ช่วยกัน...เท้าช้างหมดแน่

ช่วยกัน...เท้าช้างหมดแน่


รศ.ดร.สิริจิต  วงศ์กำชัย
หัวหน้าโครงการพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยโรคเท้าช้าง
ภาควิชาปรสิตวิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


               โรคเท้าช้าง เป็นโรคที่ทำให้เกิดความพิการ ซึ่งก่อปัญหาทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจของประเทศในเขตร้อนและชิดเขตร้อน มีวิธีรู้แต่เนิ่น ๆ และรักษาอย่างไร ติดตามกันค่ะ

                จากสถิติขององค์การอนามัยโลกพบว่า มีผู้ป่วยโรคเท้าช้างประมาณ 90.2 ล้านคน จากตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้องค์การอนามัยโลกประกาศจัดตั้งโครงการกำจัดโรคเท้าช้างในแหล่งระบาดทั่วโลก โดยตั้งเป้าในปี  2563 โรคเท้าช้างจะถูกควบคุมและกำจัดให้หมดไปหรือจำกัดให้เหลือจำนวนผู้ติดเชื้อน้อยที่สุด

                โรคเท้าช้างที่พบในไทย เกิดจากเชื้อพยาธิตัวกลม 2 ชนิด ชนิดที่1 คือ วูเชอรีเรีย แบนครอฟไต (Wuchereria bancrofti) พบในจังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่ติดกับพม่า ชนิดที่ 2 ชื่อ บรูเกีย มาลาไย (Brugia malayi) พบทางภาคใต้ของไทย ซึ่งทั้ง 2 ชนิดมียุงเป็นพาหะนำโรค โดยพยาธิจะไปเจริญเติบโตในระบบน้ำเหลือง ทำให้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ท่อน้ำเหลืองอุดตันเรื้อรัง ส่งผลให้แขน ขา หรืออวัยวะเพศบวมโต

                 ซึ่งมาตรการในการควบคุมโรคจะเน้นให้การรักษาคนกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่แพร่เชื้อพร้อม ๆ กัน รวมทั้งแรงงานต่างด้าวทุกคนที่เข้ามาทำงานในไทย โดยให้กินยาฆ่าพยาธิคือ ไดเอทธิลคาร์บามาซีน ไซเตรต(Diethylcarbamazine Citrate) กับอัลเบนดาโซล (Albendazole) ควบคู่ไปกับการรักษาผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อพยาธิในเลือดทุกราย
 
                 แต่ปัญหาการแพร่ระบาดยังไม่หมดไปจากประเทศไทย เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นป่าเขาตามแนวชายแดนไทย-พม่า จึงพบผู้ป่วยโรคเท้าช้างหลงเหลืออยู่ 3 จังหวัดคือ ตาก กาญจนบุรี และโดยเฉพาะที่นราธิวาส มีป่าพรุขนาดใหญ่ จึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซึ่งเป็นพาหะนำโรคเท้าช้าง ประกอบกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จึงพบผู้ป่วยโรคเท้าช้างมากที่สุด ปัจจัยที่ทำให้การควบคุมโรคเท้าช้างในจังหวัดนราธิวาสยังไม่สำเร็จ เพราะการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาตัวอ่อนของพยาธิเท้าช้างที่อยู่ในกระแสเลือด ต้องทำในเวลากลางคืนจึงจะตรวจพบเชื้อ เนื่องจากในเวลากลางวัน พยาธิเท้าช้างมักหลบไปอยู่ที่เส้นเลือดฝอยที่ปอด นอกจากนี้ถ้าผู้ป่วยมีพยาธิในกระแสเลือดจำนวนน้อยก็จะตรวจไม่พบ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปดำเนินการควบคุมโรคเท้าช้างได้ไม่เต็มที่ ซึ่งในปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยมาขึ้นทะเบียนรักษาสะสม173 ราย ร้อยละ 73 อยู่ในระยะแพร่เชื้อ โดยพบมากสุดที่นราธิวาส 118 ราย  รองลงมาคือ ตาก และกาญจนบุรี ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายเร่งกำจัดโรคเท้าช้างให้หมดไปจากพื้นที่ดังกล่าว อันสอดคล้องกับพันธกิจของคณะแพทยศาสตร์ศิรราชพยาบาลที่มุ่งให้คนไทยมีสุขภาพดีถ้วนหน้า

                ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ตนเองเริ่มพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยโรคเท้าช้างให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยร่วมกับ นพ.วิชัย  สติมัย สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค และในการจัดเตรียมตัวพยาธิเท้าช้างจากศ.เวช ชูโชติ  ภาควิชาปรสิตวิทยา  คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ มาวิจัยพัฒนาจนได้ชุดตรวจซึ่งใช้งานง่าย ได้ผลดี และราคาถูกกว่าต่างประเทศประมาณ 2 เท่า นอกจากนี้ยังใช้เลือดเล็กน้อยจากปลายนิ้ว จึงสามารถเจาะเลือดโดยอาศัยอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญพิเศษ และที่สำคัญคือ สามารถเจาะเลือดในเวลากลางวัน เนื่องจากเป็นการตรวจหาแอนติบอดี (ภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อมีการติดเชื้อโรค) ชนิดไอจีจีโฟ ที่จำเพาะต่อพยาธิเท้าช้าง จึงไม่จำเป็นต้องออกเจาะเลือดในเวลากลางคืน และสามารถตรวจพบการติดโรคเท้าช้างได้ แม้ว่าผู้ป่วยจะมีพยาธิในกระแสเลือดจำนวนน้อยมากก็ตาม เหมาะในการนำไปใช้ที่นราธิวาสซึ่งมีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ให้สามารถควบคุมและกำจัดโรคเท้าช้างในจังหวัดนี้ให้หมดไปบรรลุตามเป้าหมาย 

                สำหรับขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยนั้น เป็นวิธีการตรวจหาแอนติบอดี ชนิดไอจีจีโฟ  เริ่มจากการหยอดซีรัม (ส่วนประกอบของเลือด สามารถแยกออกจากเลือดที่แข็งตัวแล้ว ใช้วิเคราะห์หาสารต่าง ๆ) ลงในหลุมพลาสติกทิ้งไว้ทำปฏิกิริยา 1 ชั่วโมง แล้วเทซีรั่มทิ้ง จากนั้นเติมน้ำยาตัวที่1 ลงไปในหลุมเดิมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง เทน้ำยาทิ้ง แล้วจึงเติมน้ำยา detector ลงในหลุมทิ้งไว้อีก 10 นาที แล้วอ่านผล หากน้ำยาในหลุมเปลี่ยนเป็นสีเขียวแสดงว่ามีการติดเชื้อโรคเท้าช้าง รวมระยะเวลาในการเจาะเลือดและแสดงผลทั้งสิ้น 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยแต่ละครั้งสามารถตรวจเลือดประชาชนในกลุ่มเสี่ยง 100 - 200 ราย ได้พร้อม ๆ กัน ชุดตรวจนี้มีความไวและความจำเพาะสูง  และการตรวจแต่ละครั้งมีต้นทุนเพียง 50 บาท ต่อผู้ป่วย1 ราย เท่านั้น

                 ซึ่งผลิตภัณฑ์ชุดตรวจวินิจฉัยโรคเท้าช้างนี้เริ่มใช้เป็นแห่งแรกที่ศูนย์การเรียนรู้ด้านสุขภาพพิกุลทอง ศูนย์ศึกษาเพื่อการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส โดยความรับผิดชอบของนายแพทย์สุวิช  ธรรมปาโล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่12  พร้อม ๆ กับถ่ายทอดความรู้ในการตรวจแก่บุคลากรและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการควบคุมโรคเท้าช้างทั้งในคนไทยและแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทย 

                 ก้าวต่อไปทีมวิจัยจะพัฒนางานวิจัยเกี่ยวกับโรคเท้าช้าง รวมไปถึงชุดตรวจวินิจฉัยโรคดังกล่าวให้รู้ผลเร็วภายใน 5 นาที ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการควบคุมและกำจัดตลอดจนเฝ้าระวังโรคเท้าช้าง อีกทั้งจะพัฒนางานวิจัยโรคปรสิตอื่น ๆ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และการวิจัยต่อยอด เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชากรที่อาศัยในแหล่งระบาด รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งและพัฒนาศักยภาพงานวิจัยของประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเอง ซึ่งเป็นความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับประเทศไทยในขณะนี้ 

                 ขอเอาใจช่วยให้สำเร็จนะคะ