลเป็น

ปลูกผม..ไร้แผลเป็น

ผศ.นพ.รัฐพล ตวงทอง
แพทย์ด้านผิวหนัง สาขาโรคเส้นผม
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

“คุณคะ ผมเริ่มบางมากขึ้นทุกทีแล้วนะคะ”
            มีใครหลายคนที่ประสบปัญหาเรื่องนี้ บ้างก็เพิกเฉย บ้างก็ดิ้นรนหาทางรักษา จนแทบอ่อนใจกับความล้มเหลว ลองมาฟังวิธีใหม่ “ปลูกผม ไร้แผลเป็น” เผื่อเป็นทางเลือกที่คุณรอคอยซิคะ 

รู้จักศีรษะล้าน
            ผมบาง ศีรษะล้าน เป็นอาการที่พบได้ทั้งชายและหญิง สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดเกิดจากพันธุกรรมและฮอร์โมน โดยพันธุกรรมนั้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีประวัติพ่อแม่ พี่น้อง หรือญาติ มีผมบางและศีรษะล้าน ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะถูกถ่ายทอดมาสู่รุ่นลูกหลาน นอกจากนี้ฮอร์โมน(Androgenetic alopecia)ก็เป็นตัวกระตุ้นร่วมกับพันธุกรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เส้นผมคือจะมีขนาดเส้นเล็กลงเรื่อย ๆ พร้อม ๆ กับความหนาแน่นของเส้นผมที่ลดลง จนเกิดอาการผมบางตามมา และถ้าเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็อาจถึงขั้นศีรษะล้านในที่สุด

ปลูกผม....ไร้แผลเป็น  
            ทำไมไม่ใช้การผ่าตัดแบบมาตรฐาน เพราะต้องตัดหนังศีรษะบริเวณท้ายทอยออกมา เพื่อให้ได้เส้นผมมาปลูกบริเวณที่มีศีรษะล้าน ซึ่งอาจมีปัญหาเรื่องความสวยงาม จากการที่มีแผลเป็นบาง ๆ ที่หนังศีรษะบริเวณท้ายทอยได้
           ปัจจุบันมีวิธีใหม่ เรียกว่า “การปลูกผมไร้แผลเป็น”(SFET)ซึ่งเป็นวิธีที่คิดค้นเพื่อลดแผลเป็นจากการผ่าตัดบริเวณท้ายทอย โดยใช้เครื่องมือพิเศษที่มีหัวเจาะทำจากโลหะไททาเนียมเพื่อทำการย้ายเซลล์รากผมจากบริเวณท้ายทอยมาปลูกบริเวณที่มีศีรษะล้าน ซึ่งหลังการผ่าตัด จะมีแผลขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็น ประมาณจุดละ 1 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งแผลจะหายเองโดยไม่ต้องเย็บแต่อย่างใด 
   
ขั้นตอนการรักษา
            1.รับคำปรึกษาจากแพทย์ ให้ทราบถึงข้อดีและข้อเสียของการผ่าตัด นอกจากนี้แพทย์จะทำการประเมินวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย และนัดวันผ่าตัด
            2.ก่อนวันผ่าตัด จะต้องเซ็นใบยินยอมเพื่อรับการผ่าตัด และรับการถ่ายรูปเพื่อเปรียบเทียบก่อน และหลังการรักษา
            3.เพื่อความปลอดภัย ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจเลือดประเมินความเสี่ยงของการผ่าตัดว่ามีการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบชนิดบีและซี หรือไม่  
            4.ในวันผ่าตัดจะได้รับการโกนผมบริเวณท้ายทอยและด้านข้างของศีรษะ จากนั้นแพทย์จะทำการฉีดยาชาที่หนังศีรษะบริเวณท้ายทอยและด้านข้างของศีรษะ เมื่อผู้ป่วยรู้สึกชาก็จะใช้เครื่องมือซึ่งมีหัวเจาะทำจากโลหะไททาเนียม ทำการเจาะเพื่อนำเส้นผมจากบริเวณดังกล่าวออกมา  
            5.เส้นผมที่นำออกจากหนังศีรษะ จะถูกเก็บไว้ในสารละลายที่มีความใกล้เคียงกับของเหลวในร่างกายประมาณ 2-3 ชั่วโมง
            6.ระหว่างนั้นจะใช้เครื่องมือพิเศษ ในการสร้างรูขนาดเล็กบริเวณที่มีผมร่วงหรือศีรษะล้าน
            7.นำเส้นผมที่จัดเก็บไว้ มาปลูกถ่ายในบริเวณที่มีผมร่วงหรือหนังศีรษะล้าน โดยแพทย์จะเลือกบริเวณความหนาแน่น ทิศทางที่เหมาะสมของเส้นผมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งถ้าปลูกถ่าย 500 กอ (1 กออาจมีถึง 4 เส้น) สามารถปลูกบริเวณศีรษะล้านได้ 25–50 ตารางเซนติเมตร โดยใช้เวลา 4–6 ชั่วโมง แต่ถ้าปลูกถ่าย 1,000 กอ จะสามารถปลูกได้ถึง 50–100 ตารางเซนติเมตร ในระยะเวลา 8–10 ชั่วโมง ซึ่งวิธีการผ่าตัดนั้นจะใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคนิคปลอดเชื้อ จึงรับรองได้ว่าปลอดภัย
            8.หลังผ่าตัดแล้วแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อกันการติดเชื้อและลดอาการบวมกลับไปกินที่บ้าน
            9.มาพบแพทย์ตามนัดในวันรุ่งขึ้น เพื่อตรวจติดตามผลการรักษาและปรับแต่งทิศทางของเส้นผมที่ปลูกไว้ จากนั้นแพทย์จะนัดมาตรวจเป็นระยะ ๆ เพื่อติดตามผลจนเป็นที่น่าพอใจ
      สำหรับผมที่ได้รับการปลูกถ่าย สามารถสระผม ตัดผม ดัดผม ย้อมผมได้ตามปกติเหมือนผมทั่วไปในบริเวณอื่นหลังการปลูกถ่ายอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ที่สำคัญจะอยู่ถาวรในบริเวณนั้น แต่ผมบริเวณอื่นอาจบางและมีศีรษะล้าน ซึ่งอาจต้องมารับการผ่าตัดปลูกถ่ายเส้นผมเพิ่มเติมในอนาคต แต่จะสามารถชะลออาการได้ด้วยการกิน และทายาควบคู่กันไป

เคล็ดลับกันผมบาง ศีรษะล้าน
            แม้วิทยาการทางการแพทย์จะก้าวหน้าจนรักษาอาการผมบาง ศีรษะล้านได้ แต่คงไม่มีใครอยากสูญเสียผมก่อนวัยอันควรแน่ การป้องกันจึงยังเป็นหัวใจที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง กินอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอที่สำคัญไม่ควรเครียด และทำจิตใจให้เบิกบานอยู่เสมอ และเมื่อเริ่มมีอาการผมบาง ศีรษะล้าน ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการตรวจรักษาแต่เนิ่น ๆ 
  
       ด้วยความปรารถนาดีจากคลินิกโรคเส้นผม โรงพยาบาลศิริราช โทร.02419 7380-1